เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 9 มีนาคม 2563  นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพซึ่งเป็นเจ้าของอาคารที่เจ้าหน้าที่สืบสวนนครบาลเข้าตรวจค้นการกักตุนหน้ากากอนามัย  เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวเป็นของตนเอง ซึ่งแต่ก่อนเคยเปิดเป็นบริษัทไทยเฮล์ท จำกัด ที่เป็นธุรกิจอาหารเสริมความงามเพื่อสุขภาพ แต่ขณะนี้ได้ปิดกิจการไปแล้ว

        ส่วนประเด็นที่ปรากฏเป็นคลิปบนโลกโซเซียลนั้น ตนเองขอยอมรับว่าเป็นบริษัทของตนเองจริงและยอมรับว่ารู้จักกับนายนายศรสุวีร์ หรือบอย ภูรวีรัศวัชรี จริง โดยรู้จักกันมาได้ประมาณ 1 เดือน ซึ่งมีผู้ใหญ่ในกลุ่มนักธุรกิจแนะนำให้รู้จัก หลังจากนั้นคุณบอยก็ได้ประสานขอให้ตนเองหาหน้ากากอนามัยในท้องตลาด เพื่อจะนำมาบริจาคในจำนวน 1 ล้านชิ้น แต่แค่อยู่ระหว่างคุยรายละเอียด ซึ่งต้องชี้แจงก่อนว่า สาเหตุที่คุณบอยประสานให้หาหน้ากากอนามัยที่ตนเองนั้น เพราะตนเองได้ทำธุรกิจกับชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ และเมื่อช่วงโรคระบาดโควิด-19 เริ่มต้นระบาดที่ประเทศจีนนั้น ตนเองก็ได้ประสานขอความช่วยเหลือจากทางการจีนในส่วนของฆณทลต่างๆ เพื่อให้เป็นธุระจัดหาหน้ากากอนามัยในประเทศไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประเทศจีน

 

     โดยตนเองขอยืนยันว่าเป็นแค่ตัวกลางในการติดต่อหาหน้ากากอนามัยให้หน่วยงานภาครัฐของประเทศจีน เพื่อนำไปช่วยเหลือคนประเทศของเขา โดยตนเองไม่ได้เป็นพ่อค้าคนกลางหรือบุคคลที่กักตุนสินค้าอย่างที่สังคมกำลังเข้าใจ การจัดหาแต่ละครั้งตนเองได้แค่ค่าดำเนินการ และก็แล้วแต่หน่วยงานภาครัฐของจีนดำเนินการให้ ส่วนการนำออกนอกประเทศนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของจีนที่ประสานขอความช่วยเหลือตนเองมา ตนเองไม่ทราบจริงๆว่าเขานำออกไปอย่างไร

         นายพันธ์ยศ อัครอมพงศ์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนประเด็นของนายศรสุวีร์ หรือบอย ภูรวีรัศวัชรี นั้น ตนเองแค่พูดคุยเท่านั้น เพราะเห็นว่าคุณบอย จะนำหน้ากากอนามัยไปบริจาค ตนเองจึงรับเป็นธุระในการหาของในตลาดออนไลน์ให้เท่านั้น แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการก็มาเกิดเป็นประเด็นเสียก่อน ส่วนที่บอกว่าตนเองรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้อง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นั้น ตนเองขอปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง ส่วนประเด็นสุดท้ายที่มีภาพในโซเซียลปรากฏมีกล่องสินค้าหน้ากากอนามัยจำนวนหนึ่งอยู่ในออฟฟิศตนเองนั้น ขอยอมรับว่ามีจริงแต่ไม่ได้เป็นการกักตุนแต่อย่างใด

 

ตนเองมีการสั่งหน้ากากอนามัยจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐของประเทศจีนที่เข้ามาของความช่วยเหลือ มันก็ไม่แปลกที่จะมีของอยู่ในออฟฟิศของตนเอง แต่พอสินค้ามาได้ไม่ถึงวัน หน่วยงานของจีนก็จะมารับไป ดังนั้นตนเองขอยืนยันว่าไม่มีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด

 


ชุติเดช  ม่วงใจรักษ์
" คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว ผู้สื่อข่าว ภูมิภาค จ.กรุงเทพมหานคร "