เด่นโซเชียล

เปิดประวัติ ‘พระสิ้นคิด’ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เล่าประวัติสุดโชกโชน

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เปิดประวัติ ‘พระสิ้นคิด’ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เล่าประวัติสุดโชกโชน ผ่านมาหมดแล้วทั้ง คุก บ่อน ซ่อง ก่อนเข้าสู่เพศบรรพชิต

เปิดประวัติ "พระสิ้นคิด" หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม

"หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม" ประธานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ บ้านเริงสีดา ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เป็นพระสงฆ์ชื่อดังใน จ.อุบลราชธานี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

เปิดประวัติ ‘พระสิ้นคิด’ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เล่าประวัติสุดโชกโชน

 

ชีวิตวัยเด็ก "หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม"

 

หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านชุมจัง ต.ชุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เกิดมาในตระกูลที่ค่อนข้างยากจน แทบจะเป็นครอบครัวที่ลำบากยากจนที่สุดในหมู่บ้าน  หลวงตาสินทรัพย์  เป็นลูกชายคนโตจากบรรดาพี่น้องทั้งหมด 4-5 คน โดยพ่อและแม่แยกทางกันอยู่ ขณะหลวงตาอยู่ในครรภ์ 6 เดือน ออกมาไม่กี่เดือนแม่ก็ไปแต่งงานใหม่ ส่วนหน้าพ่อไม่เคยเห็น เลยอยู่กับยาย ยายเอามาเลี้ยงดูแล

 

 

เติบโตมาด้วยความแร้นแค้น ยากจน จึงไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ  เมื่ออายุ 7 ขวบ จึงต้องไปทำงาน ไปหาปู ปลา มาทำอาหารประทังชีวิต เมื่อตอนเป็นเด็กน้อยใจในโชคชะตาว่า ทำไมคนอื่นมีเพรียบพร้อม มีบ้านหลังโต มีเงินซื้อของกิน อเสื้อผ้าใหม่ๆ  สวยๆใส่ ขณะที่หลวงตาเอง รองเท้าแทบไม่มีใส่ ต้องเดินเท้าเปล่า บางครั้งต้องไปเอาที่คนอื่นเขาทิ้งแล้วมาใส่

 

เปิดประวัติ ‘พระสิ้นคิด’ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เล่าประวัติสุดโชกโชน

 

 

ชีวิตวัยรุ่น "หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม"

 

หลวงตาเปิดเผยถึงช่วงเวลาวัยรุ่น ว่า ไม่เคยมีแฟนเลยสักครั้ง ไม่เคยอกหัก เนื่องจากเจียมตัวว่าฐานะตนยากจน คงไม่มีใครอยากมาใช้ชีวิตลำบากด้วย

 

 

อายุ 13-14 ปี เป็นเด็กเสิร์ฟน้ำในบ่อน เมื่อมีบ่อนก็มีซ่องเป็นของคู่กัน และได้ไปทำงานในซ่อง แต่หลวงตาเองไม่เคยทำตัวเหลวใหล แม่รอบตัวจะเป็นที่อโคจร และเต็มไปด้วยอบายมุข แต่ก็เรียนรู้ชีวิตจากสิ่งเหล่านั้น
 

 

 

 

ต้องคดี ติดคุก

 

ปี 2521 เข้าสู่วงการนักเลง หนักขั้นถึงขั้นปล้นจี้ทรัพย์ สุดท้ายไม่รอดโดนรวบที่ อ.กุฉินารายณ์ จ. กาฬสินธุ์ บ้านเกิด ในคดีจับคนไปเรียกค่าไถ่ พ่อแม่ไม่มีเงินประกันตัวสู้คดี เลยต้องติดคุก ตอนนั้นอายุ 15 ปี ศาลติดสินจำคุก 15 ปี เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ แต่ติดคุกจริงๆ แค่ 3 ปี เพราะประพฤติดีได้รับการอภัยโทษ หลังพ้นคุกปฏิญาณกับตนว่าจะไม่กลับเข้ามาอีกแล้ว

 

อายุ 19  ปี พบรักครั้งแรกกับจิ๋ว สาวรุ่นน้องจากการแนะนำของรุ่นพี่ อยู่ด้วยกันไม่ถึง 5 เดือนก็เลิกรากัน เพราะทะเลาะกัน พอเลิกกับแฟนพ่อแม่เลยให้เงินมา 400 บาท เอาติดตัวมาหางานทำที่กรุงเทพฯ ในปี 2526 เริ่มจากรับจ้างขัดรองเท้าแถวสำโรง สมุทรปราการ ก่อนจะมาล้างจานแถววงเวียนใหญ่ในร้านอาหาร รับหน้าที่เคลียร์กับพวกลูกค้าที่ชอบมาอวดเบ่ง และตามเถ้าแก่ไปไหนมาไหนตลอด

 

 

พบรักกับภรรยา แถวสวนส้มย่านคลอง 13 ปทุมธานี  ซึ่งตอนไปสู่ขอมีเงินติดตัวแค่ 1,100 บาท แต่แม่ยายเรียกเงิน 30,000 ทองคำอีก ตนเลยต้องกลับ เพราะเงินไม่พอ แต่แฟนก็หนีตามกลับมาด้วย จากนั้นจึงพากันไปขอขมา ก่อนที่แม่ยายจะใจอ่อนยอมรับสินสอด 800 บาท และมีลูกด้วยกัน 2 คน

 

 

หันหน้าเข้าสู่เพศบรรพชิต

ใช้ชีวิตเรื่อยไป จนเริ่มเกิดคำถามในใจว่าเอาไงกับชีวิตดี กระทั่งปี 2542 หลานชายติดยา ครอบครัวเขาอยากจะให้บวช เลยมาขอร้องตนให้ช่วยบวชเป็นเพื่อนหลานสัก 3 เดือน แต่วัดแถวนั้นไม่ยอมเพราะชื่อเสียงตนไม่ค่อยดี เลยถูกส่งมาบวชครั้งแรกที่วัดป่ากุง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อปี 2542 ตอนที่เดินเข้ามาฝนวัดก็รู้สึกเกิดอัศจรรย์บางอย่างในใจ เห็นกิริยามารยาทของพระ ญาติโยม และความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่เจ้าอาวาส ก็เกิดความสนใจว่าทำได้อย่างไร เมื่อครบ 3 เดือนหลานได้สึก แต่ตนไม่ได้สึก

 

ถูกส่งไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดป่าภูถ้ำนก จังหวัดมุกดาหาร ที่เป็นวัดร้าง ก่อนจะมีพระตามไปอยู่ด้วยทีหลัง แล้วก็ย้ายไปจำพรรษาตามวัดต่างๆ ทั้งในโคราช อุบลราชธานี บวชอยู่นาน 8 ปี แล้วก็สึกในปี 2550 เนื่องจากพระอาจารย์สั่งให้สึกแล้วมาบวชใหม่ หลังสึกไปได้ทำอาชีพค้าขาย

 

 

ปี 2557 ได้กลับมาบวชอีกครั้ง จึงได้มาบวชใหม่ วัดสาขาของหลวงปู่สี กับเจ้าคณะอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากนั้นจึงได้แยกออกมาอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี และเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "พระสิ้นคิด" โดยปลูกเพิงอยู่คนเดียวทำการเจริญอานาปานสตินาน 5 ปี และคนที่รู้จักกันดีเนื่องจากมีคนถ่ายคลิปไปลงโซเชียล

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ