จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผู้ป่วยยืนยันโรคสะสม 5 คนในจำนวนนี้ได้รับการรักษาและตรวจไม่พบเชื้อแล้วและอนุญาตให้กลับบ้านได้จำนวน 1 คนส่วนยอดการคัดกรองพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังจำนวนสะสมรวม 69 คน ไม่พบเชื้อ 60 คน กลับบ้านแล้ว 49 คนยังพักรักษาตัวจำนวน 4 คน รอผลการตรวจ 4 คน โดยรัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำหนดมาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีการตั้งด่านตรวจ/คดกกรองหลัก 5 จุด และด่านตรวจ/คัดกรองในระดับอำเภอทุกอำเภอ ๆ ละ หลายจุด

 

 

 

 

 

 

                             (27 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม้ส่วนใหญ่สถานประกอบการต่าง ๆ จะปิดให้บริการไปแล้ว แต่ปรากฏว่ามีผู้ร้องเรียนผ่าน ร.ศรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 พรรคพลังประชารัฐว่า นครศรีธรรมราช มีประเพณีเกี่ยวกับการเปิดร้านจำหน่ายน้ำชา-กาแฟ ริมถนนในช่วงกลางคืน แต่ละร้านจะมีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากหวั่นเกรงว่าจะเป็นจุดแพร่กระจ่ายของื้อไวรัสโควิด-19 ได้  ล่าสุดทาง รศ.ดร.รงค์ ได้ประสานไปยังนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้พิจารณาสั่งให้ร้านจำหน่ายน้ำชา-กาแฟ ริมถนนทั่วจังหวัดหยุดการให้บริการในลักษระที่ลูกค้านั่งดื่มภายในร้าน แต่สามารถสั่งในแก้ว หรือถุงไปดื่มนอกร้านได้  หรือให้ทางร้านมีมาตรการในการจัดสถานที่นั่งของลูกค้าในร้านให้ห่างกัน 1-2 เมตร มีจุดให้บริการเจสล้างมือหรือต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

                         ในขณะที่ผู้บริหารโรงแรมทวินโลตัส ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ออกประการว่า “โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราว  เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐ และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการเว้นระยะห่างจากสังคม ตั้งแต่วีนที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. 2563 ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ.ที่นี้  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.075-323777 โดยใช้ข้อความในประกาศทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วย โดยหลังจากที่ทางโรงแรมประการหยุดให้บริการชั่วคราว 2 เดือน มีประชาชนจำนวมากพากันยกย่องชื่นชมทางผู้บริหารโรงแรมที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมยอมหยุดบริการถึง 2 เดือน แม้จะกระทบต่อการบริหารจัดการและผลประโยชน์ของโรงแรมเป็นอย่างมากก็ตาม .

 

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค/นครศรีธรรมราช