
"ป.ป.ช."อุทธรณ์ "สุชาติ" สลายพันธมิตรฯ"
"ป.ป.ช."แถลงแจงอุทธรณ์คดีสลายพันธมิตรฯเฉพาะ"อดีตผบช.น"เหตุคุมเหตุการณ์ รู้เห็นการยิงแก๊สน้ำตา จนคนเจ็บ-ตาย แต่ไม่ยับยั้ง ชี้เข้าข่ายผิด มาตรา157
เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2560 - นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช.แถลงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่พิจารณาอุทธรณ์คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯจำเลยที่1พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ จำเลยที่2พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. จำเลยที่3พลตำรวจโท สุชาติเหมือนแก้ว อดีตผบช.น.จำเลยที่4กรณีจำเลยทั้งหมดสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปราบปรามประชาชนที่กำลังชุมนุมในพื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา ถนนอู่ทองใน บริเวณถนนพิชัย บริเวณถนนสุโขทัย บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และบริเวณใกล้เคียงในท้องที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยใช้อาวุธร้ายแรงปราบปรามประชาชนเป็นเหตุให้ประชาชนที่กำลังชุมนุมถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจเหตุเกิดเมื่อวันที่6-7ตุลาคม2551ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ 7 ต่อ1เห็นด้วยกับคำพิพากษายกฟ้องของศาลฎีกาฯ สำหรับนายสมชาย พล.อ.ชวลิต และพล.ต.อ.พัชรวาทโดยมีผู้งดออกเสียง1เสียง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติ 8 ต่อ 0 โดยมีผู้งดออกเสียง1เสียงไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษายกฟ้องพล.ต.ท.สุชาติ ของศาลฎีกาฯ เนื่องจาก พล.ต.ท.สุชาติเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีอำนาจหน้าที่สั่งการและบังคับบัญชาข้าราชการตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามแผนรักษาการความสงบ (กรกฎ/48) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีอำนาจหน้าที่สั่งการและบังคับบัญชานายตำรวจอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม
โดยในการทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.ท.สุชาติย่อมทราบถึงสถานการณ์การใช้แก๊สน้ำตาโดยตลอดช่วงเวลาการสลายการชุมนุม ตั้งแต่ช่วงเช้าช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาพลบค่ำขณะรักษาความปลอดภัยให้แก่กองบัญชาการตำรวจนครบาลอันเป็นบริเวณที่เกิดเหตุ โดยเป็นผู้สั่งการหรือรู้เห็นยินยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับรองลงไปสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติยิงหรือขว้างระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งที่พล.ต.ท.สุชาติซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สมควรประเมินสถานการณ์และระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพื่อบรรเทาหรือป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ชุมนุมเพิ่มเติม การที่พล.ต.ท.สุชาติไม่ได้มีคำสั่งระงับยับยั้งหรือปรับเปลี่ยนวิธีการใช้แก๊สน้ำตาต่อผู้ชุมนุมจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157
"ที่ประชุมจึงมีมติให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ เฉพาะจำเลยที่4ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา ทั้งนี้ ตามมาตรา195วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อไป" นายสุรศักดิ์ กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง



