อาการป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพอง หรือ เพมพิกอยด์ ของนักแสดงคนดัง 'เมฆ' วินัย ไกรบุตร เป็นอาการสุดทรมานที่พบเพียง 1 ใน 4 แสนคน โดยวันนี้ทีมข่าวคมชัดลึกจะย้อนกลับไปว่า อาการป่วยของนักแสดงคนดังท่านนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ 

 

 

เริ่มจากวันที่ 15 มิถุนายน 2562 เข้ารักษาอาการโรคตุ่มน้ำพองที่ รพ.จุฬาฯ รักษาตัวจนกระทั่ง 18 มิถุนายน 2562 อาการดีขึ้นซึ่งคุณหมอก็อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้

 

- 22 มิถุนายน 2562 เจ้าตัวกลับมาทำงานการแสดงได้ตามปกติ ซึ่งได้ไปถ่ายทำที่ จ.พิษณุโลก ก่อนที่ 24 มิถุนายน 2562 อาการตุ่มจะกำเริบขึ้นอีกครั้ง และได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯ  เป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึงสัปดาห์ 

 

 

เปิดไทม์ไลน์ 'เมฆ วินัย' ป่วยโรคร้าย 5 เดือน สภาพเน่าทั้งตัว

 

 

- 5 กรกฎาคม 2562 ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล พร้อมด้วย นายหัฒศนัย ไกรบุตร หรือ วินัย ไกรบุตร ร่วมแถลงข่าวการรักษาอาการป่วย

 

 

 

 

ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดใจทั้งน้ำตา ว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าโรคนี้จะมาเจอกับตัวเอง เท่าที่ฟังบางคนเป็น 8 ปี บางคนเป็น 3 ปี บางคนเป็น 2 ปี โทรมาบอกผม ผมไม่ได้รู้สึกดีใจนะ เพราะหลายปีมาก คือนึกสภาพดูว่าคนเคยแข็งแรง หุ่นดี ผิวดีมาก อยู่ๆ ตื่นมาตอนตีสอง ปวด 2 เดือนเต็ม มายืนแก้ผ้าที่หน้ากระจกและยืนดูตัวเอง มันโหดร้ายมากที่ต้องมายืนตอนตีสอง ยืนดูตัวเองเกือบ 2 เดือน อยากจะฝากคนไทย หมอที่มีความรู้ ไม่อยากให้คนเป็นต้องเป็นหลายปีหรือหลายเดือน เป็น 7-10 วันน่าจะพอ มันเป็นอะไรที่ทรมานจริงๆ ไม่คิดว่าจะเป็นที่ผม

 

 

เปิดไทม์ไลน์ 'เมฆ วินัย' ป่วยโรคร้าย 5 เดือน สภาพเน่าทั้งตัว

 

 

 

หลังจากป่วยหนักไปหลายเดือน จนกระทั่งรักษาโรคนี้จนอาการดีขึ้นตามลำดับและสามารถกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติอีกครั้ง แต่มันยังไม่จบง่าย ๆ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 เจ้าตัวไลฟ์เฟซบุ๊กบอกว่า ตนเองมีอาการกำเริบมีตุ่มน้ำพองและตุ่มแพ้ขึ้นตามตัวอีกครั้ง เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ระบมทั้งขาสองขา ตุ่มขึ้นที่บริเวณนิ้วเท้าทุกนิ้วรวมทั้งขึ้นบริเวณที่มือทั้ง 2 มือ รวมถึงตามท้อง แขน

 

 

เมฆ วินัย เล่าว่าครั้งนี้ถือเป็นความผิดพลาดของตนเองที่ไม่รอบคอบ คิดว่าหายแล้ว ขณะที่บริเวณหน้าได้ไปใช้ครีมบางตัวทาหน้า ไม่นานก็เกิดตุ่มขึ้นที่ใบหน้า ซึ่งพฤติกรรมที่ผ่านมา คือไปอาบน้ำทะเลแล้วไปลงสระ และไปอาบน้ำบาดาลมาด้วย ชะล่าใจเกินไปก็ต้องยอมรับสภาพ หายได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาอีก ฝากถึงคนที่เป็นเชื้อตุ่มน้ำพอง หรือ โรคตุ่มทางผิวหนังให้ดูแลตนเองดีดี 

 

 

 

 

จนกระทั่งล่าสุด (14 พฤศจิกายน 2562) 'เมฆ' วินัย ไกรบุตร ได้มาเปิดใจผ่านรายการ "เรื่อง ลับ มาก" ทางช่องเนชั่นทีวี 22 ซึ่งมี 'บุ๋ม ปนัดดา' เป็นพิธีกร งานนี้เจ้าตัวเปิดใจหมดเปลือกเล่าทั้งน้ำตาชนิดที่ไม่เคยไปเล่าที่ไหนมาก่อน ถึงความทรมานที่เป็นโรคนี้ จนมีความคิดถอดใจไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว เพราะรับสภาพที่ตัวเองเป็นไม่ได้เพราะมันเน่าทั้งตัว มือพองขึ้นมาแล้วเน่า เป็นตุ่มเน่าทั้งตัว อีกทั้งยังสงสารลูก ๆ และภรรยา ที่ต้องมาเหนื่อยเพราะตนเอง ถอดใจถึงขั้นสั่งเสียกับทางครอบครัว

 

ความทรมานของโรคนี้ เมื่อตุ่มมันขึ้น อยู่ๆ ผุดที่หัว มันโมโหจนเอามือกรีดมันเลย น้ำไหลมาตามหน้าเต็มหมดเลย น้ำเหลืองต้องกรีด จะเอาตุ่มนี้ออกให้ได้มันทนไม่ไหวแล้ว กรีดให้มันหลุด น้ำแตกลงมาตามตา ตามหู ตามหน้า พอขึ้นตามตัวก็กรีด น้ำหนองมันไหลมันสุดจะทนแล้ว มันคันมันทำอะไรไม่ได้

 

 

เปิดไทม์ไลน์ 'เมฆ วินัย' ป่วยโรคร้าย 5 เดือน สภาพเน่าทั้งตัว

 

 

 

สำหรับโรคตุ่มน้ำพอง เว็บไซต์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลไว้ว่า โรคลักษณะนี้มีอยู่หลายโรคและเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การติดเชื้อ การแพ้ยาแพ้สารเคมี รวมถึงจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โรคตุ่มน้ำพองที่เกิดจากภูมิคุ้มกันเกิดจากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อผิวหนังและเยื่อบุของตนเอง ทำให้เกิดการแยกตัวของผิวหนังและเกิดเป็นตุ่มพองขึ้น โรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้ คือ โรคเพมฟิกัส (pemphigus) และเพมฟิกอยด์ (bullous pemphigoid)

 

 

โดยสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมีการสร้างภูมิต้านทานต่อเซลล์ผิวหนังและเยื่อบุของตนเอง ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น การติดเชื้อ มีบทบาทร่วมกันในการก่อโรค

 

คำแนะนำในการดูแลโรคเบื้องต้นด้วยตนเอง


1. ควรมาพบแพทย์สม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดยา หรือปรับลดยาเอง

 

2. ควรทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ บริเวณที่เป็นแผลใช้น้ำเกลือ (normal saline) ทำความสะอาดแผลและอมบ้วนปาก และใช้แปรงขนอ่อนทำความสะอาดลิ้นและฟัน ไม่แกะเกาผื่นแผล ไม่ควรใช้ยาพ่นหรือพอกยาเพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

 

3. ผู้ป่วยมีภาวะภูมิต้านทานต่ำ จากการได้รับยากดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ติดเชื้อง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อ ไม่ไปในสถานที่แออัด

 

4. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ระคายเคืองต่อผิวหนังง่าย เช่น เสื้อผ้าที่รัด ความร้อน

 

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่สุกสะอาด อาหารอ่อนย่อยง่ายรสไม่จัด ผลไม้ควรปอกเปลือกก่อนรับประทาน

 

6. การได้รับยากดภูมิต้านทาน อาจมีผลกระทบต่อโรคประจำตัวได้ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรได้รับการรักษาควบคู่กันไป นอกจากนี้หากมีอาการปวดท้องอุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

 

7. ในช่วงที่โรคยังไม่สงบ ไม่ควรตั้งครรภ์ เนื่องจากยาที่ใช้ควบคุมโรคอาจมีผลต่อทารกในครรภ์