royal coronation
8 ธันวาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

ฝ่าสายฝนออกไปตะลุย "สุพรรณ" กันเถอะ

19 กรกฎาคม 2562 - 17:00 น.
สุพรรณ,พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร,พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี,หอคอยบรรหาร-แจ่มใส,บัตรมิวพาส,หอดูโจร,ตลาดเก้าห้อง,บ้านขุนช้าง,วัดป่าเลไลยก์
Shares :
เปิดอ่าน 5,598 ครั้ง

"สุพรรณบุรี" พื้นที่ที่มีแหล่งเรียนรู้อย่างครบครัน และเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย

          พอถึงหน้าฝนบางคนอาจมองว่าการที่ฝนตกจะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต จะไปเรียน ไปทำงาน และวันหยุด ต้องทนติดฝนทนอยู่ที่บ้าน แต่หน้าฝนปีนี้ “บัตรมิวพาส” จะชวนไปทำกิจกรรมสุดว้าว พร้อมสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าที่ยังคงเร้าใจกับ 6 แหล่งเรียนรู้ที่จะทำให้ลืมทุกอุปสรรคในหน้าฝน และไม่ต้องทนอยู่บ้านอีกต่อไป จุดหมายปลายทางอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นั่นคือจังหวัด “สุพรรณบุรี” พื้นที่ที่มีแหล่งเรียนรู้อย่างครบครัน และเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร

          เริ่มต้นจากที่ไหนดี?  ถ้าเป็นลูกหลานพันธุ์มังกรก็ต้องไป แหล่งเรียนรู้อารยธรรมไทย-จีน ที่มีรูปปั้นมังกรขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านภายในหมู่บ้านมังกรสวรรค์มากว่า 20 ปี และกลายแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรีไปแล้ว ภายในมีส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญคือ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” นำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของชาวจีนในประเทศไทยตลอดจนประวัติศาสตร์และอารยธรรมจีนที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยเทคนิคการจัดแสดงที่ทันสมัย อาทิ ภาพยนตร์ ระบบโสตทัศนูปกรณ์ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ แสง เสียง หุ่นจำลอง โดยเปิดให้เข้าชมสัปดาห์ละ 5 วัน คือตั้งแต่วันพุธจนถึงวันอาทิตย์ ซึ่งผู้ถือบัตรมิวพาสเพียงแสดงบัตร หรือดิจิทัลการ์ดในแอพพลิเคชั่น มิวเซียมไทยแลนด์ (Museum Thailand) เพื่อเข้าชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม    

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี

          จุดหมายต่อมาที่ต้องไปให้ถึง “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี” รวบรวมเรื่องราววิถีชีวิตของชาวสุพรรณตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน จัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดี ศิลปวัตถุจากโบราณสถานสำคัญ ร่องรอยของเตาเผาที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณ บันทึกวรรณกรรมชื่อดัง 2 เรื่องที่เกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี ได้แก่ เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน และโคลงนิราศสุพรรณ การจัดแสดงหุ่นจำลองประกอบสื่อ จำลองการเล่นเพลงพื้นบ้านที่นิยมเล่นกันในเทศกาลต่างๆ ได้แก่ เพลงอีแซว และเพลงเรือ การจัดแสดงผลงานของศิลปินเพลงลูกทุ่งชาวสุพรรณที่มีชื่อเสียง อาทิ ก้าน แก้วสุพรรณ, สุรพล สมบัติเจริญ, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, ศรเพชร ศรสุพรรณ, สายัณห์ สัญญา และพุ่มพวง ดวงจันทร์ ซึ่งหากอยากรู้จักจังหวัดสุพรรณบุรีให้มากขึ้นสามารถเข้าชมได้ในวันพุธถึงวันอาทิตย์เช่นกัน

หอคอยบรรหาร-แจ่มใส

          ไม่มีมุมไหนที่จะได้เห็นวิวเมืองสุพรรณได้มากเท่าที่นี่อีกแล้ว “หอคอยบรรหาร-แจ่มใส” ภายในสวนเฉลิมภัทรราชินี ตั้งอยู่ในทำเลดีใจกลางเมือง หอคอยแห่งแรกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ด้วยความสูงถึง 123.25 เมตร และมีกล้องส่องทางไกลไว้รอบด้าน อีกทั้งยังจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดไว้ทั้งหมด และบริเวณโดยรอบมีสวนดอกไม้นานาพันธุ์ สวนปาล์ม สวนน้ำพุประกอบดนตรี ธารน้ำตก สไลเดอร์ สนามเด็กเล่น เรียกได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับการพาครอบครัวไปพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเปิดให้เข้าชมในวันอังคารถึงวันศุกร์    

ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย

          เสน่ห์อีกอย่างของคนไทยภาคกลาง คือ วิถีชีวิตที่ผูกพันกับการทำนาปลูกข้าว ซึ่งถ้าใครได้ไปเยือนสุพรรณบุรี จะยิ่งทำให้เรื่องราวของชาวนาและการปลูกข้าวจะยิ่งน่าสนใจขึ้น เพราะที่ “ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย” (นาเฮียใช้) เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ก่อตั้งเพื่อเป็นศูนย์รวบความรู้เรื่องข้าวและชาวนาไทยอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การรวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สำคัญของไทยมาจัดแสดง วิถีชีวิตของชาวนาไทยทั้งแต่อดีตที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาและประเพณี ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบันเนื่องจากคนรุ่นหลังไม่ค่อยได้สืบทอด โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ทุกวัน

ตลาดเก้าห้อง

สินค้าภายในตลาดเก้าห้อง

หอดูโจร ตลาดเก้าห้อง

          สำหรับใครที่ชอบแนวย้อนตำนานชุมชนเก่าแก่สุดครึกครื้นจากอดีตถึงปัจจุบัน ต้องไม่พลาด “ตลาดเก้าห้อง” ที่ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมที่สะท้อนวิถีชุมชนชาวตลาด สร้างขึ้นเมื่อปี 2477 เป็นอาคารเรือนไม้สองชั้นเก่าแก่ที่ยังคงดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมอย่างเรียบง่ายเหมือนเมื่อสมัยก่อน ในตลาดมีห้องพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของใช้ในสมัยโบราณของชาวสุพรรณ อันซีนกับหอดูโจรหนึ่งเดียวในสุพรรณบุรีที่ใช้สอดส่องโจรที่จะมาบุกปล้นหมู่บ้าน ซึ่งหอดูโจรแห่งนี้อยู่ในยุคแห่งจอมโจรชื่อดังในภาคกลาง อาทิ เสือมเหศวร เสือดำ เสือหวัด เสือฝ้าย และเสือใบ นอกจากนี้ยังรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่รวบรวมมาจากชาวบ้านในชุมชน เช่น วิทยุโบราณที่ใช้หลอดสุญญากาศ ตาชั่งเก่า ของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีอายุหลายสิบปี รูปถ่ายย้อนยุคของชาวชุมชนตลาดเก้าห้องมาให้ชมกันอีกด้วย

บ้านขุนช้าง วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร​​​​​​​

          และอย่าลืมสวมบทนักสืบกับภารกิจแกะรอยตัวละครในวรรณคดีชื่อดัง “ขุนช้างขุนแผน” วรรณคดีไทยชื่อก้องที่ปรากฏในตำราเรียน อยากให้ไปย้อนรอยตัวละครสำคัญของสุดยอดวรรณคดีไทย นั่นคือ “บ้านขุนช้าง” ที่มีหลักฐานอยู่จริงภายในวัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี โดยบ้านขุนช้างอยู่ในพื้นที่บริเวณวัด บนบ้านทั้งสองแถบนั้นกั้นเป็นห้องเหมือนกับบ้านเรือนไทยโบราณ ภายในมีตู้กระจกยาวที่ใส่ของเก่าไว้มากมาย เช่น ถ้วยชาม จาน ช้อนเคลือบ แจกันเคลือบ พุทธรูปองค์ ส่วนผนังด้านบนมีภาพวาดเป็นเรื่องราวของขุนช้างขุนแผนหลายสิบภาพ และยังสามารถไปกราบนมัสการหลวงพ่อโต พระเถระชื่อดังที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสุพรรณบุรีได้อีกด้วย

บัตรมิวพาส

          แหล่งเรียนรู้ทั้ง 6 แห่ง เป็นเพียงไฮไลท์ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังไม่รวมเส้นทางท่องเที่ยวทางธรรมชาติสุดอันซีน แหล่งช็อปปิ้งของกินของใช้อีกมากมายที่ทำให้จากนี้สุพรรณบุรีจะกลายเป็นพิกัดใหม่ของนักท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก่อนออกเดินทางทุกครั้งอย่าลืมพกบัตรมิวพาสติดตัวไปด้วย หรือจะนำบัตรไปลงทะเบียนเป็นดิจิทัลการ์ดในแอพพลิเคชั่นมิวเซียมไทยแลนด์ก็ทำได้ เพราะนอกจากจะได้เข้าชมแหล่งเรียนรู้ได้ทั่วไทยกว่า 55 แห่งแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์มากมาย ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรมิวพาสได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2225-2777 ต่อ 529 หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/musepass

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ