พลันที่ "อำนาจเต็ม" ย้ายมาอยู่ในมือทหาร จากผลแห่งการประกาศกฎอัยการศึกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ปฏิบัติการ "คืนความสงบสุขให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม" ตามแผนของกองทัพก็เริ่มต้น

               ด้านหนึ่ง ผบ.ทบ.เล่นบท "คนกลาง" นัดพูดคุยเจรจากับแกนนำคู่ขัดแย้งทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกให้แก่วิกฤติการณ์ทางการเมืองและกฎหมายที่พัวพันกันยุ่งไปหมด

               อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ทหารได้ติดตามไล่ล่าจับกุมบรรดา "กองกำลังติดอาวุธ" ที่มีชื่ออยู่ใน "บัญชีดำ" ทั้งที่เคยก่อและเตรียมจะก่อเหตุรุนแรงในเขตกรุงเทพมหานครและสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ความหวาดกลัว และความสูญเสียในหมู่ประชาชน

               หลังประกาศกฎอัยการศึกยังไม่ถึง 48 ชั่วโมง ทหารได้สนธิกำลังกับตำรวจ ภายใต้การบูรณาการของ กอ.รมน.จังหวัด (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด) เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางเป็นอาวุธสงครามลอตใหญ่ได้หลายรายการ

               เริ่มจากการเข้าค้นบ้านต้องสงสัย เลขที่ 103 หมู่ 6 ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี และจับกุม นายเชาวร์วัฒน์ ทองเผือก อายุ 54 ปี พร้อมอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนสงครามนับพันนัด ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์และระเบิดพลาสติกอีกจำนวนหนึ่ง

               จากนั้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักของ น.ส.จันทนา วรากรสกุลกิจ เลขที่ 3-4 หอพัก NCO ซอยสวนหลวง ถนนสวนหลวง พบอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก อาทิ ปืนอาก้าแบบพับฐาน ปืนไรเฟิลติดกล้อง เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 พร้อมลูกยิงระยะไกลจำนวน 9 ลูก ปืนกลมือเอ็ม 4 พร้อมกระสุนและอุปกรณ์เก็บเสียง รวมทั้งวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ระเบิดขว้าง ดินระเบิด เสื้อเกราะ ฯลฯ

               ทั้งยังมีบัตรประจำตัวการ์ดและสตาฟฟ์ของกลุ่มชุมนุมทางการเมืองกลุ่มหนึ่งด้วย!

               นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ยังควบคุมตัว นายบุญเลิศ เรืองทิม หรือฉายา "เลิศ ไม้เก่า" ซึ่งข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงระบุว่าเป็นกลุ่ม นปช.พิษณุโลก และเป็น "มือขวา" ของแกนนำกลุ่มชุมนุมการเมืองกลุ่มหนึ่ง โดยรวบตัวได้ที่ จ.พิษณุโลก อันเป็นการจับกุมตามหมายจับคดีพกพาอาวุธปืน ทั้งนี้ นายบุญเลิศ มีความเกี่ยวโยงในเหตุการณ์ยิงปะทะกันระหว่างกลุ่มชุมนุมทางการเมืองกับนักศึกษารามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

               "เลิศ ไม้เก่า" อายุราว 56 ปี เป็นชาว จ.พิษณุโลก และเป็นหัวหน้ากลุ่มนักรบพระองค์ดำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารพราน กลุ่มนี้มีสมาชิกหลายสิบคน...

               ข้อมูลเบื้องต้นที่มีรายงานยืนยันตรงกันจากปฏิบัติการทั้งหมดในห้วง 48 ชั่วโมงแรกของการประกาศกฎอัยการศึกก็คือ รายของนายเชาวร์วัฒน์ที่ถูกจับที่ลพบุรี เจ้าตัวให้การรับสารภาพแบบหมดเปลือกแล้ว ส่วน น.ส.จันทนา ซึ่งมีที่อยู่ตามบัตรประชาชนอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ยังคงให้การภาคเสธ ขณะที่ "เลิศ ไม้เก่า" อยู่ระหว่างการเค้นสอบ

               จากปฏิบัติการจับกุมอย่างต่อเนื่องทันทีหลังประกาศกฎอัยการศึก ทำให้พอสรุปได้ว่าผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ถูกตามประกบตัวโดยเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว และฝ่ายทหารมีข้อมูลทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาการควบคุมสถานการณ์ด้านความมั่นคงภายใต้การนำของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ซึ่งใช้ตำรวจเป็นกำลังหลัก ไม่ได้ดำเนินการใดๆ

               ต้องไม่ลืมว่า ความเคลื่อนไหวของ "กองกำลังติดอาวุธใต้ดิน" คือเหตุผลหนึ่งใน 3 ข้อที่ทำให้ ผบ.ทบ.ต้องตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก โดยเฉพาะกรณีที่ จ.นครนายก ก่อนประกาศกฎอัยการศึกเพียงไม่กี่วัน ซึ่งมีหลักฐานโยงใยทั้งนักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองระดับชาติ และแกนนำผู้ชุมนุมอย่างชัดเจน

               ขณะที่การจับกุมผู้ต้องหาบางรายหลังประกาศกฎอัยการศึก มีข้อมูลการซัดทอดไปยังบุคคลสำคัญของฝ่ายการเมือง และแกนนำผู้ชุมนุมเช่นกัน

               ข้อมูลที่เล็ดลอดจากฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า การจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวโยงกับ "กองกำลังใต้ดิน" นั้น สามารถติดตามรวบตัวได้มากกว่าที่เป็นข่าว จนถึงขณะนี้ตัวเลขพุ่งไปถึงเกือบ 10 คนแล้ว โดยเป้าหมายทั้งที่มีหมายจับและบุคคลต้องสงสัยมีทั้งสิ้นราว 20-30 คน!

               ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้วบางส่วน เชื่อมไปถึงกรณีระเบิดที่ย่านมีนบุรี เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2557 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 คน คาดว่าเป็นหน่วยโลจิสติกส์ คอยขนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบเสร็จแล้วไปส่งให้กลุ่มผู้จ้างวาน หรือผู้ที่มีหน้าที่นำระเบิดไปวาง ครั้งนั้นการสืบสวนขยายผลเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ที่พบหลักฐานชัดคือ มีการเช่าบ้านริมถนนราษฎร์อุทิศ ย่านมีนบุรี-หนองจอก เป็นสถานที่ประกอบระเบิด กระทั่งภายหลังมีการจับกุม นางอัมพร ใจก้อน หรือ "ครูแขก" ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจากคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อปี 2553 โยงเข้ากับขบวนการนี้

               จะเห็นได้ว่า กองกำลังติดอาวุธและการก่อเหตุรุนแรงเพื่อสร้างสถานการณ์วุ่นวาย โจมตีเจ้าหน้าที่และประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ล้วนเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเกี่ยวเนื่องกัน!

               นอกจากนั้นในช่วงที่สถานการณ์การเมืองใกล้ถึงช่วงแตกหัก ยังมีการระดมทั้งคนและอาวุธที่เป็น "อดีตคนมีสี" บางหน่วยมาร่วมด้วย

               มีการประเมินกันว่า ในห้วงที่รัฐบาลยังคง "เสียงแข็ง" กับคำขอแกมบังคับจากฝ่ายทหารให้ "ยอมถอย" เพื่อคลี่คลายวิกฤติของประเทศ โดยรัฐบาลยืนกรานในแง่ความชอบธรรมและกฎหมาย ทั้งๆ ที่หลายประเด็นยังต้องนำไปสู่การตีความโดยหน่วยงานที่มีอำนาจ จนหลายฝ่ายเชื่อว่าเดดล็อกทางการเมืองอาจไม่จบง่าย แม้กองทัพจะประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วก็ตาม

               ทว่า การเดินหน้าจับกุม "กองกำลังติดอาวุธ" ที่มีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองและแกนนำระดับสูงของกลุ่มชุมนุมทางการเมือง อาจทำให้เสียงที่เคยแข็ง...อ่อนลงบ้างไม่มากก็น้อย!

 

พลิกปูม"เลิศ ไม้เก่า"

               ชื่อของ "เลิศ ไม้เก่า" เป็นที่รู้จักกว้างขวาง เมื่อครั้งหนึ่ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เคยปราศรัยสั่งการบนเวทีชุมนุม นปช.คนเสื้อแดง ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ว่า ให้ไปดูแลการชุมนุมของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา ก่อนเปิดฉากปะทะกันและมีการสูญเสียชีวิตของนักศึกษา
    
               "เลิศ ไม้เก่า" หรือ บุญเลิศ เรืองทิม เกิดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2501 ภูมิลำเนาเดิม อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่มาของชื่อได้มาจากการประกอบอาชีพค้าไม้เก่า รับจ้างทุบตึก ทุบอาคารทั่วราชอาณาจักร เป็นคนสู้ชีวิตมาตั้งแต่วัยเด็ก ตามประวัติเคยแม้กระทั่งถีบสามล้อในตัวเมืองพิษณุโลก และค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวทำธุรกิจรายอย่าง แต่เป็นที่รู้จัก คือ ทำธุรกิจรับทุบตึกทุบอาคาร จนได้ชื่อ เลิศ ไม้เก่า
    
               การขับเคลื่อนของกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงใน จ.พิษณุโลก แม้จะมีหลายกลุ่ม แต่สำหรับสายที่ขึ้นชื่อว่า "บู๊" แล้ว ต้องมาจากสายของ เลิศ ไม้เก่า เป็นแกนนำร่วมชุมนุมกับ นปช.กรุงเทพฯ หลายครั้ง และมักจะเริ่มต้นขบวนที่ จ.พิษณุโลก อย่างยิ่งใหญ่ จัดรถเดินสายเป็นขบวน ลูกทีมสวมเสื้อดำ มีโลโก้ "นักรบพระองค์ดำ" เคยกรีดเลือดนำมวลชนแดงมาแล้ว
     
               ในอดีต "เลิศ ไม้เก่า" เคยถูกทหารม้า ม.พัน.9 พล.ร.4 จับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง สมัยที่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 สมัยเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารและยุคสมัยหนึ่งเคยผิดใจนักการเมืองคนหนึ่งจนแทบถอดใจ เคยป่าวประกาศร้องสื่อมวลชนใน จ.พิษณุโลก ว่า "ถอดใจเลิกแล้ว" เพราะผิดใจกันจากเรื่องเงินก้อนใหญ่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ”เลิศ ไม้เก่า” ก็กลับมาอีก แต่คราวนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวเฉพาะใน จ.พิษณุโลก ขยับขึ้นไปอยู่กับแกนนำเสื้อแดงในกรุงเทพฯ เรียกว่ายืนอยู่แถวสองของ "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์
 

..................

(หมายเหตุ : อัยการศึกไล่ล่า'กลุ่มติดอาวุธ' อาวุธลับทหารบีบฝ่ายการเมือง?)