ข่าว

สอบวินัยร้ายแรง !! ด.ต.ยัดยา-รีดทรัพย์ต่างชาติ

สอบวินัยร้ายแรง !! ด.ต.ยัดยา-รีดทรัพย์ต่างชาติ

30 ม.ค. 2561

‘จักรทิพย์’ ลั่น !! พบตำรวจเอี่ยวค้ายาไล่ออกทันที ‘ผบช.น.’ เผยสอบประวัติพบเคยถูกร้องเรียน ด้าน ผบก.น.5 เซ็นคำสั่งสอบวินัยร้ายแรง ด.ต.ยัดยา-รีดทรัพย์ต่างชาติ

 

          เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2561 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการจับกุมดาบตำรวจเชิดชาย ผู้ช่วยท้วม ผบ.หมู่งานจราจร สน.ลุมพินี พร้อมพวกอีก 1 คน ที่พยายามยัดยาแล้วรีดทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจนถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและให้ออกจากราชการไว้ก่อนว่า กรณีเรื่องดังกล่าวถือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล ผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีส่วนเข้าไปพัวพัน ในลักษณะทำเป็นขบวนการหรือองค์กรอื่นเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ที่ผ่านมาพบว่าเจ้าตัวเคยถูกร้องเรียน และลงโทษจนถูกย้ายจากการทำหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทำงานเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดให้มาทำงานด้านจราจร แต่ยังมีพฤติกรรมกระทำความผิดดังกล่าว ทางพ ล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 จึงได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับรองสารวัตร จนถึงผู้กำกับการ สน.ลุมพินี ว่า ปล่อยปละละเลยหรือไม่ (อ่านข่าว : ให้ออกจากราชการ ตร.ลุมพินี กรรโชกทรัพย์)

          “ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้สั่งการให้ ทาง บช.น.กำชับการปฏิบัติของกองบังคับการต้นสังกัด หากพบว่ามีตำรวจที่พัวพันกับยาเสพติดหรือมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ก็จะดำเนินการคาดโทษทันที เนื่องจากหากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีอาญาพร้อมไล่ออกสถานเดียว เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นส่วนน้อยมาก คิดเป็น 0.01 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าน้อยมากหากดูจากตำรวจทั้งประเทศกว่า 2 แสนคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปกป้องตำรวจที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน” ผบช.น. กล่าว

          ด้าน พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทาง สน.ลุมพินี ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม ผบ.หมู่ จร.สน.ลุมพินี โดยมีระดับรองสว.-ผกก.สน.ลุมพินี แล้วโดยสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนการพิจารณาข้อบกพร่องของผู้บังคับบัญชา ด.ต.เชิดชาย นั้น ได้สั่งการให้ทางคำสั่งกรมตำรวจที่ 1212 / 2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ระดับ สว.ที่ดูแลงานจราจรของ ด.ต.เชิดชาย ให้ทาง ผกก.สน.ลุมพินี ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวและหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องชี้แจงกรณีดังกล่าวข้อว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่ หากมีการพิจารณาแล้วพบว่ามีข้อบกพร่องก็จะพิจารณาโทษทางวินัยอีกครั้ง

          ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม เวลา 11.40 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มชายเปิดห้องพักที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 13.00 น. เปิดห้องพักมั่วสุมยาเสพติดจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พบชาย 2 คนอยู่ให้ห้องพักดังกล่าว ทราบชื่อภายหลังคือ ด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจผ่ายจราจร สน.ลุมพินี และนายชาคริต ทีหลวย อายุ 37 ปี ภายในห้องที่เกิดเหตุพบยาไอซ์ น้ำหนัก 0.5 กรัม ,อาวุธปืนยี่ห้อ Walther พร้อมแม็คกาซีน ขนาด 0.38 จำนวน 1 กระบอก จำนวน 7 นัด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านฯ ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” แก่ ด.ต.เชิดชาย และแจ้งข้อกล่าวหา “มีและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” แก่นายชาคริต และต่อมานายแอนดรู ไลเลย์ อายุ 25 ปี ผู้เสียหายชาวแคนาดา เดินทางมาที่ สน.และได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ,ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ โดยแจ้งว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้คือคนร้ายที่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและมีพฤติการณ์จะยัดยาเสพติดให้แก่ตน จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สน.ทุ่งมหาเมฆ

 

รองโฆษก ตร. เผย ผบ.ตร.สั่งเข้มผู้บังคับบัญชาดูแลลูกน้อง

          วันเดียวกันเมื่อเวลา 10.45 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีดาบตำรวจนอกรีตกรรโชกทรัพย์นักท่องเที่ยว ว่า นโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการมาโดยตลอดในเรื่องของตำรวจที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วไปปฏิบัติหน้าที่ที่เหลื่อมล้ำกับกฎหมายโดยเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ทางผบ.ตร.ยอมรับไม่ได้ ไม่เลี้ยงอยู่แล้ว ที่ผ่านมาหากมีหลักฐานการกระทำความผิดชัดเจนและมีการตักเตือนมาหลายครั้งแล้ว และได้สั่งกำชับให้ผู้บังคับบัญชาระดับชั้นต่างๆ เช่น หากเป็นสารวัตรก็ต้องปกครองรองสารวัตร ผบ.หมู่ และต้องดูแลลูกน้องให้ดีว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร โดยเฉพาะนอกเวลาราชการ ในบางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาราชการปฏิบัติหน้าที่แล้วมีความเข้มแข็ง แต่นอกเวลาอาจจะประสบปัญหา ต้องลงไปดูเรื่องของความเดือดร้อนต่างๆ เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดขึ้นได้ กรณีดังกล่าวขอให้เป็นอุทาหรณ์และเป็นกรณีตัวอย่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าการประพฤติตัวดังกล่าวไม่มีตำรวจคนไหนรับได้ “เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียเองไปกระทำตนเป็นเสมือนคนร้าย” ทางผบ.ตร.สั่งให้ดำเนินการเต็มที่ ซึ่งทราบว่าทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น