royal coronation
วันที่ 20 กันยายน 2562
อาชญากรรม

ให้ออกจากราชการ ตร.ลุมพินี กรรโชกทรัพย์

วันที่ 29 มกราคม 2561 - 19:04 น.
ข่าวอาชญากรรม, สน.ลุมพินี, ดาบตำรวจ, ด.ต., จราจร, กรรโชกทรัพย์, ยัดยา, ครูสอนภาษา, แคนาดา, นักท่องเที่ยว
Shares :

รวบตำรวจจราจร สน.ลุมพินี กรรโชกทรัพย์-ยัดยาครูสอนภาษาชาวแคนาดา พบประวัติเคยถูกทัณฑ์บนหลายครั้ง สั่งให้ออกจากราชการตั้งกรรมการสอบวินัยและผู้บังคับบัญชา

คลิปที่ 1
" style="border: 0; width: 100%; height: 500px " allowfullscreen scrolling="no" allow="autoplay; encrypted-media">


               29 ม.ค. 61  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อม พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ นำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ จับกุม ด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม ผบ.หมู่ งานจราจร สน.ลุมพินี อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 0.5 กรัม อาวุธปืน วอลเธอร์ พร้อมแมกกาซีน ขนาด 0.38 จำนวน 1 กระบอก 7 นัด และนายชาคริต ทีหลวย อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาร่วมกรรโชกทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยสามารถจับกุมได้ที่อพาร์ทเม้นท์ ย่านเย็นอากาศ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

 

ด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม อายุ 46 ปี ผบ.หมู่จราจร สน.ลุมพินี

 

               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก นายแอนดรู เอียน ไบเลย์ อายุ 25 ปี นักท่องเที่ยวหนุ่ม ชาวแคนาดา และเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศ สถาบันชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ว่า ถูกชายไม่ทราบชื่อล่อลวงผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นชายหน้าตาดี จึงได้นัดมีความสัมพันธ์กัน เมื่อถึงเวลานัดหมายมีชายมาเคาะประตู แต่กลับไม่ใช่บุคคลในภาพ ผู้เสียหายจึงไม่ยอมเปิดประตูให้ มีการยื้อยุดฉุดกระชาก กักขังหน่วงเหนี่ยว จากนั้นดาบตำรวจคนดังกล่าวได้พยายามเอายาเสพติดยัดใส่กระเป๋ากางเกง และรีดทรัพย์ แต่นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวหลบหนีออกจากห้องพักมาได้ แล้วไปแจ้งความที่ บก.ทท. และ สน.ทุ่งมหาเมฆ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค. เวลาประมาณ 10.30 น. ที่ผ่านมา

 

นายชาคริต ทีหลวย อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 68/1303 ซ.อยู่วิทยา 18 กระทุ่มราย หนองจอก กทม.

 

               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นทางตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ส่งสายตรวจเข้าไปตรวจสอบที่ห้องพักพบว่าตำรวจและพวกได้ย้อนกลับมาภายในห้อง จึงตรวจค้นเบื้องต้นพบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวไปตรวจปัสสาวะพบว่า เป็นสีม่วง เมื่อทำการสืบประวัติย้อนหลังไปยังผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจนายนี้ พบว่าถูกทำทัณฑ์บนหลายครั้ง ทั้งคดียาเสพติดและชอบยัดข้อหา ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน

 

 

               “แม้คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยจะต้องให้ออกจากราชการเพราะเป็นเรื่องเสื่อมเสีย ทั้งยังยืนยันว่าจะต้องแยกตำรวจดีออกจากตำรวจไม่ดี ที่สำคัญคดีนี้เกี่ยวกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย”

 

 

 

               เบื้องต้น แจ้งข้อหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง” แก่ผู้ต้องหาทั้งคู่ และข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านฯ , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” แก่ ด.ต.เชิดชาย และข้อหา “มีและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” แก่นายชาคริต ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

               พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงสั่งการให้ดาบตำรวจคนดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนวินัยร้ายแรง และให้ดำเนินการตั้งคณะกรมการสอบสวนขอเท็จจริงผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น ตามคำสั่ง 1212/2537 ตั้งแต่ รอง สว.จร. , สว.จร. , รอง ผกก.จร. และ ผกก.สน.ลุมพินี ด้วยว่ามีการปล่อยปละละเลยผู้ใต้บังคับบัญชาไปกระทำความผิดหรือไม่

 

 

 

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ