royal coronation
7 ธันวาคม 2562
บันเทิง

ทำงานเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ 'เซฟฟานี่' ปรับชีวิตให้ครอบครัว

13 กรกฎาคม 2562 - 06:00 น.
ทำงานเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ เซฟฟานี่ ปรับชีวิตให้ครอบครัว,เซฟฟานี่ อาวะนิค,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 9,599 ครั้ง

"เซฟ" เซฟฟานี่ อาวะนิค เผยทุกเรื่องราว ทั้งชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และ ความรัก

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-ถ้าพูดถึงนางเอกวิกหมอชิตที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นต้องสาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย “เซฟ” เซฟฟานี่ อาวะนิค แน่นอน ล่าสุดกับละครเรื่อง ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ ประกบคู่พระเอก “เวียร์” ศุกลวัฒน์ ซึ่งได้รับเรตติ้งสูงไม่น้อย และด้วยความที่กำลังมาแรงเลยต้องให้ “เซฟฟานี่” มานั่งคุยกับ คม ชัด ลึก บันเทิง ทุกเรื่องให้ได้รู้กัน

@@ ละครได้รับฟีดแบ็คดี

   “หลายคนก็ได้ชมก็ได้ข่าวว่าในทวิตเตอร์มีฟีดแบ็คค่อนข้างดีตัวเซฟเองไม่ค่อยเล่นเท่าไหร่มีคนมาบอกเรา เราก็รู้สึกดีใจเราก็ว่าเราก็เต็มที่กับเรื่องนี้รวมทั้งนักแสดงคนอื่นด้วยก็ดีใจที่ทุกคนชอบ อยากให้ทุกคนติดต่อไปจนจบเรื่องเลย”

@@ ร่วมงานกับ เวียร์ เรื่องนี้

   “สนุกค่ะ พี่เวียร์เป็นคนสบายๆช่วยเรื่องนี้ไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่มันไม่ได้มีดราม่าเยอะขนาดนั้น มันก็จะเน้นคอมเมดี้เยอะ คือก่อนหน้านี้ก็เคยเจอพี่เวียร์มาก่อนแล้วในซีรีส์ภารกิจรักอาจจะไม่เล่นคู่กัน เราเคยเจอกันมาแล้วเรื่องนี้มันเป็นคอมเมดี้ไม่ได้มีกรอบอะไรมากมายเรื่องบทเรื่องอะไรอย่างนี้เพราะฉะนั้นถ้าเรามีไอเดียอะไรเราก็สามารถขายให้ผู้กำกับได้เราก็เหมือนมานั่งคิดกันว่าอะไรมันจะดีที่สุดสำหรับซีนแต่ละซีน มุกพี่เวียร์ก็เรื่อยเปื่อยเรายิ่งเขารวมแก๊งกันไหลไปเรื่อยๆเลยถ้าเขียนมาเป็นบทน่าจะ 3-4 หน้าเลยมันลากยาวไปได้เรื่อยๆเลยค่ะ ก็สนุกค่ะ เรื่องนี้ เซฟ ไม่ได้เป็นตัวตลกแต่ว่าพอเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วยบางทีเราก็แอบขำนิดนึงคือไม่ได้เตี๊ยมกันไงบางทีมันจะไม่มีการเตรียมตัวหรืออะไรเขาจะเล่นสดไปเลยแล้วเราก็แบบไม่ขำอะไรอย่างนี้ก็มีหลายๆซีนโดยเฉพาะทางโคกอีเกิ้ง ค่ะ”

@@ คอมเมดี้ มันไกลตัวไหม

   “ก็ค่อนข้างไกลตัว เซฟ ถ้าหลายคนรู้จักถ้าเป็นคนเพี้ยนๆตลกเหมือนกันแต่ว่าพอมันเป็นคอมเมดี้ไทยด้วยว่าภาษาเราไม่ได้ถนัดตลกทางภาษาไทยจะเป็นคนตลกพูดอังกฤษมากกว่าเพราะฉะนั้นเรื่องมุกเรื่องอะไรบางทีเราก็จะมีบางอย่างที่ไม่รู้อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้เราไม่ได้เป็นคนปล่อยมุกเราอาจจะเป็นตัวที่โดนแกล้งอะไรอย่างนี้มากกว่าในเรื่อง”

@@ มีอะไรที่ยากไหม

   “ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นคาแรคเตอร์ไหนมันยากอยู่แล้วเพราะว่าเราไม่สามารถเล่นเหมือนในทุกเรื่อง ทุกเรื่องมันจะไม่เหมือนกันถึงแม้ว่าจะมีคาแรคเตอร์คล้ายๆ กันอ่อนแอหรืออะไรงี้แต่ว่าสุดท้ายเนื้อเรื่องปู่มาเรื่องอดีตเรื่องอะไรที่เราต้องสร้างให้ตัวละครนี้มันสร้างไม่เหมือนกันภาชนะระดับความเศร้าระดับความโกรธหรืออะไรมันจะไม่เท่ากันจะเล่นเรื่องอะไรก็ตามต้องมีเหตุผลที่เราแสดงอารมณ์นั้นออกมา”

@@ จริงๆตัวตนของเซฟเป็นคนยังไง

   “ก็เป็นคนเงียบๆถ้าไม่รู้จักนะคะเหมือนมีความเป็นส่วนตัวสูงคือไม่ชอบความวุ่นวายไม่ชอบไปที่ที่มีคนไปเยอะๆแล้วก็เป็นคนทำงานอยู่เฉยๆไม่ได้อยู่บ้านทั้งวันอยู่ได้แค่วันเดียวเราจะต้องไปหากิจกรรมอะไรสักอย่างทุกวันอย่างหลายคนก็น่ารู้แล้วว่าเซฟเป็นเทรนเนอร์ด้วยสอนคนออกกำลังกายอันนี้ก็เป็นงานดีจังเลยที่เราทำแล้วทำให้เรามีเวลาว่างน้อยลงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลยแต่เราเป็นคนอยู่เฉยๆไม่เป็น ถ้ารู้จักนานๆจะรู้ว่าเป็นคนเพี้ยนๆบ้าๆบอๆ ไม่มีอะไร”

@@ ไลฟ์สไตล์ที่เราชอบ

   “เป็นคนชอบแอดเวนเจอร์ ไลฟ์สไตล์ ชอบแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว การกิน การใช้ชีวิตทุกอย่างจะเรียบง่ายหมด แต่งตัวกางเกงยีนส์ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาสั้นหรือสีโทนดำขาวสีเทาเป็นคนไม่ค่อยชอบสีสันแบบเยอะๆไม่ชอบสีไบร์ท กินก็กินง่ายๆกินไข่ต้มข้าวกล้องผักอะไรอย่างนี้ค่ะโดยรวมคือทุกอย่างง่ายๆตอนไปเที่ยวง่ายๆแต่ชอบแบบแอดเวนเจอร์ พักแบบโรงแรมที่ไม่มีอะไรมากเพราะเราไม่ได้อยู่โรงแรมเพราะเราจะออกไปข้างนอกเป็นคนชอบเอ็กปอ ปีนเขา อะไรที่มันท้าท้ายชอบ”

@@ การเป็น เทรนเนอร์ เป็นยังไง

   “ก็โอเคค่ะไปเรื่อยๆตอนนี้ก็เทรนอยู่หลายคน ก็ยุ่งพอสมควรเช้าก่อนไปทางลูกค้าก็จะมีลูกค้าเช้า คือ เซฟ มี 2 อย่าง ปั่นจักรยาน เป็นอินสตรัคเตอร์ นำคลาส อันนี้เราต้องใช้ร่างกายด้วยถือว่าเราออกกำลังกายไปด้วยก็เหนื่อยอยู่เพราะเราต้องหายใจให้ถูกระหว่างการสอนเราก็เหมือนหอบร่างกายเราชินแล้วแหละทำมาปีครึ่งแล้วค่ะ นำทุกคลาส ก็สนุกมีคนมาปั่น เปิดเพลงปั่นตามจังหวะมีไฟมันก็จะเป็นการออกกำลังกายอีกวิธีที่ปนกับความสนุกวันไหนเราเหนื่อยมากต้องไม่ต้องปั่นหนัก เราปั่นหนักเราก็ปั่นได้ ส่วนอีกอย่างหนึ่งเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวเลยแล้วก็สอนกรุ๊ปคลาวด้วย ส่วนมากก็สอนคลาสเย็น หรือเสาร์ อาทิตย์ อะไรอย่างนี้ ก็มีลู่วิ่งปนกันไป” เป็นเทรนเนอร์ด้วย และต้องถ่ายละครด้วย แบ่งเวลายังไง “วันไหนเขาขอคิวถ่าย ที่เราจะฟิกไว้เลยว่าวันนี้วันนี้วันนี้ถ่ายแน่ๆเราก็จะจัดตารางล่วงหน้าก็จะจัดตารางตามคิวถ่ายละคร บางทีก็สอนเช้าก็จะไปทำงานหลังจากสอบเสร็จอะไรประมาณนี้”

@@ ตอนนี้มีคนมาให้เราเป็นเทรนเนอร์เยอะแค่ไหน

   “ก็แน่นแล้วค่ะตอนนี้คือพอแค่นี้เพราะฉะนั้นเดี๋ยวตัวเราเองจะไม่มีเวลาพักตอนนี้สิ่งที่อยากถามที่สุดคือหาเวลาให้มากกว่าเดิมมีเวลาให้ครอบครัวมากกว่าเดิมตอนนั้นเราโฟกัสกับทางงานเยอะไปหน่อยจนเรารู้สึกมันเหนื่อยเกินไปเรายังเด็กอยู่เราก็อยากไปเอ็กปอก็เลยตั้งเป้าหมายเรารับแค่พอประมาณ เสาร์อาทิตย์มีเวลากลับบ้านไปหาแม่”

@@ เป็นคนรักสุขภาพ

   “ก็คือเรากว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ใด้มันก็ใช้เวลาตัวเราเข้าวงการตั้งแต่เด็กแน่นอนอยู่แล้วเรามีความกดดันกับการดูแลตัวเองแต่ตอนเด็กๆก็บอกตรงๆเลยก็ดูแลตัวเองแบบผิดคือการอดอาหารออกกำลังกายมากเกินไปตอนนั้นเด็กมาก 16-17 เรายังไม่มีความรู้แต่ด้วยที่เราเรียนวิทยาศาสตร์มันไม่ใช่อย่างนี้นะถ้าทำแบบนี้ไปนานๆในระยะยาวสุขภาพแย่ลงมากกว่าเดิมพอโตขึ้นเรื่อยๆเรียนรู้ขึ้นเรื่อยๆพอเราเรียนจบก็ไปเรียนเพิ่มก็คือสูตรทางด้านเทรนเนอร์เลยการเทรนที่ถูกต้องการกินหรืออะไรอย่างนี้ค่ะ คือทุกวันนี้เราก็ดูแลตัวเองแบบให้เราสบายใจ เมื่อก่อนจะรู้สึกแบบไม่ได้เราต้องฟิกเราต้องสตริ๊กแต่พอเราไปเรื่อยๆสุขภาพจิตเราก็สำคัญไม่ใช่สุขภาพข้างในอย่างเดียวถ้าเรามัวแต่ไปฟิกเกินไปห้ามกินอันนู้นห้ามกินอันนี้ต้องออกทุกวันสุขภาพจิตเราก็เสีย เพราะฉะนั้นเราต้องหาอะไรที่มันบาลานซ์ที่เราทำแล้วเราสบายใจ”

@@ ก่อนหน้านี้เราเคยตรวจเจอซีสต์ที่รังไข่

   “ใช่ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่มันเป็นอะไรที่จะหายมันต้องสังเกตอาการ ถ้ามันเริ่มกลับมาเราก็ต้องมาดูว่าช่วงนี้เรากินอะไรมากเกินไปไหมหรือว่ากินอะไรไม่พอ แล้วก็ต้องสังเกตรอบเดือนเพราะถ้าผิดปกติก็จะรู้ เราอาจจะนอนไม่พอเขาเรียกว่าเป็นมอทิซีสต์ ที่มีซีสต์หลายๆ อันอยู่ในนั้น แต่ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองในอนาคตพอมันสะสมมันก็กลับมาเป็นมะเร็งได้ เราต้องดูแลตัวเองมันจะได้ไปถึงขั้นนั้น แต่มันก็มีขึ้นมีลงของมัน บางช่วงก็รู้สึกเหนื่อยง่าย เพลีย หรืออะไรอย่างนี้ค่ะ แต่พอมันดีขึ้นก็จะขึ้น ขึ้นลงอย่างนี้ค่ะ มันไม่สามารถดีได้ตลอดชีวิต เพราะว่าร่างกายเราก็ใช้งานทุกวัน”

@@ จริงๆ คุณหมอ แนะนำให้ผ่าตัดไปเลยไหม

   “คุณหมอเคยบอกว่าผ่าตัดได้แต่มันก็จะกลับมาอีกได้ เพราะฉะนั้นเหมือนหมอก็บอกให้ดูแลตัวเองไปเรื่อยๆ มันก็จะมียาฮอร์โมนที่ช่วยได้ สามารถควบคุมฮอร์โมนในร่างกายได้ แต่ถามว่าจำเป็นไหมไม่จำเป็น แต่ถ้าเรารู้ตัวว่าเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเองก็ควร แต่ถ้าเรารู้ตัวว่าดูแลตัวเองได้ดี ทานอาหารที่ดี ไอ้สิ่งที่เรากินมันไปรักษาของมันเองข้างใน ซึ่ง เซฟ ก็ทำมาถึงทุกวันนี้ค่ะ กินอาหารแล้วมันก็ดีขึ้น มันไม่ใช่ว่าไม่ดีขึ้นค่ะ”

@@ ตัวเราเองวางแผนชีวิตไว้ยังไง

   “ตอนนี้ก็ทำงานไปเรื่อยๆ แล้วก็เรียนรู้สิ่งใหม่ไปเรื่อยๆ เพราะว่าเป็นคนชอบเรียน ตอนนี้ก็คือเรียนโภชนาการเหมือนเป็นหลักสูตรระดับหนึ่ง แต่พอเราจบต้องนี้ปุ๊บก็จะเป็นหลักสูตรระดับสอง เรียนไปด้วยก็จะมีสอบทางออนไลน์ อยากทำตรงนี้ให้สุดเหมือนกัน”

@@ ตอนนี้ คุณพ่อ เป็นยังไงบ้าง

   “ก็ยังกายภาพบำบัดอยู่ที่ต่างประเทศ คงอยู่ที่นั่นอีกสักหนึ่ง เพราะมีอีกหลายอย่างที่เขาต้องจัดการ แต่สุดท้ายเขาก็อยากกลับมาอยู่เมืองไทยอยู่กับครอบครัว ถามว่าจะเดินได้ปกติไหมก็คงเดินไม่ได้แล้วเหมือนเมื่อก่อน ทุกวันนี้ก็แข็งแรงเพราะเขาอยู่คนเดียวต้องพยุงตัวเองขึ้น หลังจากที่เขาออกจากโรงพยาบาล 4 เดือน ลุกไม่ได้อะไรไม่ได้เพราะกล้ามเนื้อมันไม่ได้ใช้เลยอยู่บนเตียงอย่างเดียว ก็ต้องค่อยๆ สร้างใหม่ ก็จะมีเวทเล็กๆ ของเขาค่อยๆ ยกอะไรอย่างนี้ รวมถึงจิตก็ดีขึ้น ล่าสุดก็ไปหาเขามาเขาก็ดีใจอยากให้อยู่นานๆ แต่ว่าเราต้องกลับมาทำงาน ไม่แน่ถ้ามีโอกาสสิ้นปีอาจจะไปหาเขาอีกรอบ ที่นู้นครอบครัวเขาก็คุณย่าเพิ่งจะเสียไปครึ่งปีที่แล้วด้วยโชคร้ายพอดีตอนนั้นพ่อยังอยู่โรงพยาบาล คุณย่า ก็เลยไม่ได้ดูแล เขาคงชินแล้วแหละ เขาทำงานคนเดียวตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ เขาก็ชินกับการดูแลตัวเอง แต่เราก็โทรคุยกันทุกอาทิตย์เช็คอาการเป็นยังไงบ้างแบบนี้ตลอด พ่อเป็นคนเข็มแข็งค่ะ แล้วก็เป็นคนสู้ เขาอยากกลับมาแหละ เพราะเขาไม่ชอบอากาศหนาว เขาชอบแดด”

@@ คุณพ่อ เหงาไหมด้วยที่ต้องอยู่คนเดียว

    “ก็เหงา แต่ว่า เซฟ ก็จส่งอีเมล์ พ่อไม่ยอมซื้อโทรศัพท์ใหม่ โทรศัพท์ใช้แบบเปิดปิดอย่างนี้ บอกให้โหลดไลน์อะไรเข้ามาก็ไม่เอาอะไรทั้งสิ้นก็เลยต้องเป็นอีเมล์แทน แล้วก็โทรศัพท์เขาจะโทรมาหาทุกอาทิตย์ แต่เขาก็มีเพื่อนที่นั่น มีเพื่อนคอยช่วยเหลือ เวลาเขาต้องไปล้างแผลที่โรงพยาบาลเพื่อนบ้านก็อาจจะไปส่ง แต่ทีี่นู้นเซอร์วิสค่อนข้างดี เพราะเขาจะมีแท็กซี่สำหรับคนที่เดินไม่ได้”

@@ ด้วยความที่ห่างไกลห่วงเขาขนาดไหน

    “ช่วงแรกๆ ก็เป็นห่วง ถ้าถามว่าใครเป็นห่วงมากกว่าแม่ เซฟรู้ว่าพ่อเป็นคนยังไงก็เป็นห่วงแต่ไม่ได้ขนาดแม่ แม่ บางที พ่อ อาจจะโทรมาสาย 2-3 วัน ก็จะบอกลองส่งอีเมล์ซิว่าเป็นอะไรหรือเปล่า คือตอนนี้ก็ไม่น่าห่วงแล้ว ที่ไปเจอเขาก็ได้เห็นว่ามีคนคอยช่วยเหลือรอบข้างตลอด แล้วก็จะมีพี่สาวของคุณย่าด้วยเขาจะชอบทำอาหารมาฝาก พ่อก็ทำอาหารเป็นด้วยโอเคเขาก็สบาย คุณแม่ ยังไม่ได้ไปหา แต่อย่างที่บอกว่าถ้าได้ไปปีนี้ก็จะบอก”

 

@@ งานก็ต้องทำ ครอบครัวก็ต้องดูแล มีท้อไหม

   “ท้อไหม เราผ่านจุดนั้นมาแล้ว จุดที่พ่อประสบอุบัติเหตุใหม่เลยคือเราแบบช็อคมาก เราคิดว่าจุดนั้นน่าจะแบบพีคที่สุดแล้ว คือค่ารักษาโรงพยาบาลมันก็เยอะ 4 เดือนมันก็นาน พอเราผ่านจุดนั้นแล้ว พ่อถูกส่งตัวไปรักษาต่างประเทศทุกอย่างมันก็คลี่คลายลง เราก็สบายใจมากขึ้น ช่วงที่เริ่มเคลียร์เรื่องคดีก็เป็นช่วงที่ท้อแต่ว่า ตอนนี้ก็โอเคแล้วค่ะ ถามว่ามันเหนื่อยไหมมันก็เหนื่อย แต่เราก็ทำงานที่เรารักด้วยมันก็โอเคค่ะ เพราะตอนนี้อย่างที่บอกเราแบ่งเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น เหมือนเราก็มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น”

@@ เรื่องความรักตอนนี้ได้ข่าวว่าเป็นสีชมพู

    “ก็มีหนุ่มคุยแล้ว เรียกแฟนแล้ว สักพักแล้ว คือเราก็ไม่ได้เป็นคนปิดบัง แต่ก็ไม่ได้เปิดขนาดนั้น ทุกอย่างแฮปปี้ดี ก็มีออกกำลังกายด้วยกัน ล่าสุดก็ไปเที่ยวมาเหมือนทุกๆ คนทั่วไป”

@@ เป็นคนนอกวงการ

    “ใช่ เป็นคนอิตาเลี่ยน แต่ว่าเกิดที่อังกฤษ โตที่อังกฤษ เขามาทำงานที่เมืองไทยเพิ่งจะย้ายได้มาปีกว่าๆ”

@@ เจอกันได้ยังไง

    “เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที เหมือนช่วงนั้นเราทำงานแบบค่อนข้างหนักแล้วก็เราเหมือนรู้สึกเครียด เพราะตอนนั้นคือ คุณพ่อ เราก็เลยกลายเป็นมนุษย์เครียดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่คุยกับใครเลยไม่ให้เวลาเพื่อนเพราะเราเครียดกับตัวเอง เราต้องทำงาน เราต้องดูแลพ่อ เพื่อนก็เลยบอกว่าผ่อนคลายบ้าง แล้วเขาก็เหมือนถามเราคุยกับใครไหมก็บอกไม่เพราะไม่มีเวลา คือเราแค่รู้สึกว่าแค่นี้เวลาให้ตัวเองก็ไม่มีแล้วทำไมจะต้องไปให้เวลากับคนอื่นด้วย แต่ก็แบบว่าเราว่าอาจจะทำให้เธอผ่อนคลายมากขึ้นนะ เขาก็เลยให้เป็นเพื่อนไปก่อน พอคุยกันไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ให้กำลังใจเราดี เป็นคนที่เหมือนซพพอร์ตเราไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เป็นคนที่เข้าใจ เราก็บอกเขาตรงๆ ตั้งแต่ต้นว่าเราเป็นคนชอบทำงานนะ เพราะถ้าไม่เวลาให้เธอก็อย่าว่าต้องเขาใจตั้งแต่ต้นเลย เป็นคนเข้าใจก็ดีตรงนี้”

@@ อายุห่างกันไหม

    “ห่างกันประมาณ 2 ปี เขาโตกว่า”

@@ มีอะไรที่ต้องปรับจูนไหม

   “เอาจริงๆ ไม่เคยเจอคนที่แบบใจเย็นขนาดนี้ เป็นใจเย็นมาก คือเรารู้สึกว่าเราเป็นคนอารมณ์ร้อนกว่า แต่เขาเป็นที่ใจเย็น เราอยากทำอะไร ก็แล้วแต่ แล้วแต่ บางทีเราก็ถามไม่มีอะไรที่เธออยากทำเลยเหรอ ไม่มีความคิดเห็นอะไรเลยเหรอ อะไรที่เธอทำก็ทำได้หมด ไม่ว่าจะเป็นไอเดียไปเที่ยวไหนดี ไปกินอาหารที่ไหนดี เขาก็แบบแล้วแต่ แล้วแต่ ด้วยที่ว่าเราอารมณืร้อนกว่าเขาพอวันไหนเราหงุดหงิดเขาก็จะเเป็นคนทำให้เราใจเย็นได้ เราเหมือนเป็นไฟเขาเหมือนน้ำ น้ำดับไฟ เป็นคนที่ให้คำแนะนำ เป็นผู้ใหญ่ด้วย”

@@ เขา ได้เจอ คุณแม่ หรือยัง

    “เจอทั้งคุณพ่อคุณแม่เลย คุณพ่อคุณแม่ก็แฮปปี้เขาชอบ ก็จะถามตลอดว่าเขาเป็นยังไงบ้าง คุณแม่ ก็จะเจอประจำเข้ากันดี คุณแม่ ก็จะคุยกับเขาได้ถือว่า คุณแม่ ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว”

@@ คาดหวังกับความรักขนาดไหน

   “ไปเรื่อยๆ ค่ะ ก็เหมือนกับการทำงานเราไม่อยากคาดหวังอะไรไปเยอะ แต่เราคือใช้ชีวิตณจุดนี้มากกว่า ไม่ว่าอนาคตไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ต้องไปปล่อยไปตามธรรมชาติ”

    ได้รู้เรื่องราวทุกอย่างของนางเอกที่ชื่อ “เซฟ” เซฟฟานี่ อาวะนิค กันไปแล้ว ถ้าใครรักเธอจริงก็อย่าลืมตามเชียร์ในละครด้วยนะจ๊ะ

เรื่อง : เมธาวี ดีมี

ภาพ : ประเสริฐ เทพศรี

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ