ข่าว

รวบแล้วแก๊งโจรปล้นกระบะถีบเหยื่อตกรถ

รวบแล้วแก๊งโจรปล้นกระบะถีบเหยื่อตกรถ

29 ส.ค. 2559

ตร.ภาค 1 จับแล้วแก๊งโจรอาศัยจังหวะสามีเข้าห้องน้ำ เปิดประตูขึ้นรถขับหนีพร้อมภรรยาและลูก 4 - 9 ขวบ ก่อนถีบ-โยนเหยื่อลงถนน เผยทำเป็นขบวนการปล้นรถตามออเดอร์


               29 ส.ค. 59  เมื่อเวลา 11.00 น. กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1  พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.จว.สระบุรี ร่วมกันแถลงจับกุมแก๊งตระเวนชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์รถกระบะในพื้นที่ จ.สระบุรี  ปิกอัพจอดพักปั๊มคนขับเข้าห้องน้ำ คนร้ายฉวยโอกาสขับหนี (อ่านต่อ...)  ได้ผู้ต้องหา 4 คน คือ นายวัชรพงษ์ หรือ เอก ชมเหิม อายุ 29 ปี จับกุมได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต นายฉัตรชัย หรือ นุ่น รักษา อายุ 19 ปี จับกุมได้ในพื้นที่ จ.สระแก้ว นายณรงค์ เทียนชัย อายุ 42 ปี และนายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ทะเบียน กธ 1965 จันทบุรี (ยานพาหนะของคนร้าย) และรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ รุ่น ดีแมคซ์ ออลนิว ทะเบียน บว 6116 เพชรบูรณ์ (รถผู้เสียหาย)

               พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า เวลา 05.00 น.วันที่ 24 ส.ค. ตำรวจ สภ.หนองแค รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์รถยนต์ที่ปั๊มน้ำมัน สาขาดุสิตา ถนนพหลโยธิน (ขาออก) อ.หนองแค จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพบ น.ส.พัชรินทร์ แซ่เตี่ย อายุ 32 ปี ยืนรออยู่พร้อมด้วยนายบุญเหลือ แจวกระโทก อายุ 32 ปี สามีและลูกสาว 2 คน อายุ 4 และ 9 ปี โดยทั้งหมดออกจากบ้านพัก จ.สระบุรี โดยรถกระบะอีซูซุ เดินทางไป จ.เพชรบูรณ์

 

รวบแล้วแก๊งโจรปล้นกระบะถีบเหยื่อตกรถ

 

               “เมื่อถึงปั๊มที่เกิดเหตุ นายบุญเหลือได้จอดรถและไปเข้าห้องน้ำโดยติดเครื่องยนต์ไว้ไม่ได้ล็อกประตู ส่วนภรรยาและลูกนั่งอยู่ในรถ ต่อมานายวัชรพงษ์ได้เปิดประตูฝั่งคนขับเข้ามาใช้ปืนปากกาจี้ไปที่ลูกสาวคนเล็กแล้วขู่ว่าจะยิง จากนั้นก็ออกรถทันทีโดยทั้ง 3 คนอยู่ในรถ เมื่อรถเลี้ยวซ้ายขึ้นถนนพหลโยธินฝั่งคู่ขนาน (ขาออก) มุ่งหน้าไป จ.สระบุรี ภรรยานายบุญเหลือพยายามเข้าไปแย่งพวงมาลัยและบีบแตรให้คนช่วย แต่ถูกนายวัชรพงษ์ชกหน้าหลายครั้งจนจอดรถห่างจากปั๊มที่เกิดเหตุประมาณ 150 เมตร”

               ต่อมานายฉัตรชัย ขับรถยนต์โตโยต้า วีออส ตามมาจอดต่อท้ายและเดินมาขึ้นรถ ใช้เท้าถีบภรรยานายบุญเหลือตกจากรถ และจับลูกสาวทั้ง 2 คนโยนออกจากรถ ก่อนจะแยกย้ายไปขึ้นรถคนละคันและขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและสามารถจับกุมได้ในที่สุด สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย รับสารภาพ โดยนายวัชรพงษ์ นายฉัตรชัย และนายเอ็ม (นามสมมติ) อาชีพทำงานก่อสร้างทั่วไปที่พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งหลังก่อเหตุทั้งหมดขับรถผู้เสียหายไปจอดไว้ที่อู่ของนายณรงค์ โดยมีนายเอ็ม (นามสมมติ) เป็นคนบอกเส้นทาง

               นอกจากนี้ยังเหลือผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนีอีก 1 คน คือ นางกวินนาฎ หรือ ขวัญ สีเทา อายุ 47 ปี ทำหน้าที่ในการติดต่อซื้อขายรถของผู้เสียหาย อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนภรรยานายวัชรพงษ์ อายุ 34 ปี เจ้าของรถยนต์โตโยต้าวีออสที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

 

รวบแล้วแก๊งโจรปล้นกระบะถีบเหยื่อตกรถ

 

               พล.ต.ต.ธิติ กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายได้วางแผนทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่ชัดเจน ได้แก่ รับใบสั่ง มีคนกลางประสานงาน ตามออเดอร์ ผู้สังเกตการณ์ เลือกรถตามออเดอร์ ขับรถหลบหนี นำรถไปจอดไว้ที่พักรถ โดยกลุ่มคนร้ายจะเลือกรถกระบะ สภาพใหม่ ส่วนใหญ่นิยมยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า โดยตระเวนดูลาดเลา จากนั้นเมื่อได้รถคันที่ต้องการก็จะนำส่งอู่รถในราคา 100,000 บาท คดีลักรถกระบะและนำส่งประเทศเพื่อนบ้านเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมี ลดลงกว่าเดิมแล้ว เนื่องจากตำรวจประจำด่านชายแดนเฝ้าสังเกตการณ์ หากพบรถมีพวงมาลัยฝั่งขวา มักจะถูกตรวจค้นเป็นพิเศษ แต่เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวอาจจะต้องเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เพื่อป้องกันความสูญเสีย

               พล.ต.ต.ธิติ กล่าวเตือนภัยบนท้องถนนว่า คนร้ายเลือกเหยื่อจากใบสั่งที่ลูกค้าต้องการว่า ยี่ห้อไหน รุ่นใด ดูเวลาว่าเหมาะแก่การก่อเหตุหรือไม่ ซึ่งมักจะเป็นเวลา 03.00 - 05.00 น. เป็นช่วงเวลาคนน้อย เลือกจากสถานที่ที่คนไม่พลุกพล่านและค่อนข้างเปลี่ยว และพิจารณาเหยื่อว่าประมาทหรือไม่ ซึ่งหากสบโอกาสคนร้ายจะลงมือก่อเหตุทันที เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์ของผู้อื่นโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ , พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร แก่นายวัชรพงษ์ , นายฉัตรชัย และนายเอ็ม นอกจากนี้ได้แจ้งข้อหารับของโจรเพื่อค้ากำไร หรือรับของโจรจากทรัพย์ที่ได้มาจากการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ แก่นายณรงค์ ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป