วันที่ 13 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายหั่น พัฒนพันธ์ อายุ 80 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม. 3 ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ว่าตนเองและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ กรณีมีกลุ่มนายทุนร่วมกับข้าราชการในพื้นที่ ทำการบุกรุกที่ดินของตนเองและพื้นที่ใกล้เคียง โดยกลุ่มคนเหล่านี้ได้นำเอารถไถเข้ามาปรับพื้นที่แล้วดึงหมุดหลักเขตพื้นที่ของตนเองออก พร้อมทั้งมีการออกโฉนดทับพื้นที่เข้ามาในโฉนดของตนเองจำนวน 1 ไร่เศษ ซึ่งพื้นที่ของตนเองตามโฉนดที่ออกมาเมื่อปี 2540 มีเนื้อที่รวมจำนวน  24 ไร่ 3 งาน 57  ตารางวาง แต่กลุ่มนายทุนกับข้าราชการในพื้นที่ที่มาบุกรุกกลับวิ่งเต้นออกโฉนดทับที่ของตนไปเมื่อปี 2550 หลายร้อยไร่ โดยในพื้นที่ของตนเองที่ถูกบุกรุก พวกกลุ่มนายทุนและกลุ่มข้าราชการในพื้นที่กลับมีการวิ่งเต้นกันจนออกโฉนดอีกใบว่าพื้นที่ของตนทางด้านเหนือที่ถูกบุกรุกนั่นเป็นทางสาธารณะ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตรงบริเวณนั้นคือพื้นที่ป่า และได้ถูกกลุ่มนายทุนบุกรุกและทำการปลูกปาล์มและพืชผลอาสินแทน ไม่มีเส้นทางสาธารณะที่ชาวบ้านใช้สัญจรแต่อย่างใด

นายหั่น เล่าให้ฟังด้วยสีหน้าที่เศร้าว่า  ตนเองกับครอบครัวที่ผ่านมามีอาชีพเป็นชาวสวน โดยหลังจากมีการไถปรับที่ดินเข้ามาในพื้นที่ของตนเมื่อปี 2552 แล้วมีการปักเขตเข้ามาในที่ดินของตน พร้อมอ้างว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ  ซึ่งตนเองได้พยายามโต้แย้งด้วยหลักฐานโฉนดที่ออกโดยสำนักงานที่ดินเมื่อปี2540 แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากกลุ่มนายทุนร่วมกับข้าราชการบางหน่วยในพื้นที่ ได้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำให้พวกเขาเองถูกต้อง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 10 ปี ตนเองต้องทนลำบากที่จะต้องออกเดินทางเพื่อดำเนินการเรื่องทางกฎหมาย และเดินทางไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆตั้งแต่ในระดับพื้นที่ อำเภอ จังหวัด แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือตรวจสอบแต่อย่างใด จนหลังจากนั้นตนเองต้องไปร้องที่ศาลปกครอง สำนักนายก ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรมที่ดิน และถวายฏีกา จนต่อมาสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีทำเนียบรัฐบาล ได้มีหนังสือ ที่ นร 0105.01/41557 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เรื่องให้ตรวจสอบการออกที่ดิน ตามเนื้อหาระบุตามหนังสือที่ร้องถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 18523  ตำบลราชการกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง หลังจากนั้นทางสำนักนายกฯได้ส่งเรื่องมาให้ทางจังหวัดระนอง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกรณีดังกล่าว เพื่อให้ทางจังหวัดระนองทำพิจารณาและทำการตรวจสอบ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ทางที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีหนังสือนัดมาถึงตนเองว่าจะทำการรังวัดที่ดินอีกครั้ง

นายหั่น บอกต่อว่า เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินเข้ามาดูในพื้นที่ แต่กลับไม่ได้ดำเนินการใด ๆในการรังวัด เพียงแต่บอกว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว ซึ่งตนเองก็ได้คัดค้านไป พร้อมให้ดูโฉนดทั้ง 2 ฉบับ ทั้งของตนเองและของกลุ่มนายทุนที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของตน รวมถึงมีการทำลายพืชผลอาสินที่ตนเองปลูกไว้จำนวนกว่า 1 ไร่เศษ จนถึงทุกวันนี้ตนเองพยายามต่อสู่เพื่อทวงสิทธิของตนเองคืนมา เพื่ออนาคตลูกหลายคนจะได้มีที่ทำกินเมื่อตนเองเสียชีวิตไป แต่ที่ผ่านมากลับไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือความจริงจากทางภาครัฐในส่วนของจังหวัดระนอง ทั้งที่จริงๆแล้วหน่วยงานเหล่านี้มีหน้าที่แก้ไขตรวจสอบปัญหาโดยตรง แต่เนื่องจากทราบว่าทั้งกลุ่มนายทุนและกลุ่มข้าราชการในพื้นที่ซึ่งบุกรุกพื้นที่ของตนเองเป็นผู้กว้างขวาง รู้จักกับข้าราชเกือบทุกหน่วยในพื้นที่ โดยเฉพาะรู้จักกับผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ จึงไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบความจริง แม้เวลาจะผ่านมา 10 ปีแล้วก็ตาม ตนเองจึงต้องมาร้องคำสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นสื่อกลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ให้ถูกต้อง และเป็นธรรม เพราะตนเองก็อายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานสักเท่าไหร่ เป็นห่วงก็แต่ลูกหลานจะไม่มีที่ทำกิน เราชาวบ้านจน ๆไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้อีก จึงอยากวอนทางสื่อให้ช่วยบอกเรื่องราวไปถึงผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจทั้งในจังหวัดและผู้มีอำนาจระดับประเทศได้ช่วยตนเองกับครอบครัวให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย

 

ข่าว นิเวศน์ เสระหมาน จ.ระนอง