เสวนาสภาที่ 3 จี้ "ประยุทธ์" แก้เหลื่อมล้ำ หลังไทย ติดอันดับ1 "รวยกระจุก จนกระจาย" ด้าน "พิชัย" ชี้ ชิมช้อปใช้-บัตรคนจน แค่วูบวาบ ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ หวังสร้าง ไทยดรีม ใช้ภาษาอังกฤษ ทางราชการ ขณะ สว.เตรียมเสนอ รบ.แก้กฎหมายหลายฉบับ ดัน Street food ส่วน "พิภพ" ชี้ คนวัยทำงานถูกแช่แข็ง

 

          เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2562 เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมโรงแรมรัตนโกสินทร์ (รอแยล) กรุงเทพฯ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และสภาที่ 3 จัดการเสวนาสภาที่ 3 The Third Council Speaks "ไทย เหลื่อมล้ำสุดในโลกจริงหรือ" ในหัวข้อ: ความเหลื่อมล้ำ - ปัญหาเศรษฐกิจสังคมไทยที่ต้องแก้ไข โดยมีผู้ร่วมเสวนา นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ในฐานะประธานคณะกรรมมาธิการ (กมธ.)แก้ความเหลื่อมล้ำและลดความยากจน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายปรีดา เตียสุวรรณ ประธานกรรมการบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำกลุมพันธมิตรฯ

 

จี้ บิ๊กตู่ แก้เหลื่อมล้ำ หลังไทยอันดับ1 รวยกระจุก จนกระจาย

 

          นายสังศิต กล่าวในตอนหนึ่งการเสวนาว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยพบทั้งคนเมืองและในชนบท จากตัวเลขของหน่วยราชการไทยว่า คน 1% ครอบครองความมั่งคั่ง 60% และที่ดินที่มีโฉนด 25% ส่วนข้อมูลองค์การระหว่างประเทศ ระบุว่า ไทย มีความรุนแรงมากที่สุด แซงหน้ารัสเซียและอินเดีย ซึ่งสาเหตุมาจากหลายมิติ ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม การเข้าถึงการรักษาพยาบาล กฎหมายฯ นอกจากนี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปมากเนื่องจากเทคโนโลยีที่จะทำให้คนชั้นกลางระดับบน กลายมาเป็นคนชั้นกลางระดับล่างและสุดท้ายก็จะกลายเป็นคนจนในที่สุด สาเหตุเกิดจากกฎหมายแสนกว่าฉบับ เขียนโดยหน่วยงานราชการ เอื้อความสะดวกการทำงานของตัวเอง ขาดการมีส่วนร่วมและเป็นประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่

 

          นายสังศิต กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญโดยมีการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ 20 ปีข้างหน้า และในฐานะตนเป็น กมธ.แก้ความเหลื่อมล้ำและลดความยากจน ตั้งอนุกรรมการ 1.แก้ปัญหาปากท้องเป็นอันดับหนึ่งด้วยการผลักดันให้มีการขายของบนถนน Street food หลัง กทม.มีโนบายหยุดการผ่อนปรนภายในสิ้นปีนี้ 2.การบริหารจัดการน้ำ ไม่สร้างเขื่อน สร้างฝายและแก้มลิงแทน 3.บริหารจัดการที่ดินและป่า จะรื้อกฎหมายทั้งหมดมาดู 4.ลดค่าครองชีพ ลดราคาน้ำมัน โดยยกเลิกภาษีบางตัว ทั้งนี้ กมธ. พิจารณาแก้ไขกฎหมายตัวสำคัญ ที่เกี่ยวข้องประโยชน์กับประชาชนขึ้นมาดูและทำเป็นข้อเสนอให้กับรัฐบาลโดยพิจารณาถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับของเศรษฐกิจและความยุติธรรม

 

จี้ บิ๊กตู่ แก้เหลื่อมล้ำ หลังไทยอันดับ1 รวยกระจุก จนกระจาย

 

          ขณะที่นายพิชัย กล่าวว่า การปฏิวัติทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูง เนื่องจากนโยบายต่างๆตอบสนองนายทุนและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ไม่มีความรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจ และไม่สร้างโอกาสให้กับประชาชน ตนอยากเห็นประเทศไทยมี ไทยดรีม เช่นเดียวกับ อเมริกาดรีม คือการสร้างแนวคิดนโยบายเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อเสริมสร้างและการพัฒนาตัวเอง เนื่องจากโลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่แนวคิดคนไม่เปลี่ยน อยากเห็นการสร้างเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้อยากเห็นประเทศไทย ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาทางการ

 

          นายพิชัย กล่าวอีกว่า รัฐบาลขาดการสร้างงาน ถือเป็นปัญหาหลัก ขาดการลงทุนและจ้างงาน นโยบาย แจกเงิน ในรูปแบบต่างๆ เช่น บัตรคนจน หรือ โครงการ ชิม ช้อป ใช้ ไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้เพียงแต่เป็นอะไรแค่วูบวาบ ต่อให้แจกเงินให้ตาย เศรษฐกิจก็ไม่โต เพราะรัฐบาลไม่มีการส่งออกและลงทุน  ทั้งนี้ยืนยันว่า ตัวเลข จีดีพี คือดัชนีชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าตัวเลขจีดีพี สูงขึ้น ส่งผลดีแต่ต้องกระจายให้เกิดความเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีแต่คนรวยได้ประโยชน์ แค่คนจนก็จนเหมือนเดิม

 

          ด้านนายปรีดา เห็นว่า สังคมไทยอยู่ในสภาวะ รวยกระจุก จนกระจาย น่าจะมีอะไรที่เป็นปัญหาบิดเบี้ยวที่ต้องแก้ไข การที่ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำเป็นอันดับที่ 1 ไม่ควรจะเพิกเฉยๆแต่ต้องรีบแก้ไข เพราะเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส ซึ่งโดยภาพรวมประเทศไทยไม่ควรอยู่ในตำแหน่งนี้หากมองในด้านสังคมศาสตร์ประชากรศาสตร์ภูมิศาสตร์ มองว่าประเทศไทยควรจะมีสัญญาประชาคมที่ต้องจูงมือรักษาประเทศไทยไว้ เพื่อป้องกันการขยายอิทธิพล ของประเทศมหาอำนาจ

 

          นายพิภพ กล่าวว่า ที่ดินเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในปัจจุบันพบว่ามีที่ดินเป็นจำนวนมากเข้าไปอยู่ในมือของกลุ่มทุน และเป็นเครื่องมือของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และคนในวัยทำงานอยู่ในสภาวะถูกแช่แข็ง.