
ลุ้น จะสาวถึงใคร ได้แค่ไหน "คริสตัลคลับ-เอมเมอรัลด์"
เป็นที่น่าจับตาประเด็นการเอาผิดเจ้าของ "คริสตัลคลับ-เอมเมอรัลด์" หลังกองบัญาการตำรวจนครบาลออกหมายเรียก 2 กรรมการผู้จัดการทั้งสองแห่ง ลุ้นสาวถึงใครได้แค่ไหน
ผ่านไปแล้วกว่า 2 สัปดาห์ สำหรับคลัสเตอร์สถานบันเทิงทองหล่อ "คริสตัลคลับ-เอมเมอรัลด์" ที่เป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่ามีความบกพร่องปล่อยปละละเลยหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ยังคงต้องรอผลการสอบภายใน 30 วัน
ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้จัดการ "คริสตัลคลับ-เอมเมอรัลด์" ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ซึ่งศาลได้ลงโทษในฐานความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.สถานบริการ สั่งให้จำคุก 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
แต่การสืบสวนเอาผิดเจ้าของ "คริสตัลคลับ-เอมเมอรัลด์" ยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน
โดยความคืบหน้าล่าสุด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกหมายเรียก นายเกียรติพงษ์ คำต่าย และ นายเดชา พิลาลี ในฐานะเป็นกรรมการผู้จัดการนิติบุคคลที่บริหารร้านคริสตัล คลับ และ ร้านเอมเมอรัลด์ ตามลำดับ ในข้อหา "ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ"
ซึ่งในหมายเรียกดังกล่าวนั้นทั้งคู่จะต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ที่ สน.ทองหล่อ ในวันจันทร์ที่ 3 พ.ค. 2564 ทั้งนี้ก็จะต้องรอดูว่าทั้งสองรายจะเข้ามาให้ปากคำตามกำหนดหรือไม่ หรือจะขอเลื่อน
เป็นที่น่าใจสังเกตุว่าภายหลังจากมีการแพร่ระบาดคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ เพียงไม่ทันข้ามวัน ก็มีเหล่าบรรดาผู้มากวิชาในวงการธุรกิจสีหม่น ออกมาวิเคราะห์แสดงภูมิกันยกใหญ่ ราวกับเป็นการเรียกราคาเรทติ้ง
ซึ่งข้อมูลบางชนิดก็พอรับฟังได้ บางชนิดก็ต้องกลั่นกรองให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะสื่อ ที่เปรียบเสมือนผู้กลั่นกรองข้อมูล มิฉะนั้นจะตกเป็นกระบอกเสียงให้กับบุคคลสีหม่นเหล่านี้โดยที่ไม่ตั้งใจ หรืออาจตั้งใจก็ตาม
หากมองเข้าไปในวงการธุรกิจสถานบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นระดับ "โลโซ" หรือ "ไฮโซ" ก็ตาม เชื่อเหลือเกินว่าคนเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว คงไม่อาจเปิดสถานบันเทิงได้ โดยปราศจากพรรคพวกเพื่อนฝูง ในวงการต่าง ๆ ยิ่งแล้วกับสถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทุกตารางนิ้วของหัวเมืองบนประเทศไทย
เนื่องจากการขออนุญาตตั้งและเปิดสถานบันเทิงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในการเตรียมสถานที่รวมไปถึงเอกสารต่าง ๆ ในการยื่นขออนุญาต ตาม พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509
เราจึงเห็นว่าส่วนใหญ่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงต่าง ๆ จะพบว่าสถานบันเทิงเหล่านั้น มักจะไม่มีใบอนุญาต มีเพียงแต่ใบอนุญาตจำหน่ายสุราเพียงเท่านั้น
ในประเด็นนี้เองจึงน่าสงสัยว่าทำไมสถานบันเทิงที่ไม่มีใบอนุญาตถึงเปิดได้อย่างเอิกเกริกกลาดเกลื่อน และแล้วเมื่อมีการเข้าตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการไหนก็ตาม หน่วยที่จะถูกลงโทษเป็นหน่วยแรกน่าจะเป็น "ตำรวจ" เพราะถือว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย
แต่เรากลับไม่ค่อยได้เห็นหน่วยราชการอื่น ๆ ถูกลงโทษ รวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ ยิ่งเป็นนัการเมืองที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานบันเทิงใหญ่โตตั้งอยู่ อย่างเช่นกรุงเทพมหานคร หรือ เมืองใหญ่ในภาคต่าง ๆ พวกคนเหล่านี้น่าจะเป็นบุคคลที่มีข้อมูลชั้นดีในพื้นที่ตนเอง แต่เมื่อถึงเวลาเกิดเรื่องกลับเงียบหายทุกครั้ง
ย้อนกลับมาเรื่องการเปิดสถานบันเทิง สุดท้ายแล้วหากไม่ได้แรงช่วยเหลือหรือผลักดันอำนวยความสะดวกจากพรรคพวกแล้ว และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเอาจริงเอาจังมากกว่าที่เคยเป็น สถานบันเทิงเถื่อนไม่มีใบอนุญาต ก็คงจะผุดขึ้นอย่างง่าย ๆ คงเป็นไปได้ยาก
เหตุการณ์คลัสเตอร์สถานบันเทิง"คริสตัลคลับ-เอมเมอรัลด์" ครั้งนี้คงเป็นที่น่าสนใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะนำมาเป็นบทเรียนหรือไม่ หรือว่าจะปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป แล้ววันหนึ่งบทเรียนราคาแพงบทนี้อาจย้อยกลับมาให้ศึกษากันอีกครา



