ข่าว

เรียก "แสตมป์ อภิวัรช์" เป็นพยานให้ปากคำกรณีโควิดโรงแรมหรู 

เรียก "แสตมป์ อภิวัรช์" เป็นพยานให้ปากคำกรณีโควิดโรงแรมหรู 

20 เม.ย. 2564

มีรายงานล่าสุด พนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องกับโรงแรมหรูย่านทองหล่อที่มีการแพร่เชื้อโควิด-19มาให้ปากคำ รวมถึง นักร้อง  "แสตมป์ อภิวัรช์" ด้วย 

     จากกรณีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จากโรงแรมแกรนด์เซนเตอร์พอยต์ หลัง นักร้องดัง "แสตมป์ อภิวัรช์" ได้ออกมาเปิดเผยระบุไทม์ไลน์ว่าติดเชื้อหลังรับงานร้องเพลงในงานเลี้ยงวันเกิดจากโรงแรมดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

     ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ราย ผู้จัดการโรงแรม ผู้จัดงานเลี้ยงวันเกิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรม ในฐานะผู้รายงานเหตุการณ์กรณีมีผู้ติดเชื้อ ในวันงานที่เกิดเหตุ​ ให้มาให้ปากคำชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 26 เมษายน นี้ เวลา 13.00 น.
     

     นอกจากนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกทางนักร้อง "แสตมป์ อภิวัรช์" มาให้ปากคำในฐานะพยาน เหมือนกับ กรณีของดีเจมะตูม เนื่องจากทางนักร้องดัง "แสตมป์ อภิวัรช์" ได้ระบุไทม์ไลน์ตนเองติดเชื้อหลังรับงานที่โรงแรม เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ก่อนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
  

     สำหรับการดำเนินคดีกับสถานบริการที่พบมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่า ปัจจุบันในพื้นที่นครบาลมีการดำเนินคดีทั้งหมด 3 สถานที่ โดยสถานบันเทิงคริสตัล และเอมเมอรัลด์ ย่านทองหล่อ ที่พบมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้มีการประสานขอหลักฐานอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องรอนำมาพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ

     มีรายงานว่า ในส่วนของ สถานบันเทิงคริสตัล และ เอมเมอรัลด์ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไปแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างนำไปตรวจสอบว่าจะสามารถกู้ภาพในวันเกิดเหตุได้หรือไม่

     ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจ สน.ทองหล่อ มีการเรียกสอบปากคำพยานไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากต้องรอผลพิจารณาคดีทางอาญาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

     ขณะที่การดำเนินคดีนิติบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารคริสตัลคลับ และเอมเมอรัลด์ผับ ภายหลังตำรวจได้ดำเนินคดีอาญากับผู้จัดการร้านไปแล้ว 

     แต่อย่างไรยังต้องรอผลการพิจารณาคดีไปเสนอต่อคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขการสั่งปิดสถานบริการเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช.หรือไม่ 

     ซึ่งตอนนี้มีการตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขยายผลถึงนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เนื่องจากสถานบริการดังกล่าวเปิดทำการในนามนิติบุคคล ก็ต้องรอเอกสารจากหน่วยงานอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณาอีกครั้งตามกรอบการทำงานตามกฎหมาย 30 วัน