3 กุมภาาพันธ์ 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจสถานการณ์น้ำภาคตะวันออก โดยระบุว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง ด้านการเกษตรที่ จ.ฉะเชิงเทรา 3 อำเภอ 

 

 

ได้แก่ อ. บ้านโพธิ์และแปลงยาว ส่วนนอกเขตชลประทานคือ ที่อ.บางปะกง ส่วนจังหวัดชลบุรีและระยอง แม้ยังไม่ประสบภัยแล้ง แต่ต้องเฝ้าระวังการขาดแคลนน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้กรมชลประทานรายงานว่าร่วมมือกับทุกภาคส่วนดำเนินการระยะเร่งด่วน โดยบริษัท East Water และการประปาส่วนภูมิภาคสนับสนุนน้ำเข้าสู่ในระบบปริมาณกว่า 20 ล้าน ลบ.ม. ด้านสถาบันน้ำและพลังงานเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขอความร่วมมือจากการนิคมอุตสาหกรรมลดการใช้น้ำลงร้อยละ 10  

 

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กำชับให้เตรียมมาตรการรองรับวิกฤตขาดแคลนน้ำจ.ชลบุรีและระยองเนื่องจากมีกิจกรรมการใช้น้ำทั้งอุปโภค-บริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยติดตามสภาพภูมิอากาศ ปริมาณฝน และน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อประเมินปริมาณน้ำต้นทุนทุกสัปดาห์ ประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและแก้วิกฤติภัยแล้ง (Warroom) ทุก 15 วันเพื่อประเมินสถานการณ์และปรับมาตรการรองรับ พร้อมรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดระยองและชลบุรีทราบ

 

สำหรับระยะยาวกรมชลประทานกำลังจะเริ่มดำเนินโครงการผันน้ำจากพื้นที่จังหวัดจันทบุรีไปยังแหล่งกักเก็บน้ำจังหวัดระยอง โดยการผันน้ำจากคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ. ระยอง ผ่านท่อส่งน้ำระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 9 เครื่อง อัตราการสูบ 5 ลบ.ม.ต่อวินาที ดำเนินการสูบผันน้ำเฉพาะช่วงฤดูฝน โดยมีระยะเวลาการสูบน้ำ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนตุลาคม 2563 ปริมาณน้ำประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม.

 

นอกจากนี้ยังมีแผนผันน้ำจากโครงการสถานีสูบน้ำชลประทานพานทองเชื่อมต่อระบบท่อผันน้ำคลองพระองค์ไชยานุชิต-อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี เพื่อส่งน้ำดิบให้กับอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี  ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี  ทั้งยังลดการเกิดอุทกภัยอ. พานทองและพนัสนิคมได้อีกด้วย  

 

หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถสร้างความมั่นคงด้านปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำบางพระ ทั้งยังเป็นการใช้น้ำส่วนเกินในพื้นที่คลองพานทองให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในการสูบผันน้ำ เนื่องจากระยะทางสั้นลง มีน้ำเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในเขตจังหวัดชลบุรีและเศรษฐกิจโดยร่วมของประเทศ 

 

นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การเติมน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ. ระยองซึ่งระบบสูบกลับจากคลองสะพานจะดำเนินการตั้งแต่  1 เม.ย.-30 มิ.ย. 63 ได้ปริมาณน้ำเพิ่ม 10 ล้านลบ.ม. และสูบผันน้ำคลองวังโตนดเติมอ่างฯ ประแสร์ 10 ล้านลบ.ม. ซึ่งในวันที่ 30 มิ. ย. 63 จะคงเหลือน้ำรวม 48.9 ล้านลบ.ม. ส่วนการเชื่อมเส้นท่อประแสร์-คลองใหญ่กับท่อประแสร์-หนองปลาไหล ขณะนี้บริษัท East Water ช่วยเร่งรัดให้เชื่อมเสร็จและดำเนินการส่งน้ำแล้ว

 

สำหรับกรณีที่การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ไม่สามารถนำน้ำจากอ่างฯ คลองหลวงรัชชโลทรมาใช้ทดแทนน้ำที่ขาดจากอ่างฯ บางพระได้นั้น กรมชลประทานจะเร่งขุดลอกคลองและระบายน้ำจากอ่างฯ คลองหลวงมาที่สถานีสูบพานทองระยะทางประมาณ 60 กม. เพื่อมาเก็บในอ่างฯ บางพระ 10 ล้านลบ.ม. อีกทั้งบริษัท East water เตรียมสำรองน้ำสระเอกชนเพื่อจ่ายให้กปภ.ชลบุรีและศรีราชาบางส่วน กปภ. ศรีราชา รับน้ำจากบริษัท East water และจากอ่างหนองค้อวันละ 30,000 ลบ.ม. และกปภ.พัทยาใช้น้ำจากอ่างหนองปลาไหลวันละ 110,000 ลบ.ม.

 

“ผมยืนยันว่า ในภาคตะวันออกโดยเฉพาะฉะเชิงเทรา ระยอง และชลบุรีจะมีน้ำใช้เพียงพอจนถึงสิ้นฤดูแล้ง แต่ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุดตามแผนบริหารจัดการน้ำที่วางไว้” นายสุชาติกล่าว