���������������� เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มีนาคม ร.ต.อ.ต่วนมีซี เจะดี ร้อยเวร สภ.เมือง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิด ที่หน้าสุสานบ้านกาฮง ริมถนน ทางหลวง ที่ 410 ปัตตานี-ยะลา ม.4 บ้านกาฮง ต.บาราเฮาะ อ.เมือง จึงนำกำ งตำรวจ ทหาร พร้อม พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ. เมือง และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ จยย.บอมบ์ของคนร้าย เป็นชนิดฮอนด้าเวพ 125 ไม่ทราบสี ไม่มีหมายเลขทะเบียน มีสภาพไหม้ทั้งคันเหลือแต่โครง หักสองท่อน และชิ้นส่วนแหลกละเอียด นอกจากนี้ ยังพบชิ้นส่วนระเบิด ,สะเก็ดระเบิด ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร ,กล่องเหล็ก และจักรยานยนต์ และรถยนต์ทหารกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วถนน

���������������� ทั้งนี้ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อว่า นายอับดุลอาซิ เปาะเฮาะฮีเล อาชีพขายอาหาร อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/2 ม.6 ต.บาราเฮาะ อ.เมือง มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ร่างกายไม่สาหัส ส่วนอีกราย นายเปาซี ซีเดะ อาชีพรับส่งไก่ชำแหละ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/2 ม.5 ต.ปูยุด อ.เมือง มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศรีษะ ใบหน้า ลำตัว ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปัตตานี นอกจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ได้ไปโรงพยาบาลอีก 2 ราย ทราบชื่อ 1.พลทหารกฤษดา ไทรแก้ว 23 ปี และ 2.พลทหาร เดีนไทร ทะลาย อายุ 22 ปี เป็นทหาร ร้อย ร.3014 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 ทั้งสองมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณแขนซ้าย

���������������� นอกจากนั้น ห่างจากระเบิดประมาณ 50 เมตร พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของนายเปาซีตกอยู่ในทุ่งนาข้างทาง และพบรถยนต์ของทหาร โตโยต้าวีโก้แค๊ป สภาพด้านหน้ายุบ หม้อน้ำแตก ส่วนกระจกด้านข้างและด้านหน้าแตก จอดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 ก.ม. อีกทั้ง แรงระเบิดยังทำให้กระจกของมัสยิดบ้านกาฮงแตกหลายบาน รวมทั้งบ้านเรือนราษฏรที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุกระจกหน้าต่างเสียหาย 4 หลัง

���������������� จาการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้นำรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ 125 ไม่ติดป้ายแผ่นทะเบียน ซึ่งคาดว่า เป็นรถที่คนร้ายขโมยมาอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยได้นำระเบิดขนาด 5 ก.ก.บรรจุในกล่องเหล็ก นำมาวางไว้ภายในรถใต้เบาะที่นั่ง และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร โดยคนร้ายนำรถจยย.บอมบ์มาจอดไว้ริมถนนเพื่อลอบทำร้ายทหาร จนกระทั่งช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารชุดรถยนต์ลาดตระเวนถนนเส้นทางสายหลั ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนจำนวน8 นายขับผ่านมาคนร้ายได้โอกาสจึงกดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารทำให้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โชคดีไม่โดนเป้าหมายทำให้ จนท.จึงเร่งเครื่องหนีเพื่อตั้งหลักโดยแรงระเบิดทำให้ประชาชนที่ขับรถผ่านไปมาถูกสเก็ดระเบิดเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

����������������� ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นการสร้างสร้างสถานการณ์ชายแดนใต้ โดยลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง อนึ่งที่เกิดเหตุคนร้ายเคยลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่มาแล้ว รวมเป็น 3 ครั้ง และเคยทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายรายมาแล้ว


คนร้ายลอบวางระเบิดหนัก20ก.ก.หวังสังหารจนท.โชคดีตรวจพบเก็บกู้ได้

��������������� เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มี.ค. 55 ร.ต.อ.นเรศ พุ่มแก้ว ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งจาก ร.ต.กิตติศักดิ์ แย้มไสว ผบ.ร้อย ทพ.1103 กรมทหารพรานที่ 11 พบวัตถุระเบิดที่คนร้ายผูกไว้กับเสาไฟฟ้า เขตรอยต่อบ้านกูจิงรือปะกับบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ ม.4 ต.เฉลิม จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.สมบูรณ์ คงแดง สว.สืบสวนสอบตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

���������������� ทั้งนี้ เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ที่คนร้ายใช้ยางในของรถ จยย.ไปผูกไว้กับเสาไฟฟ้าริมถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดเครื่องตัดสัญญาณวิทยุสื่อสารและวงจรโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าทำการเก็บกู้โดยใช้เวลานาน 30 นาที เจ้าหน้าที่จึงได้แกะตรวจสอบพบว่าภายในถังแก๊สปิกนิค คนร้ายได้ใช้ส่วนผสมของปุ๋ยยูเรียกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่คลุกเคล้ากับเหล็กเส้นตัดสั้นเป็นสะเก็ดระเบิด ซึ่งมีอนุภาพร้ายแรงสามารถทำลายล้างวัตถุต่างๆได้ในรัศมี 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

���������������� จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเช้า ร.ต.กิตติศักดิ์ หน.ชุดได้นำกำลังรวม 10 นาย ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านกูจิงรือปะ เพื่อเดินเท้าลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง และเมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้พบวัตถุต้องสงสัยผูกมัดติดไว้กับเสาไฟฟ้า จึงได้เดินเข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการเก็บกู้เอาไว้ได้

��������������� ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายลอบนำระเบิดมาผูกไว้เพื่อจุดชนวนระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อย ทพ.1103 กรมทหารพรานที่ 11 ที่ในช่วงเย็นจรดค่ำของทุกวัน ที่เจ้าหน้าที่ทหารจะนั่งรถยนต์ลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางในหมู่บ้านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าฐาน แต่โชคดีที่ชุดเดินเท้าตรวจสอบพบเสียก่อน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด