ข่าว

จับมือซีลเข้มคลัสเตอร์แรงงานก่อสร้างหลักสี่แยกรักษาโควิค-19 สายพันธุ์อินเดีย

จับมือซีลเข้มคลัสเตอร์แรงงานก่อสร้างหลักสี่แยกรักษาโควิค-19 สายพันธุ์อินเดีย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สธ.- กทม.- มั่นคง ซีลเข้มคลัสเตอร์แรงงานก่อสร้างหลักสี่ คาด 28 วันเคลียร์จบ รับกังวลโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย หวั่นระบาดหนักคุมไม่อยู่จนอาจเกิดกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ไทย

21 พฤษภาคม 2564 นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีพบแคมป์คนงานก่อสร้าง เขตหลักสี่ ติดเชื้อ โควิค-19 สายพันธุ์อินเดีย จำนวน 15 คน ว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) พยายามใช้หลัก Bubble and Seal ร่วมกับการตรวจคัดกรองหาเชื้อไปพร้อมกัน โดยมีฝ่ายความมั่นคงกักบริเวณไม่ให้แรงงานเคลื่อนย้ายไปที่อื่น โดยหากพบใครมีอาการหนักก็จะแยกตัวออกมารักษา โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 28 วัน ในกระบวนการคัดแยก

ทั้งนี้ นายสาธิต ยอมรับว่า รู้สึกมีความกังวลกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ซึ่งการตรวจพบการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง เขตหลักสี่ นั้นเป็นการตรวจพบเชื้อหลายวันแล้ว ก่อนนำไปตรวจคัดแยกสายพันธุ์อีกครั้ง ซึ่งจะต้องมีการเข้มในมาตรการไม่ให้แรงงานสามารถเล็ดลอดออกมาภายนอกได้ ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญ

นายสาธิต ยังยอมรับว่า การเข้ามาของสายพันธุ์อินเดีย อาจเข้ามาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ตรวจไม่เจอ เช่น ช่องทางธรรมชาติ ทางชายแดนมาเลเซีย แต่ในวันนี้มีการตรวจยืนยันแล้ว พบเชื้อ และเมื่อพบแล้วก็ต้องจัดการให้ได้ ส่วนมีการแพร่ระบาดไปยังจุดอื่นแล้วหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถระบุได้

"อย่างไรก็ตาม จะต้องเป็นไปตามการจัดการการสอบสวนโรค ซึ่งแน่นอนที่สุด สายพันธุ์อินเดียนั้นมีความน่ากลัว และหลังจากนี้ การตรวจเชิงรุกในแต่ละพื้นที่จะต้องมีการนำมาตรวจแยกสายพันธุ์อีกครั้งหนึ่งด้วย เพื่อให้สามารถเท่าทันต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดได้"

ส่วนข้อกังวลเรื่องการกลายพันธุ์ภายในประเทศไทยนั้น นายสาธิต ระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายวิชาการทางการแพทย์ได้ติดตามมาโดยตลอด ซึ่งเชื้อไวรัส โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ที่เข้ามาแพร่ระบาดในไทยนั้น ตนยอมรับว่า น่ากลัว แต่ต้องระวังการเกิดสายพันธุ์ไทย เพราะหากติดเชื้อกันจำนวนมาก ไวรัสจะพัฒนาปรับปรุงตัวเองเพื่อให้สู้กับสถานการณ์ กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่จำนวนมาก สิ่งเหล่านี้น่ากลัว แต่เป็นเหตุการณ์ที่ต้องเจออยู่แล้ว และหยุดลำบาก ซึ่งจะต้องทำการควบคุมโรคและฉีดวัคซีนควบคู่กันไป เพื่อที่จะยุติการแพร่ระบาดให้ได้ และท้ายที่สุดไม่ว่าจะพบสายพันธุ์อะไรก็ตาม จะต้องไม่เกิดความรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิตในอนาคต

ส่วนวัคซีนจาก ซิโนแวค จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ได้หรือไม่ นายสาธิต ระบุว่า ได้สอบถามไปยังนักวิชาการ วัคซีนทุกยี่ห้อสำหรับไวรัส ไม่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่สามารถดักหน้า ไวรัสได้ เนื่องจากตัวไวรัสเองก็จะพัฒนา และเราจะต้องคิดค้นตามหลังหาวัคซีนไปควบคุมอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถตอบได้ว่า วัคซีนจากซิโนแวค หรือวัคซีนยี่ห้อใดจะสามารถครอบคลุมสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นใหม่ได้

อ่านข่าว - นนท์พร้อม ตรวจสอบลงทะเบียนฉีดวัคซีน โควิด-19 เปิดใช้บริการ 22 พฤษภาคม

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด