royal coronation
12 ธันวาคม 2562
บันเทิง

ทนายความฝั่ง 'ปู-ไปรยา' พร้อมสู้คดี จ่อฟ้องกลับคู่กรณี

28 เมษายน 2562 - 23:45 น.
ทนายความฝั่ง ปู-ไปรยา พร้อมสู้คดี จ่อฟ้องกลับ ดีเจมะตูม-ต้นหอม,อาหารเสริม ปู ไปรยา,ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก,ดีเจมะตูม เตชินท์,ต้นหอม ศกุลตลา,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 950 ครั้ง

"นายบวรสิษฐ์" นิติยวาณิชย์ ทนายความฝั่ง "ปู" ไปรยา แถลงข่าวหลังถูก "ดีเจมะตูม" เตชินท์ และ "ต้นหอม" ศกุนตลา ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฐานผิดสัญญา ลั่นจ่อฟ้องกลับ

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-เป็นประเด็นลุกลามใหญ่โต เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากับกรณี "ปู" ไปรยา ถูก "ดีเจมะตูม" เตชินท์ และ "ต้นหอม" ศกุนตลา ฟ้องฐานผิดสัญญาในธุรกิจอาหารเสริม โดยล่าสุดตัวแทนของ "ปู" ไปรยา อย่าง "นายบวรสิษฐ์" นิติยวาณิชย์ ทนายความ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า

   "ยืนยันว่า ปู ไปรยา ไม่ใช่เจ้าของธุรกิจเป็นเพียงพรีเซ็นเตอร์เท่านั้น หลังจากได้อ่านสัญญาที่ปูส่งมาให้ตอนนี้ ส่วนตัวดูแล้วไม่โอเค เพราะเข้าข่ายหุ้นส่วนสามัญไม่มีทะเบียน และหากมีปัญหามาจะวุ่นวาย จึงเปลี่ยนสัญญาใหม่เป็นลักษณะผู้ถือหุ้น โดยให้ทุกคนเป็นกรรมการ แต่สุดท้ายแผนนี้ล้มไป จากนั้นได้เปลี่ยนสัญญาอีกรอบเป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ เพราะปูเป็นบุคคลสาธารณะ รูปภาพสามารถนำไปใช้ได้ จึงต้องทำเป็นสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ ไม่ว่าทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ จะต้องจดในชื่อของปู เนื่องจากกลัวต่อไปจะมีปัญหากัน โดยมีการให้เงินค่าใช้สิทธิ์จริง แต่ไม่ได้ถือหุ้นของบริษัท จึงจะตอบคำถามได้ว่าเป็นเจ้าของหรือไม่ เพราะเจ้าของต้องรับเงินจากลูกค้าแล้วไปจ่ายใครบ้าง รวมทั้งต้องกำหนดสัญญาด้วยว่า บริษัทต้องแสดงบัญชีให้ทราบแบบทุกคนเข้าไปดูได้ เพื่อจะได้ตรวจสอบ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งมีการขายได้แล้ว เมื่อแจงบัญชีกับไม่ใช่ ทำให้เกิดความสงสัย จึงได้ตรวจสอบสินค้าว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งในสัญญาตกลงกันว่า การขอจดเครื่องหมายการค้า จะต้องเป็นของปูฝ่ายเดียว ก่อนเรื่องจะคุกรุ่น เพราะอีกฝ่ายไม่ยอม (ส่วนคำถามทำไมถึงเลิกสัญญา) ทนายความชี้แจงประเด็นนี้ว่า "หลังจากรายงานเงินไม่ตรง ทำให้ไม่ไว้วางใจกัน ก่อนพบว่าสิ่งที่ตกลงกันมีความคาดเคลื่อน โดยในสัญญาที่ควรเป็นชื่อปู แต่กับจดในนามบริษัทของผู้ประกอบการ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แก้ไขชื่อเป็นปู เราจึงไม่อยากให้กระทบถึงตัวแทน จึงมีการคุยกันและอยากให้โอนมาเป็นชื่อของปู ทำให้มีหนังสือบอกกล่าวกันอีกรอบ เพื่อขอให้บริษัทแสดงบัญชีบริษัทอีกรอบ แต่ก็ไม่รับคำตอบ จากนั้นวันที่ 14 ก.ค.2561 ได้รับหนังสือจากบริษัทให้ปูโพสต์รูปลงไอจี เมื่อเราไม่ได้รับคำตอบที่ถามไปตอนแรก จึงไม่ได้โพสต์เพิ่ม เพราะคิดว่าพอแล้วในการโพสต์ไปก่อนหน้านี้ ต่อมาได้โทร.ติดต่อกับทนายของบริษัท เพราะอยากให้ 2 ฝ่ายมาดีกัน และอยากให้ประชุมกัน แต่ก็ไม่บรรลุข้อตกลง ก่อนปูจะไม่ไหว แต่จะฟ้องขอจดทะเบียนก็ไม่ได้ เลยขอยกเลิกสัญญาในส่วนทรัพย์สินทางปัญญาที่เสียไป เราก็ไม่มีทางอื่น แม้เราจะส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญาไปก็ยังไม่บอกใคร เพราะหวังจะระงับข้อพิพาทได้ แต่พอส่งไปบริษัทได้รับแล้วก็ไม่หนังสือตอบกลับมา จากนั้นได้ทำหนังสือบอกเลิกสัญญา และทำหนังสือไปยังบริษัท เพื่อขอค่าสัญญาเครื่องหมายการค้า โดยหวังไปแบ่งให้ตัวแทน รวมทั้งเมื่อเลิกสัญญากับบริษัทนี้ ปูก็ยังไม่ลบรูปจากไอจี เพราะกลัวกระทบกับตัวแทน แต่หนังสือเรียกร้องค่าเสียหายฉบับสุดท้ายก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมา แต่ตอนนี้เราถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท ซึ่งถึงตอนนี้ปูยังไม่ลบรูปโฆษณาจากไอจี แม้เรื่องอยู่ในชั้นศาล แต่เมื่อมีคำสัมภาษณ์ของคุณต้นหอมว่า ฝั่งเราไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ย แต่ความจริงคือเราไม่ผิดสัญญา และตอนนี้เรายังไม่ฟ้อง แต่เป็นเรื่องของอนาคต"

 

   (เคลียร์กันไม่ลงตัวใช่ไหม เพราะก่อนหน้าที่ ปู ให้สัมภาษณ์ บอกว่าให้เป็นเรื่องของกฎหมาย) "ตอนนี้เราโดนฟ้อง ฐานผิดสัญญา และยืนยันปูไม่ใช่บอส เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ ไม่ได้เป็นบอสบริหารจัดการบริษัท และปูพร้อมเจรจา ตอนนี้ปูพร้อมเจรจาในส่วนของคดีใหม่ แต่ยังไม่ได้คุยกัน ส่วนตัวคิดว่าคงเจรจากันได้ โดยจากนี้อาจฟ้องในเรื่องของสิทธิของปู เพื่อนำมาให้ตัวแทน เราไม่ต้องการเงินส่วนนี้ ส่วนคดีเก่า เราไม่ยอม ต้องสู้คดีไป เพราะเราไม่ผิด (ทนายความ ยอมรับก่อนมาแถลงข่าวได้พูดคุยกับ ปู ไปรยา) เผยว่า "เอาตรงๆ ก่อนมาน้องก็เครียดนะครับ ตอนแรกไม่เครียดพอเจอบทสัมภาษณ์แล้วมันคลาดเคลื่อนกับเอกสารที่เรามีจริงไม่จริงผมไม่รู้นะ แต่เอกสารผมมันก็ยอมรับแหละว่าอิมแพคกับแบรนด์อื่น ซึ่งเขาไม่รู้เรื่องด้วย น้องก็เสียใจ แล้วก็อยากจะให้สังคมได้เข้าใจในมุมของเราบ้าง ส่งผลกระทบยังไงบ้าง คือแน่นอนแหละเรื่องภาพลักษณ์เราด้อยลง แต่ว่าเรื่องที่เรามาคุยกันเรื่องเอกสารมีจริงๆปกติเราไม่ทำกันแบบนี้ แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ เพราะผมก็ยอมรับได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการท่านอื่นที่อุปถัมภ์น้องว่าโหหนักนะ พอมีอะไรจะพูดได้บ้างไหม ส่วนผมไม่อยากจะพูดจริงๆ อาชีพผม ผมอยากให้ไปอยู่ในศาลแล้วใครอยากรู้ไปแกะสำนวนเอาเป็นเอกสารที่สาธารณชนเข้าถึงได้แล้วมันสุภาพบุรุษกว่า" (ศาลนัดครั้งหน้า ปู จะไปด้วยไหม) "ยังครับ ปู น่าจะขึ้นตอนนัดสืบพยานเลย" (อย่างวันนี้ทราบไหม มะตูม แถลงในเวลาเดียวกัน) "ทราบครับ" (อันนี้ตั้งใจชนเลยใช่ไหม) "ไม่ได้ตั้งใจชนแต่ผมว่าเราแฟร์เกมส์กัน เราไม่รอให้คุณเตชินท์ (มะตูม) เขาพูดไปแล้วเราไปหาทางแก้ไม่ เราเปิดเลยใครจะดูดูนะครับ เพราะเราคิดว่าเราพูดความจริงไม่ต้องประดิษฐ์ในหลักฐานที่เรามีเราเชื่อแบบนั้น แต่ว่าหลักฐานของฝั่งทางผู้ประกอบการก็อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ผมไม่ทราบว่า คุณศกุนตลา รู้หรือไม่ว่ามันมีพวกนี้อยู่ ท่านอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ ไม่รู้สัญญาท่านเคยอ่านหรือไม่ (สัญญาชุดเดียวกันใช่ไหม) ชุดเดียวกันครับ" (มะตูม ได้พูดคุยกับ ปู ไหม) "น้องก็แค่ส่งข้อความไปขอโทษคุณมะตูมเพราะ 2 คนนี้สนิทกันตอนทำงาน เขารักกัน" (พอจะทราบความสัมพันธ์ตอนนี้ไหม) "ไม่ทราบจริงๆ เข้าใจว่าน่าจะไม่คุยกันแล้วนะ" (แนวโน้มของ ปู อยากให้จบแบบไหน) "เอาจริงๆ อยากจบนะครับทุกคนไม่มีใครอยากจะไปสุดหรอกแต่ก็ไม่ใช่ในแนวทางที่เราจะต้องจ่ายในสิ่งที่เราได้รับความเสียหาย" คำสัมภาษณ์ของ ปู ไปรยา ในครั้งแรกเลย เกิดข้อผิดพลาดตรงไหนที่ทำให้เกิดเป็นประเด็นลุกลาม "ผมว่าเขาไม่มีทางเลือกนะ แต่ถ้าเป็นผมก็ไม่กล้าโกหกนักข่าว ก็นักข่าวทุกคนก็อุปถัมภ์เขาอยู่มาโหกผู้มีพระคุณก็เป็นไปไม่ได้ไหมก็ต้องพูดตามความเป็นจริงจะมาบอกว่ายังทำอยู่เพื่อเซฟตัวแทนเพื่อหวังไปต่อกันได้สุดท้ายขุดมาเป็นเรื่องไม่เป็นความจริง" (ปลายทางที่ช่วยตัวแทนก็คือต้องชนะคดี แล้วเอาเงินมาแชร์ให้) "ก็คิดว่าอย่างนั้น"

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ