
ดับฝันกองเชียร์ !! "ชวน" ประกาศ ไม่มีชื่อชิงนายกฯ
ชวน ประกาศ ไม่เป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่พรรคจะเสนอให้เป็นนายกฯอย่างแน่นอน
กรณีที่มีกระแสเชียร์ให้มีการเสนอชื่อนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นหนึ่งในสามรายชื่อที่พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอให้เป็นนายกฯนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายชวน ได้ให้ความชัดเจนในเรื่องนี้
“ไม่มีชื่อผมอย่างแน่นอน” นายชวนกล่าว หลังจากผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนอยากจะเสนอให้นายชวนมีชื่อเป็น 1 ใน 3 รายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯในนามพรรคประชาธิปัตย์
ก่อนหน้านี้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนแสดงท่าทีว่าต้องการให้นายชวน กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคนำสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า แต่นายชวนก็แสดงท่าทีว่าไม่ต้องการกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค
แต่ก็ยังมีกระแสเรียกร้องให้นายชวน มาเป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่พรรคจะเสนอให้เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะเมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งคนในพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับพรรคอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนายสุเทพก็มีฐานเสียงที่เข้มแข็ง (อ่านต่อ...ปชป.ปลุก "หลวงพ่อชวน" สกัดอิทธิพล "สุเทพ")
อย่างไรก็ตาม นายชวน ก็ดับฝันกองเชียร์ทั้งในพรรคและนอกพรรคอีกครั้ง ด้วยการ ยืนยันว่า จะไม่มีชื่อเขาอยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคจะเสนอให้เป็นนายกฯอย่างแน่นอน
ทั้งนี้นายชวน ให้สัมภาษณ์ระหว่างไปร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่อง และเหรียญพระคณาจารย์ทั่วประเทศของมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมทย์ ร่วมกับมูลนิธิควง อภัยวงศ์ ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ
นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วนายชวนยังให้สัมภาษณ์ประเด็นอื่นด้วย
นายชวน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยเสนอให้พรรคการเมืองต่างๆ ก้าวข้ามและลืมความบาดหมางที่มีต่อกัน ว่าบ้านเมืองอยู่ได้ด้วยหลักและกฎหมาย เรื่องความบาดหมางหรือไม่บาดหมางนั้นไม่ใช่สาระ เพราะสาระจริงๆ อยู่ที่เรายึดกฎหมายเป็นหลัก อะไรถูกก็ว่าถูก อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนใครจะชอบหรือไม่ชอบก็เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เป็นผลร้ายต่อบ้านเมือง นี่เป็นสิ่งที่จะทำให้ส่วนรวมอยู่ได้ อย่าไปเอาความรู้สึกส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งมา เราต้องยึดหลักเอาไว้
ยันผิด-ถูกต้องว่าไปตามก.ม.
เมื่อถามว่าการที่ประชาชนยังมีความคิดทางการเมืองแบบสุดโต่ง จะทำให้การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีความดุเดือดมากขึ้นหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป ส่วนที่ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันจะมีเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น ไม่กล้าไปรับหรือปฏิเสธว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงตามนั้นหรือไม่ อำนาจอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลซึ่งสามารถทำอะไรก็ได้ จึงต้องขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของรัฐบาลในขณะนั้น แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะทำให้บ้านเมืองกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย และเมื่อผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้วก็ยังต้องมีความพยายามที่ทำให้ประเทศกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่จริงแล้วบ้านเมืองไม่จำเป็นต้องปกครองด้วยระบอบเผด็จการถึงจะอยู่ได้ เพียงแต่ว่าปกครองบ้านเมืองต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก ซึ่งหากย้อนกลับไปดูรัฐบาลก่อนก็ใช้กฎหมายเป็นหลัก ไม่มีเครื่องมือกลไกหรือกฎหมายอะไรเป็นพิเศษ บ้านเมืองก็สามารถอยู่ได้
“ผมเคยคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในเรื่องการยึดกฎหมายเป็นหลัก กฎหมายใดไม่ดีก็เอามาแก้ไข ไม่ใช่มาคิดกันแต่ว่าต้องรักษาความสามัคคีในชาติ อะไรที่ทำผิดไปแล้ว ก็ว่าไปแต่ก็ไม่ควรปล่อยไป แต่ควรให้ว่ากันไปตามกฎหมาย คนส่วนใหญ่ในชาติไม่ใช่คนทำผิด เรายึดถือคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ก็ยังต้องยึดหลักกฎหมาย” นายชวนกล่าว
เชื่ออดีตส.ส.ปชป.ยังอยู่เดิม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส. ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยจะกระทบฐานเสียงของประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในภาคใต้มากน้อยแค่ไหน นายชวน กล่าวว่า ก็มีบ้างเพราะยังมีความนิยมชมชอบส่วนตัวกันอยู่ แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องว่ากันต่อไป ส่วนตัวมองว่าคนส่วนใหญ่ยังยึดพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเรายังเป็นหลัก เป็นที่พึ่งของประชาชน และยังยึดมั่นประชาชนเป็นหลัก ส่วนที่มีอดีตส.ส.บางคนถูกชักชวนให้ย้ายไปอยู่ด้วยนั้น ก็มีบางคนมาเล่าให้ตนทราบว่ามีหลายกลุ่มที่พยายามมาดึงคนของพรรคประชาธิปัตย์ไปอยู่ด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วอดีตส.ส.ของพรรคก็ยังอยู่กับเรา ทั้งนี้เคยมีตัวอย่างมาแล้วในยุครัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีความพยายามมาดึงอดีตส.ส. ของเราไปอยู่ด้วย คนที่ไปอยู่กับเขาในท้ายที่สุดก็สอบตก อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่หาเสียงเราพูดอยู่เสมอว่าก่อนที่จะมีการเลือกตั้งให้สมาชิกและอดีตส.ส.ของพรรคทุกคนต้องไปพบปะประชาชน แม้พรรคของเราไม่ได้ซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่ก็ยังมีส.ส.ที่ได้รับเลือกเข้ามาได้ ดังนั้นเราต้องเข้าไปดูแลประชาชนในพื้นที่ และตนก็ดีใจที่สมาชิกพรรคเราส่วนใหญ่ยังคงทำอย่างนั้นเพียงแต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว
ส่วนที่ถามว่าการที่พรรค รปช.หรือพรรคอื่นมาดึงคนของประชาธิปัตย์ไปจะทำให้มีความอ่อนแอมากขึ้นหรือไม่ นายชวน กล่าวว่าก็มีบ้างไม่มากก็น้อย เพียงแต่เรายังไม่ทราบว่าทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ส่วนที่ถามว่าพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่บางส่วนยังประกาศสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย คิดว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งในช่วงการเลือกตั้งระหว่างคนที่สนับสนุนกับคนไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่นั้น ต้องกลับไปดูว่าคนที่เรียกร้องให้ตั้งพรรคการเมืองมากๆ คือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งความจริงแล้วถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถูก เพราะอาจจะมีผลในวันข้างหน้า



