royal coronation
18 มกราคม 2563
ภูมิภาค

หนุ่มใหญ่วัย 60 สุดเศร้า ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ ที่นาถูกยึด

14 มกราคม 2563 - 13:15 น.
ชายวัย60,,ร้องสื่อ,,ถูกยึด,,ที่ทำกิน,,สุรินทร์
Shares :
เปิดอ่าน 984 ครั้ง

หนุ่มใหญ่วัย 60 สุดเศร้า ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ ที่นาจำนวน 8 ไร่ ถูกประกาศยึดทรัพย์

คลิปที่ 1

 

 

              วันนี้ 14 ม.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากนายเมียด เจือจันทร์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านสังแก ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ หลังจากที่ศาล อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ คดีหมายเลขแดงที่ผบ.798/2560 ระหว่างนาย ท ผู้ฟ้องนายทองล้วน มาดี จำเลยที่ 1 และนางการีรัตน์ มาดี จำเลยที่ 2 ที่นำที่ดินโฉนดเลขที่10976 เลขที่ดิน 3 หน้าสำรวจ 1430 ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นโฉนดของนายพุด เจือจันทร์โดยเป็นของพ่อตนเองถูกนำไปขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองได้เข้าไปมีสิทธิเข้าสู้ซื้อที่ดินของตนเองในราคาที่ดินดังกล่าวในราคา 249,000 บาท(สองแสนสี่หมื่นเก้าพันบาทถ้วน)โดยตนเองได้วางเงินมัดจำไว้เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท แต่ตนเองไม่สามารถนำเงินมาวางภายในกำหนด 15 วันตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จสิ้น ตนเองจึงถูกริบเงินมัดจำดังกล่าว ประกอบกับต้องนำเงินไปเสียให้กับธนาคารที่กู้มาอีกจำนวน 7 แสนกว่าบาทตนเองไม่มีเงินเพียงพอที่จะต่อสู้จึงได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงอีกทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ด้วย

นายเมียด เจือจันทร์ กล่าวว่า ตนเองยอมรับที่ตนเองไปทำสัญญากู้เงินกับนายพุด เจือจันทร์ ซึ่งเป็นพ่อเมื่อปี 2556 กับนายทุนคนหนึ่งที่ ต.นารุ่ง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ จำนวนเงิน 50,000 บาท เนื่องจากได้มีนายอ้วน ชักชวนไปลงทุนแต่ก็ไม่ทราบว่าลงทุนอะไรจนกระทั่งได้มีนาย ทองล้วน มาดี ได้นำโฉนดที่ดินของตนเองนำไปจำนองวันที่10 กันยายน 2556 ที่สำนักงานธนาคารแห่งหนึ่งภายในเขตพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ทั้งๆที่ตนเองไม่ทราบมาก่อนเลยว่าที่ดินของพ่อตนเองที่ตนเองทำมาหากินอยู่กลับไปถูกศาล อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ บังคับให้ขายทอดตลาด ตนเองไม่เข้าใจเพราะพ่อของตนเองนั้นได้มาทำสัญญาจดจำนองเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นพ่อของตนเองจึงได้ล้มผู้ป่วยติดเตียงมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และล่าสุดพ่อของตนเองได้เสียชีวิตลงไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา

ภายหลังจากที่มีเรื่องดังกล่าวตนเองได้เข้าไปพบอัยการจังหวัดสุรินทร์ท่านหนึ่งขอคำปรึกษาหาทางออกโดยอัยการได้แนะนำว่าถ้าหากการจดจำนองหรือนำทรัพย์ไปขายทอดตลาดและตรวจสอบว่าลายนิ้วมือไม่เป็นของพ่อตนเองก็สามารถเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์หรือเข้าไปแจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ให้ได้รับทราบและหาทนายฟ้องดำเนินคดีได้เลยถ้าหากว่าตนเองมั่นใจว่าพ่อของตนเองไม่ได้ไปจดจำนองหรือว่าไม่ได้ไปทำสัญญาลงนิ้วมืออะไรลงไปในสัญญาซื้อขาย ตนก็สามารถดำเนินการได้เลย

คลิปที่ 2

หลังจากนั้นตนเองได้ไปร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และศาลยุติธรรม จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบพร้อมกับให้คำแนะนำว่าการตรวจสอบลายนิ้วมือคงลำบากเพราะนายพุด เจือจันทร์นั้นเสียชีวิตไปแล้วประกอบกับในช่วงที่สัญญาจำนองซื้อขายนั้นทางนายเมียดหรือพี่น้องนายเมียดรู้บ้างไหมโดยนายเมียดบอกบอกว่าไม่ทราบและไม่เคยมีพี่น้องคนไหนเข้ามาทำสัญญาหรือไปเซ็นต์อะไรเอาไว้ ซึ่งนายเมียด ยืนยันว่าตนเองไม่เคยไปทำสัญญาเงินกู้เอาไว้ที่ธนาคารแห่งหนึ่งภายในเขตพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ และตนเองก็ไม่เคยได้รับเงินสองแสนหรือสามแสนจากการกู้เงินอีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้รับทราบทีมข่าวได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่นาจำนวน 8ไร่ ซึ่งเป็นที่นาของนายพุด และเป็นของนายเมียด ที่ทำนามาตลอด 20 กว่าปี โดยนายเมียด บอกว่าตนเองขอร้องความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าตรวจสอบลายนิ้วมือและที่มาของการทำสัญญาที่นาของตนเองที่ทำอยู่ทุกวันนี้ มีเพียงแปลงเดียวถ้าหากถูกยึดไปแล้วตนเองจะเอาที่ไหนทำกินประกอบกับนิติกรยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ได้บอกกับตนเองอีกว่าคอยรอจดหมายจากยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์อีกครั้ง เพราะยังมีทางออก ส่วนในเรื่องของคดีที่ร้องทุกข์ลายนิ้วมือนั้นก็เป็นคดีอาญาต้องรอตรวจสอบอีกนาน....นิติกรยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์กล่าว

ภาพ/ข่าว: รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุรินทร์

คลิปที่ 3

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ