เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร1 กรมส่งเสริมการเกษตร นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในงานแถลงข่าว”มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานตอนล่างและกลุ่มจังหวัดโขงชีมูล" โดยมีนายทีว มาศขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรให้เกียรติมาร่วมในงานแถลงข่าวครั้งนี้
นายสฤษดิ์กล่าวว่า เกษตรอินทรีย์เป็นแนวทางการผลิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโลกในปัจจุบัน

                  กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง"โขง ชี มูล"นำสินค้าเกษตรอินทรีย์บุกกรุงเพิ่มช่องทางตลาดระหว่าง 15-19 กรกฎาคม ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะ มอลล์ บางกะปิ  

รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมในเรื่องเกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งเกษตรกรที่สามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรได้ในราคาที่สูงขึ้นและผู้บริโภคที่มีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดจากสารเคมีตกค้างซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 ต่อคณะรัฐมนตรีและได้ผ่านความเห็นชอบ โดยใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ 11 กลยุทธ์ ได้แก่ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการวิจัยการสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาการผลิตสินค้าและบริการเกษตรอินทรีย์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาการตลาดสินค้าและบริการ และยุทธศาสตร์ที่ 4 การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์

            กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง"โขง ชี มูล"นำสินค้าเกษตรอินทรีย์บุกกรุงเพิ่มช่องทางตลาดระหว่าง 15-19 กรกฎาคม ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะ มอลล์ บางกะปิ   ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาในช่วงปี 2561-2564 “การเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิ พืชเศรษฐกิจ ปศุสัตว์ และประมง ด้วยอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์” จึงได้กำหนดจัดงาน ”มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง 2 กลุ่มโขง ชี มูล โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2563 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ 
ที่ผ่านมากลุ่มจังหวัดได้ดำเนินนโยบายในเรื่องของเกษตรอินทรีย์การผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพในพื้นที่ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ รวมถึงการส่งเสริมผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพอีกหลายชนิดที่ผลิตด้วยกระบวนการทางเกษตรอินทรีย์ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคอย่างมากในเวลานี้

                  กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง"โขง ชี มูล"นำสินค้าเกษตรอินทรีย์บุกกรุงเพิ่มช่องทางตลาดระหว่าง 15-19 กรกฎาคม ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะ มอลล์ บางกะปิ    นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญในเรื่อง “การแปรรูป” เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปช่วยในเรื่องของการทำ Packaging รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรูปแบบของผลผลิตที่หลากหลาย เป็นการใช้ประโยชน์ในทุกๆ ส่วนของผืนนา ไม่เพียงเฉพาะแต่ในต้นข้าว 
กลุ่มจังหวัดเราเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เรียกว่า “มหานครเกษตรอินทรีย์” ซึ่งผลผลิตที่ได้จากแหล่งผลิตอันบริสุทธิ์โดยปราศจากการปรุงแต่งจากสารเคมี จะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นว่า แหล่งผลิตข้าวและสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดเราได้รับมาตรฐานในระดับสากล และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างสูงที่สุด”
สำหรับการจัดงาน มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง 2 จังหวัดอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดโขง ชี มูล” ในครั้งนี้ จะมีการจำหน่ายสินค้าข้าวหอมมะลิและสินค้าเกษตรคุณภาพของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจิรญ) จำนวน 150 บูท บนเนื้อที่กว่า 3,300 ตารางเมตร ตลอดระเวลา 5 วัน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.00 – 19.00 น. ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะ มอลล์ บางกะปิ