เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 ม.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนอนุบาลศรีอรัญโญทัยและหอนาฬิกา อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายวิทยา มากปาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ บรูณาการร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว , ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี , มณฑลทหารบกที่ 19 ,หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 , สาธารณสุขจังหวัด ,แขวงทางหลวงสระแก้ว ,เทศบาลเมืองอรัญประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดกิจกรรมบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ และจังหวัดสระแก้ว ภายหลังตัวเลขผลการตรวจวัดพุ่งสูงเกินมาตรฐานกว่า 1 สัปดาห์ไปอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

    ทั้งนี้ ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี ได้นำเครื่องอุปกรณ์ฉีดพ่นหมอกควันมาฉีดพ่น ตั้งแต่บริเวณด้านหน้า รพ.อรัญประเทศ ผ่านด้านหน้าโรงเรียนอนุบาลศรีอรัญโญทัย ซึ่งมีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและมลพิษแบบอัตโนมัติ ตลอด 24 ชม.ของกรมควบคุมมลพิษ ไปยังด้านหน้ามณฑลทหารบกที่ 19 และกลับรถมาที่บริเวณหอนาฬิกา สถานีรถไฟและบ้านโคกสะพานขาว ก่อนจะย้อนกลับไปที่บริเวณด้านหน้าหอนาฬิกา ซึ่งตลอดช่วงเวลาเกือบ 2 ชม.ที่มีการฉีดพ่นหมอกควันดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งเกินมาตรฐานอยู่ที่ระดับสีล้ม 56 ไมโครกรับต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงไปต่ำกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหรือระดับสีเหลือง เพื่อเฝ้าระวังทันที 

    นายวิทยา มากปาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การประกาศห้ามเผาในพื้นที่ จ.สระแก้ว ในขณะนี้ยังคงต้องมีการบูรณาการกันโดยขอความร่วมมือกันก่อน ถ้าได้รับความร่วมมือจากประชาชนและผลการติดตามคุณภาพอากาศ หากลดน้อยลงคงไม่ต้องมีการประกาศห้ามเผา แต่ถ้าสุดท้ายแล้วยังแก้ไขไม่ได้ ฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้น ก็คงต้องใช้มาตรการนี้ ซึ่งหากประชาชนในพื้นที่ จ.สระแก้ว พบเห็นการเผาไร่อ้อยหรือพื้นที่การเกษตร ขอให้แจ้งไปทางอำเภอและสถานีตำรวจ หรือ ปภ.จังหวัดเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษจากการเผาในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ถูกกระแสลมพัดเข้ามาในประเทศไทยนั้น ซึ่งหากมีการเผาเราคงไม่สามารถห้ามที่จะไม่ให้ปลิวมาฝั่งประเทศเรา โดยในการป้องกันในเรื่องนี้เราได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย และขอความร่วมมือร่วมกัน หากฝั่งไทยประสบปัญหาถึงจุดที่เป็นปัญหา ก็ต้องมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางร่วมกันทั้งสองฝ่ายเพิ่มเติม ตอนนี้หากเราพบว่า มีการเผาในฝั่งกัมพูชามากจากจุดฮอตสปอตในพื้นที่แนวชายแดน ก็จะต้องส่งสัญญาณไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาไปดูแลควบคุมเพิ่มเติม

    ทางด้าน นพ.อภิเดช ชีวะประเสริฐ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวะเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม รพ.อรัญประเทศ  กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ จ.สระแก้ว เกินค่ามาตรฐานมาเล็กน้อย จึงอยากจะให้มีการเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยที่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง เบาหวาน ความดัน ไขมันและกลุ่มที่น้ำหนักเกินดัชนีมวลกายเกิน 35 ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องระมัดระวังปัญหาสุขภาพ เบื้องต้น ช่วงเวลาที่มีปริมาณฝุ่นละอองปริมาณมาก ไม่ควรออกมาพื้นที่โล่ง เช่น ออกกำลังกาย หรือเดินเล่นตามสวนสาธารณะควรงดเว้นไปก่อน หากจำเป็นต้องออกมาพื้นที่ภายนอกขอให้สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งอาการที่พบส่วนใหญ่เป็นระบบทางเดินหายใจ มีเสมหะ มีน้ำมูก คัดจมูก 

    ทั้งนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ กล่าวอีกว่า อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการลดฝุ่นละออง เช่น การลดการใช้พาหนะ ลดใช้ถุงพลาสติก และหยุดการเผา โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้พื้นที่การเกษตรที่มีการเผา พบว่า ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน บ้านเรือนที่อยู่ใกล้ ๆ อาจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจตีบฉับพลันในกลุ่มคนที่เป็นโรคหอบหืดได้ ดังนั้น หากอยู่ในบ้านที่ใกล้กับจุดที่มีการเผาไร่อ้อยหรือการเกษตร ขอให้ป้องกันตัวและออกจากพื้นที่ที่มีกลุ่มควันจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง บริเวณโรงเรียนและโรงพยาบาล ต้องระวังให้มากเช่นกัน 

-----------------------------

ข่าวโดย/ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว