คมชัดลึกออนไลน์ 11 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ไลฟ์สไตล์

เลกซัส Ls500h ขับสนุก นั่งหรู อยู่สบาย

27 ตุลาคม 2562 - 00:00 น.
เลกซัส Ls500h,ยานยนต์
ไลฟ์สไตล์

Shares :
เปิดอ่าน 638 ครั้ง

เลกซัส Ls500h ขับสนุก นั่งหรู อยู่สบาย คอลัมน์... ยานยนต์



 

   
          LS เป็นรถรุ่นท็อปของเลกซัส ซึ่งเน้นจุดขายในเรื่องความหรูหรา สะดวกสบาย และสำหรับในไทย LS วางตลาดรวม 4 รุ่นย่อย และสำหรับ LS500h Pleat Executive คันนี้ เป็นตัวท็อป ราคา 15.8 ล้านบาท เป็นค่าตัวที่สูงกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ซึ่งเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือการเป็นรถนำเข้าที่ต้องมีภาระภาษีศุลกากร แม้จะมีส่วนลดบ้างก็ตาม จากข้อตกลงทางการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
  

 

 

 

 

 

          ดังนั้นเลกซัสจึงพยายามสร้างความแตกต่างสร้างเอกลักษณ์ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเต็มใจที่จะจ่าย ตัวรถคันใหญ่ออกแบบให้หรูหรา ภูมิฐาน ดูสุขุม ไม่โฉ่งฉ่างและเน้นรายละเอียดทั้งภายนอกภายใน หลายส่วนเป็นงานฝีมือ โดยผู้ที่่มีทักษะสูง เช่น การบุหนังในส่วนต่างๆ การบุผ้าสีแดงที่แผงประตู ซึ่งเป็นการตัดเย็บและบรรจงพับด้วยช่างฝีมือทักษะระดับครู เช่นเดียวกับงานกระจกที่เห็นบริเวณแผงประตูเช่นกันเป็นการตัดแกะลายที่ละเอียดอ่อน เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่ทำให้เจ้าของรถรู้สึกถึงความแตกต่าง


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน


          ยังไม่รวมถึงออปชั่นต่างๆ ลูกเล่นอีกมากมายที่ใส่เข้ามา
   

          เป็นรถที่มีขนาดใหญ่โตชัดเจน ความยาวตัวถัง 5,235 มม. กว้าง 1,900 มม. แต่เลือกที่จะทำให้มีความสูงไม่มากนัก อยู่ที่ 1,450 มม. ส่วนความยาวฐานล้อ 3,125 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,630 มม. หลัง 1,635 มม. ติดตั้งยาง 245/45 RF 20
  

 

 

 

          ซึ่งขนาดตัวถัง ระยะฐานล้อ ทำให้มันมีพื้นที่เหลือเฟือ นั่งได้สบายทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะเบาะหลังด้านซ้ายที่สามารถปรับได้หลายรูปแบบและมีพื้นที่วางขาสูงสุดถึง 1.02 เมตร มีเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า มีโหมดการนั่ง 3 โหมด ทั้งบิซิเนส หรือการนั่งปกติ เอ็นเตอร์เทนที่ผ่อนคลาย โดยจะเลื่อนเบาะนั่งด้านหน้าออกไปจนกระทั่งจอซึ่งติดอยู่หลังเบาะนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนนั่งด้านหลัง อีกโหมดหนึ่งก็คือรีแล็กซ์ ที่เอนเบาะลงไปอีกจนเกือบจะเรียกว่านอนพร้อมดันเบาะหน้าไปด้านหน้าที่สุด พับหมอนรองศีรษะลงเพื่อไม่ให้บดบังการมองกระจกด้านซ้ายของผู้ขับ


          แต่ไม่เฉพาะเบาะนั่งหลังซ้ายอย่างเดียว เบาะอื่นก็นั่งได้สบายเช่นกัน เบาะใหญ่นุ่ม กระชับลำตัว ทำให้ไม่เมื่อยล้าเมื่อเดินทางไกล หรือจะเรียกว่าผ่อนคลายก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือผู้โดยสารก็ตาม และยังมีระบบนวดติดมาให้อีกด้วย ซึ่งตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ ผมว่าซาลูนหรูคันนี้ให้ความรู้สึกสปอร์ตได้มากทีเดียว
  

 

 

 

          เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร วี 6 ให้กำลังสูงสุด 299 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 5,100 รอบ/นาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าที่รับพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ให้กำลัง 132 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุ 300 นิวตันเมตร และเมื่อรวมการทำงานของทั้ง 2 แหล่ง ได้กำลังสูงสุดออกมาที่ 359 แรงม้า 


   

          อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.9 กม./ลิตร เกียร์ซีวีที ที่เลกซัสเรียกว่ามัลติ สเตจไฮบริด ส่งต่อกำลังไปขับเคลื่อนล้อหลังตอบสนองกำลังของเครื่องยนต์ และการเปลี่ยนแปลงกำลังตามคันเร่งได้ลื่นไหล เอาเป็นว่าผมไม่เจอจังหวะสะดุดจากมันในการลองขับครั้งนี้
   

          ตัวรถมีน้ำหนักรวม 2,350 กก. ดูเหมือนเยอะ แต่ก็ไม่แปลกกับรถคันใหญ่ขนาดนี้ บวกกับการใส่อุปกรณ์มาตรฐานเข้าไปจนแทบจะล้นคัน แต่สมรรถนะของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าก็จัดการมันได้สบายๆ ต้องชมว่าทำงานได้ดีเพราะไม่ได้แค่ไหวเท่านั้น แต่มันทำให้รถคันยาวกว่า 5 เมตร ขับสนุก ได้อารมณ์สปอร์ต อัตราเร่งมาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปอิงกับตัวเลขโรงงานที่ระบุ 5.4 วินาที เอาจากความรู้สึกในการขับจริงผมว่ามันตอบสนองได้อย่างที่เรียกว่าทันอกทันใจ ทำให้รถใหญ่ๆ มีความคล่องตัวในการใช้งานสูงและเรียกกำลังมาได้ต่อเนื่องจนถึงระดับความเร็วสูงๆ ไม่มีจังหวะอิดออด จังหวะหน่วง
   

 

 

 

          ต้องชมว่าเลกซัสทำระบบไฮบริดตัวนี้ได้ดี และไม่ต้องกังวลว่าความใหญ่ของมันจะมีผลต่อการใช้งานในพื้นที่จราจรหนาแน่น การตอบสนองของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยในเรื่องนี้ได้ดี และการใช้งานก็ใช้ได้ทั่วไป ทางเล็กๆ ต่างจังหวัด หรือเข้าออกซอกซอยในกรุงเทพฯ ผมก็พามันฝ่าไปมาแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าแอลเอส ไฮบริดคันนี้ มีระบบช่วยเลี้ยวที่ล้อหลังเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในพื้นที่แคบๆ ด้วยการเลี้ยวสวนทางล้อหน้า และเพิ่มการยึดเกาะถนนและความคมในทางโค้งเมื่อขับเร็วๆ โดยล้อหลังจะเลี้ยวไปทางเดียวกับล้อหน้า
   

          ส่วนอัตราสิ้นเปลืองจากการใช้งานจริง นั่งเต็มคัน ขับกันเต็มที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และออกต่างจังหวัด ได้ตัวเลขเฉียด 10 กม./ชม. แต่ผมถือว่าน่าพอใจ เมื่อเทียบกับรูปแบบใช้งาน ความเงียบในห้องโดยสารไม่ต้องห่วง เงียบมากแม้จะใช้ความเร็วสูงและยางเป็นยางซีรีส์ต่ำ และเป็นยางรันแฟลตที่แก้มแข็งๆ ก็ตาม และการตั้งช่วงล่างก็ยังทำให้มันส่งแรงสะเทือนมายังห้องโดยสารน้อย
  

          รูปแบบการขับขี่เลือกได้โดยปุ่มที่อยู่บนคอนโซลหน้า ด้านหลังพวงมาลัย ประกอบด้วย ECO, Normal, Sport และ Sport-S + ซึ่งผมใช้มากที่สุดคือ Sport เพราะช่วยให้ขับได้สนุกขึ้นแต่ก็ไม่เส่ียความนุ่มนวลสำหรับผู้โดยสาร
  

 

 

 

          ผมชอบช่วงล่างของ LS500h เพราะได้ทั้งความนุ่มสบายและก็จัดการกับเส้นทางต่างๆ ได้อยู่หมัด ในทางโค้งรับรู้ได้ว่าล้อทั้ง 4 มันเกาะแน่นอยู่กับพื้นถนน เป็นอีกจุดดีที่รถสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ณ เวลานั้นมาให้ผู้ขับรู้ได้ในทันที และแน่นอนการควบคุมในทางโค้งได้ดีนอกจากมาจากเรื่องของช่วงล่างก็ยังเป็นผลมาจากระบบควบคุมการเลี้ยวของล้อหน้า-หลัง การกระจายน้ำหนักลงเพลาหน้า-หลังที่ทำได้ค่อนข้างสุมดุล จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ และแน่นอนเบาะนั่งที่กระชับไม่ลื่นไหลก็มีส่วนไม่น้อยเช่นกัน
  

          แม้จะมีเวลากับ LS500h ไม่มากนัก แต่ก็จับอารมณ์ของรถได้มาก เป็นรถที่อาจจะราคาสูง แต่สำหรับคนที่มีกำลังซื้อและอยากได้ความแตกต่าง หรือเบื่อรถดังๆ ยี่ห้ออื่น บวกกับมีลูกเล่นหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนใคร ก็น่าสนใจครับ ไม่ว่าจะซื้อไปขับเอง หรือจะเป็นรถผู้บริหารนั่งสบายๆ


          “ขับสนุก นั่งสบาย” น่าจะเป็นการสรุปสั้นๆ สำหรับรถคันนี้ครับ



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ