บันเทิง

“ไทด์ เอกพัน” เผยผลตรวจโควิด หลังเข้าเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ รพ.

“ไทด์ เอกพัน” เผยผลตรวจโควิด หลังเข้าเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ รพ.
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หลังจากที่ทำให้หลายคนเป็นห่วง ในที่สุด “ไทด์ เอกพัน” ก็ได้เปิดเผยผลตรวจหาเชื้อโควิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เคยเดินทางไปเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ โรงพยาบาลตอนที่ยังไม่ทราบว่า “แสงสุรีย์” ติดเชื้อโควิด19

จากกรณีที่เวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา  “ไทด์ เอกพัน” ได้เดินทางไปเยี่ยม นักร้องดังอย่าง “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ทันทีที่ทราบข่าวว่าอาการไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ซึ่งในตอนนั้นตรวจไม่พบเชื้อโควิด แต่หลังจากที่ไปเยี่ยมแล้ว ทางโรงพยาบาลก็โทรมาแจ้งข่าวว่าตรวจพบเชื้อโควิด19 ในตัวของอาแสงสุรีย์ ทำให้ไทด์ต้องไปตรวจหาเชื้อโควิด

 

 

“ไทด์ เอกพัน” เผยผลตรวจโควิด หลังเข้าเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ รพ.

 

 

ล่าสุด "ไทด์" เปิดเผยว่าได้ตรวจหาเชื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยเขาบอกว่า "ตรวจหาเชื้อแล้ว ไม่พบเชื้อครับ ผมทราบว่าทุกคนเป็นห่วงที่ผมไปเยี่ยม แล้วไม่รู้ว่าผมได้รับเชื้อมาหรือเปล่า ตอนนี้ผ่านมาได้ประมาณ 6-7 วัน ไปตรวจแล้ว ผลตรวจออกมาว่าไม่พบเชื้อ ไม่ได้รับเชื้อ"

 

 

“ไทด์ เอกพัน” เผยผลตรวจโควิด หลังเข้าเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ รพ.

 

 

นอกจากนั้น “ไทด์” ยังได้อัปเดตอาการป่วยของ “แสงสุรีย์” ให้ฟังว่า   "คุณอาตอนนี้ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว เพราะคุณหมออยากให้คุณอาหายใจเองได้ อาการดีขึ้นมากเลย และตอนนี้คุณอายังรักษาในส่วนของอาการโควิดอยู่ ยังไม่หาย ส่วนด้านภรรยาเอง ก็ได้ไปตรวจหาโควิดพร้อมกับคุณอาแสงสุรีย์ แต่ไม่พบเชื้อ ยังต้องกักตัวอยู่ อีก 4-5 วัน และให้ไปตรวจหาเชื้ออีกที ทางด้านคุณหมอยังได้บอกว่า คุณอาพยักหน้าได้ และจะขอดูอาการอีกวัน ถ้าเกิดว่าโอเค เขาจะย้ายออกจากห้อง ICU แล้วมาอยู่ห้องคนป่วยธรรมดา "

 

 

สุดท้าย “ไทด์” ยังฝากขอบคุณว่า  "ขอบคุณสำหรับทุกแรงใจที่เป็นห่วง กราบขอบพระคุณมากๆ จากนี้ขอให้พวกเราเอากำลังใจช่วยให้คุณอา หายเร็วๆ และกลับมาร้องเพลงได้เหมือนเดิม"

 

“ไทด์ เอกพัน” เผยผลตรวจโควิด หลังเข้าเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ รพ.

 

 

“ไทด์ เอกพัน” เผยผลตรวจโควิด หลังเข้าเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ รพ.

 

 

“ไทด์ เอกพัน” เผยผลตรวจโควิด หลังเข้าเยี่ยม “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ที่ รพ.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก TNN Online

 

logoline