เด่นโซเชียล

พาส่อง "ยาน DART" ทำงานอย่างไร กับภารกิจสกัดดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก

พาส่อง "ยาน DART" ทำงานอย่างไร กับภารกิจสกัดดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก

19 พ.ย. 2564

พาส่อง "ยาน DART" เจาะลึกส่วนประกอบและการทำงาน กับภารกิจป้องกันดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก นับถอยหลังเตรียมทะยานขึ้นสู่อวกาศ 24 พ.ย.นี้

นับถอยหลัง "ยาน DART" ในภารกิจพุ่งชน "ดาวเคราะห์น้อย" เตรียมทะยานขึ้นสู่อวกาศ 24 พ.ย.นี้ นับว่า "DART" เป็นภารกิจแรกที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันดาวเคราะห์ (Planetary defense) โดยจะทดสอบวิธีการเบี่ยงเบนวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยไม่ให้พุ่งชนโลก 

 

 

ภารกิจ "DART" เป็นภารกิจแรกที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันดาวเคราะห์ (Planetary defense) โดยจะทดสอบวิธีการเบี่ยงเบนวงโคจรของ "ดาวเคราะห์น้อย" ไม่ให้ "พุ่งชนโลก" สำหรับภัยคุกคามที่เกิดจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยแม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง แต่นับว่ามีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำมาก และสามารถป้องกันได้ "ยาน DART" จึงเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยไขความเข้าใจเกี่ยวกับการปกป้องโลกจากภัยคุกคามเหล่านี้ 

 

"ยาน DART" เป็นยานที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ตัวยานมีลักษณะเป็นทรงลูกบาศก์กว้างด้านละประมาณ 1 เมตร มีปีกแผงเซลล์สุริยะที่สามารถกางออกมาจนยานมีความยาว 12 เมตร ส่วนระบบเครื่องยนต์ขับดันไฟฟ้า (electric propulsion system) จะสร้างกระแสของไอออน (อนุภาคมีประจุ) เพื่อสร้างแรงดันอย่างต่อเนื่องระหว่างที่ยานกำลังเคลื่อนที่ 

 

ยาน DART จะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดฟัลคอน 9 จากฐานปล่อยจรวดในฐานทัพอวกาศฟานเด็นเบร็ค (Vandenberg Space Force Base) รัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 

 

ยาน DART จะโคจรรอบโลก ครบ 3 รอบ ระหว่างนั้นจะจุดเครื่องยนต์ขับดันไฟฟ้าเพื่อปรับอัตราเร็วให้มากพอที่จะหลุดจากวงโคจรรอบโลกได้ ก่อนมุ่งหน้าสู่ "ดาวเคราะห์น้อย" ดีดิมอส-ไดมอร์ฟอส (มีกำหนดถึงในต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565) และอาจจะเดินทางผ่านใกล้ดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น (2001 CB21) ระหว่างทางอีกด้วย 

 

ตัวยาน DART มีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์เพียงชิ้นเดียวคือ กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ที่มีชื่อว่า DRACO ซึ่งใช้ในการนำทาง DART ไปยังจุดหมาย กล้อง DRACO มีต้นแบบจากกล้องถ่ายภาพที่ติดตั้งบนยานนิวฮอไรซันส์ของนาซา 

 

พาส่อง "ยาน DART" ทำงานอย่างไร กับภารกิจสกัดดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก

 

 

ในช่วง 5 วันก่อนที่ยานจะถึงเป้าหมาย "ยาน DART" จะปล่อยยานลำลูกเป็นดาวเทียมขนาดเล็ก (CubeSat) ที่พัฒนาโดยองค์การอวกาศอิตาลี (ASI) ชื่อ LICIACube (ย่อมาจาก Light Italian CubeSat for Imaging of Asteroids) เพื่อสังเกตการณ์การพุ่งชนของยานลำแม่ ตัวยานลำแม่นั้นอยู่ไกลจากโลกเกินกว่าที่จะบังคับจากศูนย์ควบคุมได้อย่างทันที จึงต้องปรับให้ยานใช้ระบบนำทางอัตโนมัติตั้งแต่ช่วง 4 ชั่วโมงก่อนการพุ่งชน 

 

ภาพถ่ายจากกล้อง DRACO จะช่วยทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของยานลำแม่รู้ความแตกต่างระหว่างดาวเคราะห์น้อยดีดิมอสกับไดมอร์ฟอส เพื่อให้ยานชนดาวเคราะห์น้อยไดมอร์ฟอสที่เป็นเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง 

 

ในการพุ่งชนของ "ยาน DART" ตัวยานจะพุ่งชน "ดาวเคราะห์น้อย" ไดมอร์ฟอส ด้วยอัตราเร็ว 6.6 กิโลเมตรต่อวินาที และนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าการพุ่งชนดังกล่าวจะทำให้ "ดาวเคราะห์น้อยไดมอร์ฟอส" ลดระดับวงโคจรมาอยู่ใกล้ "ดาวเคราะห์น้อยดีดิมอส" มากขึ้น และคาบการโคจรของไดมอร์ฟอสจะเปลี่ยนจาก 11.9 ชั่วโมง เป็น 11.8 ชั่วโมง (เร็วขึ้นประมาณ 4.2 นาที) 

 

พาส่อง "ยาน DART" ทำงานอย่างไร กับภารกิจสกัดดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก

 

อ้างอิง : https://www.planetary.org/space-missions/dart
ที่มา : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ / พิสิฏฐ นิธิยานันท์ - จนท.สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สดร. 


 

 

"}])