royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
อาชญากรรม

'ผบ.ตร.'แถลง'จับแก๊งโรแมนซ์สแกม-ณิชาพ้นผิด'

วันที่ 17 มกราคม 2561 - 13:05 น.
จักรทิพย์, เปิดบัญชี, สวมบัตรประชาชน, โรแมนซ์สแกม, ณิชา, ผบตร
Shares :
เปิดอ่าน 1,269 ครั้ง

“จักรทิพย์” แถลงจับ 4 ผู้ต้องหาแก๊งไซมอน พร้อมพวก ยัน “ณิชา” บริสุทธิ์ เงินในบัญชี 6 ล้านเป็นเงินหมุนเวียนไม่เชื่อมโยงทำผิด

 

               ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มกราคม 2561 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. แถลงข่าวจับกุม 4 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1.นายอายัค ไซมอน อีโก้ (Mr.Ayak Simon Eko) สัญชาติแคเมอรูน ​2.นางสาวเจรติ หรือแอน สายสิน ​3.นางสาวปวีณา หรืออ้อม สิงห์วิบูลย์ ​4.นางสาวพรหมพร หรือแตน พงษ์เจริญคุณากร ที่เกี่ยวข้องกับการนำบัตรประชาชนของนางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชี จนต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง

               พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจมีจากการสืบสวนหาข่าวตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 16 ม.ค.61 กระทั่งพบว่ามีคนร้ายนำบัตรประชาชนของนางสาวณิชา เพิ่มอีก 1 ธนาคาร 1 บัญชี รวมเปิดบัญชีธนาคาร 8 ธนาคาร 10 บัญชี ซึ่งคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดยนายอายัค ไซมอน ทำหน้าที่จ้างวานหาบัญชี และเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน ส่วนนางสาวเจรติ หรือแอน สายสิน ​ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 3 บัญชี นางสาวปวีณา หรืออ้อม สิงห์วิบูลย์ ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 5 บัญชี ขณะที่นางสาวพรหมพร หรือแตน พงษ์เจริญคุณากร ทำหน้าที่รับเปิดบัญชี 2 บัญชี ซึ่งมีการกระทำความผิดหลายพื้นที่ ทั้ง สน.ห้วยขวาง , สน.ภาษีเจริญ , สน.ทุ่งมหาเมฆ สน.ลาดพร้าว , สน.หลักสอง , สภ.นนทบุรี และ สน.วังทองหลาง แผนประทุษกรรมลักษณะนี้คล้ายกับแก๊งโรแมนซ์สแกม แต่ที่เหมือนกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือการหลวกลวงประชาชนเหมือนกัน

 

 

               พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น สามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏขณะนี้ยังไม่พบว่านางสาวณิชา มีความผิด ส่วนเงินในบัญชีจำนวน 6 ล้านบาท ที่มีการตั้งข้อสังเกตนั้น ตรวจสอบแล้วเป็นเงินหมุนเวียนตั้งแต่ปี 2554 ไม่มีความเชื่อมโยงกับการทำความผิด และไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยการคลี่คลายคดีดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและกำชับให้ช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ

               ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนข้อสงสัยที่นางสาวณิชา ทำบัตรประชาชนหายถึง 3 ครั้ง จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวณิชา ได้แจ้งบัตรประจำตัวประชาชนหายทั้งสิ้น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกทำตอนอายุ 15 ปี และบัตรก็หมดอายุไป ก่อนจะทำใหม่อีกครั้ง และได้ทำหายที่ร้านสะดวกซื้อ และ นางสาวปวีณา ได้นำบัตรจากร้านสะดวกซื้อไป ก่อนจะนำไปเปิดสมุดบัญชีเงินฝากในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หลักพาล รอง ผบช.ทท. หารือกับตัวแทนธนาคารต่างๆ เพื่ออุดช่องโหว่ของธนาคาร ไม่ให้มิจฉาชีพก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้อีก

 

 

               ขณะที่นางสาวณิชา พร้อมพี่สาวเดินทางมามอบดอกไม้ให้กับ ผบ.ตร. และคณะทำงาน พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย โดยเฉพาะศูนย์ปราบคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำให้ความจริงปรากฏ เรื่องนี้ถือว่าเป็นบทเรียนให้กับตนเอง สังคม เป็นกรณีตัวอย่าง ถ้าใครที่เคยทำบัตรหายให้รีบไปแจ้งความ จะได้หาวิธีป้องกันให้ทันท่วงที ยอมรับว่าตั้งแต่เป็นข่าวปรากฏตามสื่อ การใช้ชีวิตค่อนข้างไม่ปกติ เพราะต้องเดินสายพบเจ้าหน้าที่ตลอด ส่วนจะมีการฟ้องธนาคารหรือไม่นั้น ขอปรึกษากับทนายความก่อน เพราะตนไม่มีความรู้ในด้านข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทางครอบครัว เพื่อน พี่น้อง ที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ