19 กุมภาพันธ์ 2563 นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มอบสับปะรดสีพันธ์ุดีให้เกษตรกรเพื่อพัฒนาศักยภาพในเชิงการค้า ณ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จ.สุพรรณบุรี

 

 

แล้งนี้ต้องรอด ไม้ดอกไม้ประดับน้ำน้อยปลูกง่าย รายได้งาม

 

 

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ ผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับในจังหวัดสุพรรณบุรี นำไปขยายพันธุ์ปลูกในเชิงการค้า โดยข้อดีของสับปะรดสี คือเป็นพืชทนแล้ง ต้องการน้ำน้อยเป็นที่ต้องการของตลาด เหมาะที่จะนำไปตกแต่งหรือปลูกปรับภูมิทัศน์ภายในบริเวณบ้าน อาคารสำนักงานต่างๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีแยกหน่อหรือเพาะเมล็ด ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก โดยสนับสนุนจำนวน 9 สายพันธุ์ ได้แก่ พาราไดซ์ ไอโอนันทา กุฤมาเนีย รีเซียไฮบริด ดาบเศรษฐี ก้านไม้ขีด นีโอไฟล์บอล นีโอไทร์กีน่า และนีโอรีจีเลีย

 

 

แล้งนี้ต้องรอด ไม้ดอกไม้ประดับน้ำน้อยปลูกง่าย รายได้งาม

 

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปีนี้ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ดีเท่าที่ควร กรมส่งเสริมการเกษตร จึงหาพืชกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ ที่มีความทนทาน ต้องการน้ำน้อย การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก มาส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรนำไปขยายพันธุ์ปลูกเป็นการค้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในภาวะประสบภัยแล้ง มีเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 115 ราย เป็นเกษตรกรใน 3 อำเภอ 

 

แล้งนี้ต้องรอด ไม้ดอกไม้ประดับน้ำน้อยปลูกง่าย รายได้งาม

 

 

ทั้งนี้ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอสามชุก และอำเภออู่ทอง ซึ่งผ่านการฝึกอบรมและดูแลรักษามาแล้ว แต่ละรายจะได้ รายละ 390 ต้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 5- 6 เดือน ราคาเฉลี่ยต่อต้นเมื่อนำไปจำหน่าย เฉลี่ยต้นละ 50 บาท เกษตรกรจะมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายสับปะรดสีต่อปีไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท สับปะรดสีจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ใช้น้ำน้อย และสามารถสร้างมูลค่าให้แก่เกษตรกรโดยการนำไปขยายพันธุ์ต่อในเชิงการค้าได้เป็นการเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง

 

 

แล้งนี้ต้องรอด ไม้ดอกไม้ประดับน้ำน้อยปลูกง่าย รายได้งาม

 

 

 

แล้งนี้ต้องรอด ไม้ดอกไม้ประดับน้ำน้อยปลูกง่าย รายได้งาม