
'ศรีศักร'ซัดกทม.ล้มเหลวบริหาร พิพิธภัณฑ์
'ศรีศักร' ซัด กทม.ล้มเหลวบริหารจัดการ พิพิธภัณฑ์ ยกย่อง 'วราพร' มีใจทำเพื่อสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ เหน็บ 'ป้อมมหากาฬ' จะรอดหรือ
หลังจากที่เป็นข่าวฮือฮา โซเชียลแชร์วอนคนกรุงช่วยบริจาคซื้อที่ดินข้าง พิพิธภัณฑ์ ชาวบางกอก เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท โดยขอระดมทุนรายละ 100 บาท หรือตามกําลังความสามารถ ซึ่ง รศ.วราพร สุรวดี วัย 81 อดีตอาจารย์ประจําภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เจ้าของบ้านและที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ ( พิพิธภัณฑ์ ชาวบางกอก ) ตั้งอยู่ในซอยตรงข้ามไปรษณีย์กลาง ซอยเจริญกรุง 43 แจงว่าที่ดินกำลังจะถูกสร้างเป็นตึก 8 ชั้น หวั่นบังทัศนียภาพ จึงขอเจรจาซื้อในราคา 40 ล้าน เพื่อทำเป็นลานอเนกประสงค์ให้คนชรา-เด็กใช้สอย และได้จ่ายค่ามัดจําไปแล้ว 30 ล้านบาท จะต้องจ่ายที่เหลืออีก 10 ล้านบาทภายในวันที่ 2 กันยายน 2559 ตามที่คมชัดลึกได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ( ร่วมบริจาคซื้อที่ดินข้าง พิพิธภัณฑ์ ฯ สร้างพื้นที่สีเขียว )
ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการ นักโบราณคดี นักมานุษยวิทยา ชาวไทย เจ้าของรางวัลวัฒนธรรมเอเชียฟูกูโอกะ ประจำปี พ.ศ. 2550 กล่าวว่า ต้องยกย่องคนอย่าง รศ.วราพร ซึ่งมีใจทำเพื่อสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ ทราบว่า พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้เดิมเป็นบ้านและสมบัติของครอบครัว ต่อมาได้โอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดูแล จึงกลายเป็น พิพิธภัณฑ์ ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ไม่เพียง พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้ แต่หมายถึง พิพิธภัณฑ์ ท้องถิ่น กทม.ทั่วกรุงเทพฯ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เสียงบประมาณไปมากมาย แต่ไม่สามารถให้ความรู้กับประชาชน ทั้งยังขาดซึ่งจิตวิญญาณ ไม่มีชีวิตชีวา
"คนอย่าง รศ.วราพร เป็นบุคคลที่ต้องยกย่อง เพราะเสียสละเพื่อสังคมจริงๆ ขนาดยกทั้งบ้าน ที่ดิน สิ่งของต่างๆ ซึ่งเป็นวัตถุจัดแสดงให้ กทม.ไปแล้ว ยังมีใจกลับมาดูแล ใช้เงินส่วนตัวไปมากมาย นี่ยังควักกระเป๋า 30 ล้านบาท แล้วต้องมาระดมทุนอีก ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าจะกลายเป็นกระแสที่คนอยากช่วยเหลือ เพราะสังคมไทยในขณะนี้โหยหาอดีต จะเห็นได้จากกระแสการทวงคืนโบราณวัตถุกลับท้องถิ่น น่าเสียดายที่ กทม. ทำพิพิธภัณฑ์ ท้องถิ่นกรุงเทพฯ พังหมด เสียเงินไปไม่รู้เท่าไหร่ พอเจ้าหน้าที่ราชการมาดูแล จ้างบริษัทออแกไนเซอร์รับเหมา ก็ขาดจิตวิญญาณ"
ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร กล่าวว่า ตัวอย่างความล้มเหลวจากการทำ พิพิธภัณฑ์ ท้องถิ่น กทม. สามารถเชื่อมโยงกับกรณีชุมชนป้อมมหากาฬ ซึ่ง กทม.พยายามเข้าไปบริหารจัดการ โดยการไล่รื้อชุมชน เพื่อทำเป็นสวนสาธารณะ ในขณะที่ชาวบ้านร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครพยายามผลักดันให้เป็น ' พิพิธภัณฑ์ มีชีวิต '
"สิ้นหวังกับ กทม.จริงๆ คิดดูว่าถ้าเข้าไปจัดการป้อมมหากาฬ จะรอดหรือ ผลงานด้านวัฒนธรรมที่ผ่านมาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าล้มเหลวทั้งสิ้น คิดแต่จะทำให้เป็นเมืองตุ๊กตา ไม่มีคน ไม่มีความลึกซึ้ง เพราะตัวเองไม่มีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้"



