คมชัดลึกออนไลน์ 29 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

กกต.ตั้งเป้าสอบเงินกู้อนค. นิติกรรมอำพราง

9 ธันวาคม 2562 - 15:04 น.
กกต,อนาคตใหม่,เงินกู้
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 230 ครั้ง

ธนาธร-อนค. ลุ้นระทึก 7 กกต.นัดถกปมเงินกู้ 191 ล้าน ตั้งประเด็นบริจาคเกิน 10 ล้าน กู้เงินขัดกฎหมาย พบพิรุธนิติกรรมอำพราง เอาเงินจากแหล่งใดมาเคลียร์หนี้เงินกู้


9 ธันวาคม 2562  "ธนาธร-อนค." ลุ้นระทึก 7 กกต.นัด ถกปมเงินกู้ 191 ล้าน ตั้งประเด็นบริจาคเกิน 10 ล้าน -กู้เงินขัดกฎหมาย พบพิรุธนิติกรรมอำพราง เอาเงินจากแหล่งใดมาเคลียร์หนี้เงินกู้ ซ้ำจ่ายคืนเป็นเงินสด 5 งวด 26.8 ล้าน ห่างกันงวดละ 10 วัน 

 

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ กกต.ทั้ง 7 คนนัดพิจารณาสำนวนคำร้องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวน 191 ล้านบาท โดยมีการตั้งประเด็นตามคำร้อง รวม 2 ประเด็น คือ 1.การกู้เงินดังกล่าว ถือเป็นการบริจาคของบุคคลเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปีตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

 

2.การกู้เงินดังกล่าวถือว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเข้าข่ายเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาตามมาตรา 62 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองกู้ยืมเงิน มาดำเนินกิจการพรรคการเมืองได้ หากชี้แจงว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาค ซึ่งกฎหมายกำหนดให้บริจาคได้เพียง 10 ล้านบาท


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า เมื่อพิจารณาจากเอกสารหลักฐานชี้แจงที่พรรคอนาคตใหม่ส่งมา ส่วนหนึ่งระบุว่าสัญญาเงินกู้ฉบับแรก เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2562 ที่พรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนายธนาธรจำนวน 161,200,000 บาท และตามสัญญาระบุว่าพรรคจะมีการชำระเงินภายใน 3 ปี

 

โดยในปีแรกจะชำระเงินกู้จำนวน 80 ล้านบาท ปีที่สอง 40 ล้าน และปีที่สาม 41 ล้านบาท ซึ่งพรรคได้มีการรายงานมาว่าปัจจุบันเงินกู้ดังกล่าวได้มีการชำระแล้ว 26.8 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 งวดห่างกันครั้งละ 10 วัน และชำระเป็นเงินสดทั้งหมด ก็ยังมีข้อน่าสงสัยว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินของใคร เบิกถอนมาจากไหน และเอาเข้าบัญชีใคร หรือถ้านำเงินที่เป็นรายได้ของพรรคตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 62 มาชำระ ก็ยิ่งจะถือว่าผิดกฎหมายเพราะกฎหมายมาตราดังกล่าวกำหนดเรื่องที่มารายได้ของพรรคไว้ 7 ประการ และไม่ให้นำรายได้เหล่านี้ไปใช้เพื่อการอื่น นอกจาการดำเนินกิจการของพรรค


รายงานข่าวระบุด้วยว่า หากมีการนำรายได้ของพรรคไปชำระหนี้เงินกู้ก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา กรรมการบริหารพรรคต้องติดคุก ขณะเดียวกันก็จะต้องพิจารณาถึงรายรับรายจ่ายของพรรคว่ามีการลงบัญชีเงินจำนวนนี้ไว้ในหมวดใด การรับบริจาคที่หากนำเงินบริจาคไปชำระคืนกระทบต่อยอดเงินบริจาคหรือไม่ และความสามารถของพรรคในการชำระหนี้ เพราะจากรายงานงบการเงินของพรรคอนาคตใหม่ในรอบปี 2561 ที่มีการรายงานต่อ กกต.เมื่อ เม.ย.2562 พบว่ามีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้  

 

ดังนั้นการให้พรรคกู้เงินจึงอาจจะเข้าข่ายของการเป็นนิติกรรมอำพราง เป็นการได้เงินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งก็จะเข้าข่ายตามมาตรา 72 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ห้ามไม่ให้พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 92(3) เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคได้


"เรื่องการกู้ยืมเงินเป็นกฎหมายเอกชน เมื่อยืมเงินมาก็ต้องใช้คืน แล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ในเมื่อกฎหมายห้ามไม่ให้เอาเงินรายได้ของพรรคไปใช้ในกิจการอื่น นอกเหนือจากเพื่อการดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรค ซึ่งเงินกู้ไม่ถือเป็นกิจการทางการเมืองของพรรค เราจึงสงสัยว่าจะเป็นนิติกรรมอำพราง กฎหมายฉบับปี 50 เปิดช่องให้พรรคมีรายได้อื่น ๆ พรรคจึงมีการกู้เงินจากคนที่เป็นนายทุน หรือบุคคลนอกพรรค แล้วก็เกิดปัญหาการครอบงำโดยคน ๆ เดียว กฎหมายปี 60 จึงมีการแก้ไข ตัดไม่ให้มีเรื่องของรายได้อื่นๆ เพื่อไม่ให้พรรคใช้เงินเกินตัว โดยกำหนดไว้ว่าให้ใช้เงินจากทุนระเดิม ค่าสมาชิกพรรค เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการครอบงำแล้วทำให้การเมืองผิดเพี้ยน เราตัดระบบนี้ออกไปแต่เขาก็ยังมาทำแบบนี้อีก"แหล่งข่าวระบุ


รายงานข่าว ระบุอีกว่า หากกกต.เห็นว่าเข้าข่ายมีความผิด ตามกฎหมายมีช่องทางที่กกต.ดำเนินการได้ 3 ช่องทาง  คือ 1.กรณีเป็นความปรากฏต่อกกต.ซึ่งหากกกต.เห็นว่าเป็นความผิดยุบพรรค ก็สามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เลย เช่น กรณียื่นให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือกรณียื่นให้วินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ของนายธนาธร ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยยืนยันว่าการใช้อำนาจในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เป็นความปรากฏอยู่ในอำนาจที่ กกต.ดำเนินการได้

 

2.ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นแล้วเสนอต่อกกต.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง และ 3.มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เพื่อให้มาชี้แจงข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับที่ กกต.เคยทำในกรณี มีมติให้นายธนาธรมาชี้แจงกรณีการถูกร้องเรื่องถือครองหุ้นสื่อเพื่อดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

 

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ