ข่าว

'วัยรุ่น' คิดยังไง กับ 'ข่าวเปรี้ยว' ?? 

'วัยรุ่น' คิดยังไง กับ 'ข่าวเปรี้ยว' ?? 

11 มิ.ย. 2560

วัยรุ่นคิดอย่างไรกับการนำเสนอ  'ข่าวเปรี้ยว' ?? 

 
                จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น กับคดีฆ่าหั่นศพสาว "แอ๋ม" วริศรา กลิ่นจุ้ย (อ่านต่อ...เปิดบันทึกนักสืบ คลี่ปม ‘คดีฆ่าหั่นศพแอ๋ม’) ที่ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และสื่อมีการเกาะติดเรื่องนี้อย่างมากจนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ของสื่อ ว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเกินไปหรือไม่ เลยไปจนถึงว่าให้ความสำคัญกับ "เปรี้ยว" ผู้ต้องหามากเกินไป และกังวลว่าจะทำให้ "เปรี้ยว" กลายเป็นไอดอลของคนที่แยกแยะไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น  
                 จริงๆแล้ว วัยรุ่นคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าวนี้ 

'วัยรุ่น' คิดยังไง กับ 'ข่าวเปรี้ยว' ?? 


                 นางสาวเสาวลักษณ์ นามสำโรง นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามชั้นปีที่ 2 ให้ความเห็นว่าสื่อให้พื้นที่นำเสนอข่าวของเปรี้ยวมากเกินไป ในบางทีไม่ควรเสนอ เด็กที่หัวอ่อน ก็มีอีกเยอะที่จะเอาเปรี้ยวมาเป็นตัวอย่าง รู้สึกว่าเด็กยังไม่มีความคิดความอ่านมากพอ แล้วก็เอาคนที่ฆ่าคนมาเป็นไอดอล 

                "ส่วนตัวมองไปที่ตัวเปรี้ยวว่า ไม่ได้เป็นไอดอลอะไร เป็นคนที่ทำผิดก็ควรได้รับโทษที่เหมาะสม ไม่ใช่คนที่จะมายกยอ เปรี้ยวเขาเหมือนคนจิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนติดสารเสพติด แล้วก็อาจจะมีล่องลอยไม่รู้ตัว"  

                แต่เสาวลักษณ์ ก็มองว่า เรื่องดีในตัวเปรี้ยวก็มี คือสร้างบ้านให้แม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าเงินที่ได้มาบริสุทธิ์หรือไม่ คือมีความกตัญญูแต่ก็ไม่ใช่คนดีที่ควรเอาเป็นตัวอย่างหรือสังคมควรยกย่อง 

                เธอยังกว่าวว่า เธอเห็นข่าวจากเพจดังที่มีการนำเสนอข่าวของเปรี้ยวในแต่ละประเด็นที่ไม่เหมาะสมว่า มีบางเพจก็นำเสนอหัวข้อที่เรียกร้องให้คนสนใจเกินไป เช่น ส่องบ้านเปรี้ยว เหมือนนำเสนอแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ต้องเอาประเด็นที่มันสำคัญ ไม่ใช่เห็นอะไรก็นำเสนอไปมั่ว เหมือนเรียกให้คนสนใจข่าว บางอย่างก็ควรกรองมาก่อน  

                นอกจากนี้เสาวลักษณ์ ยังแสดงความเห็นด้วยว่า กฎหมายไทยยังอ่อนมาก อยากให้มีการจัดการที่หนักกว่านี้ ไม่ใช่สองมาตรฐาน และควรได้รับโทษที่เหมาะสมที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สังคม  ไม่ใช่ว่าจำคุกตลอดชีวิต แล้วพอยอมรับและมอบตัวกลับลดโทษลงมาเรื่อยๆ

                ส่วนที่มีภาพของเปรี้ยวที่ปรากฏออกมาบนโลกออนไลน์ สะท้อนถึงวิถีชีวิตของวัยรุ่นปัจจุบัน ที่ถูกมองว่าใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ไม่สนใจว่าวิธีการได้เงินมาจะถูกหรือไม่ เสาวลักษณ์ มองว่า ถ้าเป็นการหาเงินที่ไม่สุจริตก็ไม่เห็นด้วย แต่ถ้าหามาได้ด้วยความยากลำบากและบริสุทธิ์ก็เห็นด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่ คือเราเป็นอนาคตของชาติ ต้องปลูกฝังตนเองให้มีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะอนาคตของชาติก็ฝากไว้กับวัยรุ่น 

'วัยรุ่น' คิดยังไง กับ 'ข่าวเปรี้ยว' ?? 

                นางสาวประภาวรินทร์ ผ่องแพ้ว อายุ 22 ปี นักศึกษา ให้ความเห็นถึงตัวเปรี้ยวว่า เธอน่าจะมีปัญหาทางจิตที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ บวกกับการเลี้ยงดูของทางบ้านที่ไม่สอนลูกว่าอะไรถูกหรือผิดจึงเป็นเหตุให้ลูกไปติดยาและมีอารมณ์รุนแรงก่ออาชญากรรมแบบนี้ได้ 

                 ส่วนตัวมองถึงเรื่องที่กลุ่มคนบางกลุ่ม ยกให้เปรี้ยวเป็นไอดอลนั้น ตนไม่เห็นด้วยเพราะว่า ยังไงเปรี้ยวก็คือฆาตกร ไม่สามารถเป็นเน็ตไอดอลได้ เพราะถ้าเน็ตไอดอลฆ่าคน เด็กก็ทำตามเพราะหวังว่าการฆ่าคนก็ทำให้ตัวเองดังและเป็นเน็ตไอดอลแบบเปรี้ยว  

                ขณะที่ในสังคมออนไลน์ ที่ตอนนี้ยังมีเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งติดแฮชแท็กทีมเปรี้ยว บ่งบอกถึงระดับสติปัญญาของเด็กไทยที่ถดถอยลงทุกวัน ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด  

                ส่วนความเห็นเรื่องสื่อ ให้พื้นที่นำเสนอข่าวเปรี้ยวมากเกินไปนั้น ประภาวรินทร์ มองว่าอยากให้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับบทลงโทษของเปรี้ยวมากกว่า  

                เมื่อถามถึง การที่แม่ค้าบางรายโพสต์ขายสินค้าที่ผู้ถูกกล่าวหาเคยใช้ ตนให้ความเห็นว่า เป็นการฉวยโอกาสจากกระแสข่าวมากกว่า จริงอยู่ที่ว่าข่าวที่ออกมาทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้าลองคิดกลับกันถ้าญาติของคนขายโดนฆ่าบ้าง จะรู้สึกขอบคุณเปรี้ยวอยู่ไหม  

                สิ่งสำคัญคือที่ประภาวรินทร์ฝากถึงพ่อค้า-แม่ค้าว่า อยากให้ผู้ที่เป็นพ่อค้า-แม่ค้าที่อาศัยกระแสนี้ ให้นึกถึงจิตใจของญาติผู้เสียชีวิตด้วยว่าเขารู้สึกยังไงกับการที่มาขอบคุณฆาตกรที่ฆ่าลูกสาวของเขา 

'วัยรุ่น' คิดยังไง กับ 'ข่าวเปรี้ยว' ?? 

                 นายดิศรณ์ สังข์อ่อง อายุ 20 ปี นักศึกษา เผยถึงความคิดเห็นคดีเปรี้ยวว่า คิดว่าคดีนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะให้ความสนใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจในคดีนี้มีแค่เรื่อง วิธีการอำพรางศพ ที่โหดร้ายเกินกว่าที่มนุษย์จะทำเขา เพราะยังไง วิธีการฆ่าของเปรี้ยวก็แค่การบีบคอจนตาย  

                ในกรณีที่มีคนเรียกเปรี้ยวว่าเป็นไอดอล ดิศรณ์คิดว่า มันเป็นค่านิยมที่ผิด คิดว่าคนที่ให้เปรี้ยวเป็นไอดอลอาจจะเป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ควรมองที่สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาดีกว่า เพราะมีผลต่อเด็ก คิดดูว่าสถาบันเหล่านี้ อบรมเด็กยังไง ให้เด็กเห็นฆาตกรเป็นไอดอล  

                เมื่อถามถึงการนำเสนอข่าวเปรี้ยวของสื่อแต่ละสำนัก ดิศรณ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นสื่อหลัก มักจะมีการกรองข่าวออกมาแล้วระดับหนึ่ง จึงไม่น่าผิดพลาดเท่าไหร่ แต่พวกสื่อรอง ที่เน้นแต่ความรวดเร็วและยอดไลค์ ไม่ได้กรองข้อมูลมากพอ รู้อะไรมาก็ปล่อยข่าวทันที จะผิดจะถูกไม่สนใจ ดังนั้น เวลาจะเสพข่าวอะไรก็ต้องใช้วิจารณญาณ 

'วัยรุ่น' คิดยังไง กับ 'ข่าวเปรี้ยว' ?? 

                นางสาวบัณฑิตา มูฮำหมัดตอเฮ็ด อายุ 21 ปี นักศึกษา ให้ความเห็นกับข่าวนี้ว่า ตอนแรกที่ดูข่าว หดหู่ใจมาก คือไม่คิดว่าคนๆนึง จะโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้  

                อีกทั้งยังวิจารณ์ถึงพฤติกรรมเปรี้ยวว่า เปรี้ยวดูเหมือนคนไร้ความรู้สึก ไม่สำนึกในการกระทำของตัวเอง ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เลย ก็เข้าใจว่าตอนนั้นเป็นใคร ใครก็อาจจะโมโห แต่ถ้าเปรี้ยวมีสติและนึกถึงผลที่จะตามมาให้มากกว่านี้ รวมถึงคิดถึงครอบครัวของตัวเอง ก็อาจจะไม่ต้องมาลงมือฆ่าแอ๋ม และไม่ต้องมาโดนจับด้วย 

                ส่วนข่าวเปรี้ยวที่สื่อแต่ละสำนักนำเสนอเจาะลงไปที่ตัวเปรี้ยวหลายๆเรื่องออกไปนั้น บัณฑิตา กล่าวว่า คิดว่าควรหยุดการนำเสนอข่าวกับเรื่องนี้ในทางที่ผิดๆ ควรจะนำเสนออะไรที่เป็นข้อเท็จจริง แต่สื่อก็อาจจะเลือกนำเสนอข่าวที่คิดว่าประชาชนจะสนใจโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา และจะรู้บ้างไหมว่า มีเด็กที่เขายังคิดไม่ได้ดูและอ่านข่าว แล้วถ้าเด็กเขาเอาไปทำตาม จะทำอย่างไร 

                กรณีที่มีภาพปรากฏออกมาบนโลกออนไลน์ ว่าเปรี้ยวกับเจ้าหน้าที่ดูพูดคุยกันอารมณ์ดีนั้น บัณฑิตา เห็นว่ารูปที่เปรี้ยวชูสองนิ้วกับตำรวจ ณ ตอนนั้นเราไม่มีใครรู้ว่าความจริงคืออะไร บางทีตำรวจเขาอาจจะกำลังจะสอบสวนหรือกำลังทำให้เปรี้ยวหายเครียดเพื่อที่จะง่ายต่อการสอบสวนก็ได้  

                นอกจากนี้ยังมองว่า วัยรุ่นที่ให้การยกย่องว่าเปรี้ยวว่าเป็นฮีโร่หรือเน็ตไอดอลนั้น ส่วนตัวเธอ เห็นว่านั่นคือ ฆาตรกรไม่ใช่คนทั่วไป  

                กรณีที่มีข่าวออกมาว่ามีพ่อค้า-แม่ค้า บางรายถึงขั้นขอบคุณเปรี้ยวที่กอดหมอนตุ๊กตาน่ารัก จนทำให้พวกเขาขายสินค้าได้จนหมด บัณฑิตา กล่าวว่า จริงๆมันก็แค่การเกาะกระแสโปรโมท พอความต้องการ และสินค้าถึงจุดอิ่มตัว ทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม