royal coronation
29 มกราคม 2563
ข่าวด่วน

เปิดไทม์ไลน์ 'เมฆ วินัย' ป่วยโรคร้าย 5 เดือน สภาพเน่าทั้งตัว

15 พฤศจิกายน 2562 - 12:40 น.
วินัย ไกรบุตร,เมฆ วินัย,โรคตุ่มน้ำพอง,ป่วย,ไทม์ไลน์อาการป่วย เมฆ วินัย
Shares :
เปิดอ่าน 7,057 ครั้ง

ทีมข่าวคมชัดลึกจะย้อนกลับไปว่า อาการป่วยของนักแสดงคนดัง 'เมฆ' วินัย ไกรบุตร ว่าเริ่มจากเมื่อไหร่ และมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ 

อาการป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพอง หรือ เพมพิกอยด์ ของนักแสดงคนดัง 'เมฆ' วินัย ไกรบุตร เป็นอาการสุดทรมานที่พบเพียง 1 ใน 4 แสนคน โดยวันนี้ทีมข่าวคมชัดลึกจะย้อนกลับไปว่า อาการป่วยของนักแสดงคนดังท่านนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ 

 

 


อ่านข่าว -  พามารู้จักโรคตุ่มน้ำพองที่ 'เมฆ' วินัย ไกรบุตร ป่วย

 

เริ่มจากวันที่ 15 มิถุนายน 2562 เข้ารักษาอาการโรคตุ่มน้ำพองที่ รพ.จุฬาฯ รักษาตัวจนกระทั่ง 18 มิถุนายน 2562 อาการดีขึ้นซึ่งคุณหมอก็อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้

 

- 22 มิถุนายน 2562 เจ้าตัวกลับมาทำงานการแสดงได้ตามปกติ ซึ่งได้ไปถ่ายทำที่ จ.พิษณุโลก ก่อนที่ 24 มิถุนายน 2562 อาการตุ่มจะกำเริบขึ้นอีกครั้ง และได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯ  เป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึงสัปดาห์ 

 

 

 

 

- 5 กรกฎาคม 2562 ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล พร้อมด้วย นายหัฒศนัย ไกรบุตร หรือ วินัย ไกรบุตร ร่วมแถลงข่าวการรักษาอาการป่วย

 

 

อ่านข่าว : 'เมฆ-วินัย' น้ำตาคลอห่วงละคร -แพทย์ย้ำไม่ได้เป็นโรคหายาก

 

 

ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดใจทั้งน้ำตา ว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าโรคนี้จะมาเจอกับตัวเอง เท่าที่ฟังบางคนเป็น 8 ปี บางคนเป็น 3 ปี บางคนเป็น 2 ปี โทรมาบอกผม ผมไม่ได้รู้สึกดีใจนะ เพราะหลายปีมาก คือนึกสภาพดูว่าคนเคยแข็งแรง หุ่นดี ผิวดีมาก อยู่ๆ ตื่นมาตอนตีสอง ปวด 2 เดือนเต็ม มายืนแก้ผ้าที่หน้ากระจกและยืนดูตัวเอง มันโหดร้ายมากที่ต้องมายืนตอนตีสอง ยืนดูตัวเองเกือบ 2 เดือน อยากจะฝากคนไทย หมอที่มีความรู้ ไม่อยากให้คนเป็นต้องเป็นหลายปีหรือหลายเดือน เป็น 7-10 วันน่าจะพอ มันเป็นอะไรที่ทรมานจริงๆ ไม่คิดว่าจะเป็นที่ผม

 

 

 

 

 

หลังจากป่วยหนักไปหลายเดือน จนกระทั่งรักษาโรคนี้จนอาการดีขึ้นตามลำดับและสามารถกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติอีกครั้ง แต่มันยังไม่จบง่าย ๆ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 เจ้าตัวไลฟ์เฟซบุ๊กบอกว่า ตนเองมีอาการกำเริบมีตุ่มน้ำพองและตุ่มแพ้ขึ้นตามตัวอีกครั้ง เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ระบมทั้งขาสองขา ตุ่มขึ้นที่บริเวณนิ้วเท้าทุกนิ้วรวมทั้งขึ้นบริเวณที่มือทั้ง 2 มือ รวมถึงตามท้อง แขน

 

 

เมฆ วินัย เล่าว่าครั้งนี้ถือเป็นความผิดพลาดของตนเองที่ไม่รอบคอบ คิดว่าหายแล้ว ขณะที่บริเวณหน้าได้ไปใช้ครีมบางตัวทาหน้า ไม่นานก็เกิดตุ่มขึ้นที่ใบหน้า ซึ่งพฤติกรรมที่ผ่านมา คือไปอาบน้ำทะเลแล้วไปลงสระ และไปอาบน้ำบาดาลมาด้วย ชะล่าใจเกินไปก็ต้องยอมรับสภาพ หายได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาอีก ฝากถึงคนที่เป็นเชื้อตุ่มน้ำพอง หรือ โรคตุ่มทางผิวหนังให้ดูแลตนเองดีดี 

 

 

 

 

อ่านข่าว : วินัย ไกรบุตร ตุ่มน้ำพองกำเริบงานนี้ไม่โทษใคร ผมโทษตัวผมเอง

 

จนกระทั่งล่าสุด (14 พฤศจิกายน 2562) 'เมฆ' วินัย ไกรบุตร ได้มาเปิดใจผ่านรายการ "เรื่อง ลับ มาก" ทางช่องเนชั่นทีวี 22 ซึ่งมี 'บุ๋ม ปนัดดา' เป็นพิธีกร งานนี้เจ้าตัวเปิดใจหมดเปลือกเล่าทั้งน้ำตาชนิดที่ไม่เคยไปเล่าที่ไหนมาก่อน ถึงความทรมานที่เป็นโรคนี้ จนมีความคิดถอดใจไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว เพราะรับสภาพที่ตัวเองเป็นไม่ได้เพราะมันเน่าทั้งตัว มือพองขึ้นมาแล้วเน่า เป็นตุ่มเน่าทั้งตัว อีกทั้งยังสงสารลูก ๆ และภรรยา ที่ต้องมาเหนื่อยเพราะตนเอง ถอดใจถึงขั้นสั่งเสียกับทางครอบครัว

 

ความทรมานของโรคนี้ เมื่อตุ่มมันขึ้น อยู่ๆ ผุดที่หัว มันโมโหจนเอามือกรีดมันเลย น้ำไหลมาตามหน้าเต็มหมดเลย น้ำเหลืองต้องกรีด จะเอาตุ่มนี้ออกให้ได้มันทนไม่ไหวแล้ว กรีดให้มันหลุด น้ำแตกลงมาตามตา ตามหู ตามหน้า พอขึ้นตามตัวก็กรีด น้ำหนองมันไหลมันสุดจะทนแล้ว มันคันมันทำอะไรไม่ได้

 

 

 

 

อ่านข่าว : 'เมฆ วินัย' เล่าเคยถอดใจไม่อยากอยู่ รับไม่ไหวสภาพเน่าทั้งตัว

 

สำหรับโรคตุ่มน้ำพอง เว็บไซต์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลไว้ว่า โรคลักษณะนี้มีอยู่หลายโรคและเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การติดเชื้อ การแพ้ยาแพ้สารเคมี รวมถึงจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โรคตุ่มน้ำพองที่เกิดจากภูมิคุ้มกันเกิดจากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อผิวหนังและเยื่อบุของตนเอง ทำให้เกิดการแยกตัวของผิวหนังและเกิดเป็นตุ่มพองขึ้น โรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้ คือ โรคเพมฟิกัส (pemphigus) และเพมฟิกอยด์ (bullous pemphigoid)

 

 

โดยสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมีการสร้างภูมิต้านทานต่อเซลล์ผิวหนังและเยื่อบุของตนเอง ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น การติดเชื้อ มีบทบาทร่วมกันในการก่อโรค

 

คำแนะนำในการดูแลโรคเบื้องต้นด้วยตนเอง


1. ควรมาพบแพทย์สม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดยา หรือปรับลดยาเอง

 

2. ควรทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ บริเวณที่เป็นแผลใช้น้ำเกลือ (normal saline) ทำความสะอาดแผลและอมบ้วนปาก และใช้แปรงขนอ่อนทำความสะอาดลิ้นและฟัน ไม่แกะเกาผื่นแผล ไม่ควรใช้ยาพ่นหรือพอกยาเพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

 

3. ผู้ป่วยมีภาวะภูมิต้านทานต่ำ จากการได้รับยากดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ติดเชื้อง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อ ไม่ไปในสถานที่แออัด

 

4. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ระคายเคืองต่อผิวหนังง่าย เช่น เสื้อผ้าที่รัด ความร้อน

 

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่สุกสะอาด อาหารอ่อนย่อยง่ายรสไม่จัด ผลไม้ควรปอกเปลือกก่อนรับประทาน

 

6. การได้รับยากดภูมิต้านทาน อาจมีผลกระทบต่อโรคประจำตัวได้ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรได้รับการรักษาควบคู่กันไป นอกจากนี้หากมีอาการปวดท้องอุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

 

7. ในช่วงที่โรคยังไม่สงบ ไม่ควรตั้งครรภ์ เนื่องจากยาที่ใช้ควบคุมโรคอาจมีผลต่อทารกในครรภ์

 

 

 

อ่านข่าว : พามารู้จักโรคตุ่มน้ำพองที่ 'เมฆ' วินัย ไกรบุตร ป่วย

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ