เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 มี.ค. 2563  ร.ต.อ.วิทยา  แสนโสดา รองสารวัตราอบสวน สภ.แสวงหา  ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อบต.บ้านพราน  ว่าพบตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพราน  หมู่ที่ 2  ตำบลบ้านพราน  อำเภอแสวงหา  จังหวัดอ่างทอง  ถูกคนร้ายทุบที่บริเวณหน้ากากตู้เอทีเอ็มตรงจุดเสียบบัตรแตกเสียหาย  หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสวงหา  และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทอง

ในที่เกิดเหตุพบตู้เอทีเอ็ม  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้า อบต.บ้านพราน  ริมถนน  ที่บริเวณหน้ากากตู้เอทีเอ็ม  บริเวณช่องที่เสียบัตร  มีรอยร้าวแตกยุบเสียหาย  จากการสอบถามเบื้องต้น นาย อุเทน  บุตรพรม อายุ 47 ปี  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อบต.บ้านพราน  เล่าให้ฟังว่า  เมื่อเช้าที่ผ่านมามีเด็กหญิงผู้ต้องสงสัย  ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์  ยี่ห้อฮอนด้า  รุ่นเวฟ  สีแดง  มากัน 2 คน  และได้เข้าไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม  แล้วเดินมาบอกกับตนเองว่าตู้เอทีเอ็มนั้นได้กินบัตรเอทีเอ็มไว้ในตู้  ก่อนที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์หายไป  จนมีชาวบ้านมาพบว่าตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหาย  จึงทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บรวบรวมหาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอยู่  สักครู่ก็มี นางสาวเจนจิรา  รอดจ้อย อายุ 17 ปี  (นามสมตินางสาว เอ)  อยู่บ้านเลขที่ 58  หมู่ที่ 3  ตำบลบ้านพราน  ได้เดินทางมาในที่เกิดเหตุ  พร้อมกับรับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า  เมื่อเช้าที่ผ่านมา แม่ของตนเองได้โอนเงิน จำนวน 2,000 บาท  เข้ามาในบัญชีของยาย  โดยให้ตนเองนำบัตรเอทีเอ็มมากดเงินที่ตู้ดังกล่าว  หลังจากกดเงินออกมาแล้ว จำนวน 2,000 บาท  แต่ตนเองไม่สามารถนำบัตรเอทีเอ็มออกมาได้  ตนเองกลัวว่าจะโดนยายว่า  จึงทำการเคาะที่บริเวณที่ช่องเสียบัตรเอทีเอ็มไป 1 ที  ทำให้แตกเสียหาย  ด้วยความตกใจจึงไปบอกกับทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ อบต.  แล้วกลับบ้านนำเงินไปให้กับทางลุงที่ขอยืม จำนวน 500 บาท  และเหลืออยู่อีก 1,500 บาท  ที่จะนำไปซื้อข้าวสารและให้ทางยายใช้จ่าย  เมื่อทราบว่ามีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบว่าตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหาย  จึงได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและเล่าเรื่องราวความจริงให้รับทราบ  โดยไม่ได้มีเจตนาอื่นนอกจากต้องการบัตรเอทีเอ็มไปคืนให้ยายเท่านั้น

ส่วนทางด้าน นาย ประเสริฐ  ฉั่วกุล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  สาขาแสวงหา  กล่าวว่า  ตู้เอทีเอ็มที่บริเวณจุดดังกล่าวที่ได้รับความเสียหายนั้น  ทางธนาคารได้ดำเนินมาติดตั้งได้เพียง 2 เดือน  และผู้ใช้อาจจะไม่ชำนาญ  โดยหากกดเงินเสร็จแล้วต้องหยิบบัตรออกก่อนภายใน 30 วินาที  เพื่อเป็นมาตรฐานการป้องกัน  หากเลยเวลาทางตู้เอทีเอ็มจะทำการดูดบัตรกลับเข้าไปด้านใน  ซึ่งจะต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มานำบัตรออกเท่านั้น  เบื้องต้นได้ดำเนินการแจ้งความและให้ทางสำนักงานใหญ่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด  เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและทำการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง