ข่าว

ราชทัณฑ์เผย "ไมค์ จาดนอก" พร้อม "เพนกวิน" หายป่วยโควิด เตรียมส่งกลับคุก

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

รองอธิบดีราชทัณฑ์ เผยแกนนำม็อบทยอยหายป่วยโควิด ล่าสุด "ไมค์ จาดนอก"อยู่ระหว่างพักฟื้น รพ.ราชทัณฑ์ เช่นเดียวกับ "เพนกวิน"รอส่งเข้าเรือนจำปกติ ยันผู้ต้องขังใช้มือถือโพสต์เฟซบุ๊กไม่ได้

วันนี้ (8 ก.ย.) นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ขอรายงานสถานการณ์และการควบคุมดูแลตัวผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ"เพนกวิน" , นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ , นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายชาติชาย แกดำ นั้น 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

นายธวัชชัย เผยว่า ในวันนี้แพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้เข้าตรวจร่างกาย พบว่า นายพริษฐ์ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก นอนหลับพักผ่อนได้ทั้งคืน รับประทานอาหารได้ การขับถ่ายปกติ ไม่มีไข้ และได้รับการรักษาโควิด-19 จนครบกำหนด 14 วันแล้ว และอยู่ระหว่างการพักฟื้นเพื่อจำหน่ายกลับไปคุมขังยังเรือนจำฯ ตามเดิม ส่วน นายภาณุพงศ์ พบว่า รู้สึกตัวดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สีหน้าสดใส ช่วยเหลือตัวเองได้ หายใจปกติ ไม่มีเจ็บแน่นหน้าอก ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ           ไม่มีปวดศีรษะ รับประทานอาหารได้ ขับถ่ายปกติ นอนหลับพักผ่อนได้ และได้รับการรักษาโควิด-19 ครบกำหนด 14 วัน และอยู่ระหว่างการพักฟื้นเพื่อจำหน่ายกลับไปคุมขังยังเรือนจำฯ ตามเดิมเช่นเดียวกัน

นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการโพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลมีเดียของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์                      และนายอานนท์ นำภา รวมทั้งผู้ต้องขังที่รายอื่นที่มีลักษณะระบุชื่อ-นามสกุล และเรือนจำที่ถูกคุมขังในช่วงท้ายของข้อความเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมในวงกว้างถึงระเบียบการใช้เครื่องมือสื่อสารของผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าว นั้น กรมราชทัณฑ์ ขอชี้แจงทำความเข้าใจและขอยืนยันอีกครั้ง ว่า พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 กำหนดให้ “เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่น รวมทั้งอุปกรณ์สําหรับสิ่งของดังกล่าว เป็นสิ่งของต้องห้าม” ห้ามมิให้ผู้ต้องขังหรือผู้ใดนำเข้ามาในเรือนจำอย่างเด็ดขาด ซึ่งรวมถึง เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เองก็ไม่สามารถนำเข้าไปในเขตพื้นที่เรือนจำได้ กรณีการโพสต์ข้อความของกลุ่มผู้ต้องขังการเมืองนั้น คาดว่าน่าจะเป็นการฝากข้อความผ่านทนายความส่วนตัวในระหว่างเข้าพบเพื่อปรึกษาคดีเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นการสนทนาผ่านระบบวีตีโอคอนเฟอเรนซ์ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ซึ่งการระบุว่าออกมาจากเรือนจำโดยตรงนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด  ขอยืนยันว่าผู้ต้องทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม ไม่มีการยกเว้นหรือให้สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ต้องขังกลุ่มใดอย่างแน่นอน