(26ก.พ.2563)ที่ห้องปฏิบัติงานผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์  รองผู้ว่าราชการจังหวัด ให้การต้อนรับนายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 5 และผู้ตรวจราชการจาก 6 กระทรวง ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม  ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน   ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ  ผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข  และผู้ตรวจราชการกรมประมง ในโอกาสลงพื้นที่นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมตรวจราชการแบบบูรณาการในเชิงพื้นที่ ติดตามความก้าวหน้าประเด็น การจัดการประมงอย่างยั่งยืน และโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานความก้าวหน้าผลการปฏิบัติงาน ปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินโครงการ

          ทั้งนี้ในส่วนของการดำเนินการประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งในระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2562 ถึง 31 ม.ค. 2563 มีการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง ใน 3 ศูนย์ คือ ศูนย์ PIPO ขนอม นครศรีธรรมราช และศูนย์ PIPO ปากพนัง จำนวนเรือแจ้งเข้า 7,347 เที่ยว ตรวจเรือ 2,139 เที่ยว จำนวนเรือแจ้งออก 8,400 เที่ยว ตรวจเรือ 1,524 เที่ยว และมีจำนวนเรือแจ้งเข้าที่ขึ้นสัตว์น้ำ 5,783 เที่ยว ตรวจสัตว์น้ำ 1,186 เที่ยว มีการตรวจจับกุมผู้กระทำผิด ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 โดยชุดบูรณาการออกปฏิบัติงาน 28 ครั้ง ตรวจพบการกระทำผิด 18 คดี ผู้กระทำผิด 8 ราย ตรวจยึดลอบพับได้ 428 ลูก ถุงโพงพาง 14 ปาก รื้อถอนทำลายเสาหลักโพงพาง 41 ช่อง รื้อถอนเครื่องมือลี่ 8 ช่อง ชาวประมงส่งมอบเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย คันรุน 3 คู่ ถุงอวนรุน 3 ปาก มีการจัดการเรือประมงพื้นบ้านเข้าสู่ระบบ ตามมาตรการจัดการเรือประมงพื้นบ้าน โดยมีผู้มายื่นขอหนังสือรับรองฯ 2,648 ราย เรือประมงพื้นบ้าน 2,648 ลำ และมีการรวมกลุ่มของเรือประมงพื้นบ้านเพื่อสร้างความเข้มแข็ง และให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการบริหารจัดการ อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งและแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

โดยปัจจุบันมีการรวมกลุ่มและขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 61 ชุมชน เป็นด้านประมงชายฝั่ง 51 ชุมชน และด้านแปรรูป 10 ชุมชน จัดตั้งธนาคารปูม้า 15 ชุมชน และอยู่ระหว่างการดำเนินการ 19 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 34 แห่ง ส่วนปัญหาจากการปฏิบัติงานที่พบ เป็นการลักลอบทำการประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งเรือตรวจการประมงไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้

          ในขณะที่ความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งได้มีการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าแก่ประชาชน และสถานศึกษา โดยสถานการณ์ของโรคในปีงบประมาณ 2563 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2563 พบอุบัติการณ์ในสัตว์ จำนวน 2 ครั้ง ในพื้นที่อำเภอลานสกา และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโดยในขณะที่คณะเดินทางไปยังศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมงปากพนัง หรือ “ปีโป้ปากพนัง”โดยมีพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช นำตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านมาต้อนรับและมีการนำตัวอย่างบ้านปลา ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่จุดละ 5 ดุ้นไปปักในทะเล พร้อมอธิบายให้คณะผู้ตรวจเข้าใจ โดยอ้างว่าเป็นการทำบ้านปลา สามารถอนุรักษ์พันธุ์ลาและสัตว์น้ำได้อย่ามีประสิทธิภาพ และจะมีการนำคณะเดินทางลงไปตรวจสอบในการปักไม้ไผ่บ้านปลาในลักษระดังกล่าวในพื้นที่จริงในทะเลบริเวณแหลมตะลุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

แต่ได้มีนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เดินทางเข้ามาพร้อมชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง การทำบ้านปบาในลักษณะดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตมหลักวิชาการ และไม่ได้ผลตามที่กล่าวอ้าง และยังสร้างปัญหาให้กับปล่มประมงอวนลอยดักจับปลากระบอกและสัตว์น้ำ เนื่องจากมีการปักไม้ไผ่เป็นจุด ๆ ละ 5 ดุ้นห้างกันจุดละ 10 เมตรลักษระเป็นการกั้นพื้นที่ในทะเลเป็นบริเวณกว้าง กินพื้นที่ตั้งแต่ อ่าวปากพูน อ่าวปากนคร อ่าวปากพญา -ท่าไร่ อ.เมือง อ่าวปากพนัง และแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง รวมมั้งชายทะเลตลอดแนวชายฝั่งเกือบทุกพื้นที่   ทำให้ชาวประมงพื้นที่บ้านมีพื้นที่ในการประกอบอาชีพลอดน้อยลง และยังขีดขวางเส้นทางเดินเรือตามปกติของชาวประมงพื้นบ้าน ส่งผลต่อการขับเรือหางยาวออกไปทำประมงในเวลากลางคืน ที่สำคัญในช่วงที่มีลมหรือคลื่นแรงจะพัดพาเอาไม้ไผ่หลุดลอยกระจายเกลื่อนในทะเล จนมีการรวมตัวกันของชาวประมงพื้นบ้านกลุ่มอวนลอยเพื่อให้ทางประมงอำเภอ จังหวัดแก้ปัญหาและจัดระเบียบการทำบานปลาในลักษณะดังกล่าว โดยมีการตกลงยินยอมที่จะแก้ปัญหาจัดระเบียบบ้านปลาไผ่ 5 ดุ้น แต่ก็ไม่มีการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด สร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมงพื้นบ้านทั่วไปเป็นอย่างมาก

            “ซึ่งการทำบ้านปลาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการตนเคยดำเนินการมาก่อน โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทานให้ดำเนินการตามแบบซึ่งผ่านการศึกษา วิจัยค้นคว้าจนเป็นที่ยอมรับเป็นสากล  ไม่ใช่แค่การปักไม้ไผ่ 5 ดุ้นแล้วอุปโลกน์ว่าเป็นบ้านปลาเหมือนที่ประมงจังหวัดดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งวิธีการนี้ควรเปลี่ยนชื่อเรียกว่า “การปักปันแนวเขตในทะเล”เพื่อผลประโยขน์บางอย่างน่าจะถูกต้องมากกว่าเรียก “บ้านปลา”

            “นายมาโนช กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยที่ผ่านมาได้ทุ่มเททั้งชีวิตในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ละเลยและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และอาจจะมีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง หรือไม่ เมื่อตนออกมาต่อต้านและถ่ายภาพ/คลิปเรือตรวจการณ์ประมงของเจ้าหน้าที่อยู่ใกบ้ ๆ กับเครื่องมือประมงผิดกฎหมายที่มีอยู่เกลื่อนทะเลแต่ไม่มีการจับกุมและโพสต์เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้รับทราบและแก้ปัญหา สร้างความโกรธแค้นให้กับเจ้าหน้าที่จนมีการขับเรือตรวจการณ์ไล่ชนหวังเอาชีวิตตนและภรรยา แต่โชคดีที่ตนโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ในสมัยนั้นจนมีการสั่งการให้เรือตำรวจน้ำปากพนังเข้าไปช่วยเหลือตนและภรรยารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด มีการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ประจำเรือ จนบัดนี้ผ่านมา 3 ปีเรื่องเงียบหาย”

            นายกสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่รับรู้รับทราบเรื่องราวของการทำประมงชายฝั่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่แท้จริง  เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง  แต่วันนี้มีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานสั่งให้ตนไปประจำในจุดอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องประมง อาจจะไม่ต้องการให้ตนอยู่เพื่อปิดโอกาสการชี้แจงคณะผู้ตรวจให้รับรู้ข้อเท็จจริง จนตนมาทราบภายหลังจึงรีบเช่าเหมารถเดินทางกลับมาที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมงปากพนัง หรือปีโป้ระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ซึ่งโชคดีที่มาทันเวลาพอดี นายมาโนช กล่าวย้ำ.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช/สนง.ปชส.นครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช