เด่นโซเชียล

"หมอดื้อ" ชี้ เปลี่ยนมาฉีดวัคซีน "เข้าชั้นผิวหนัง" พอเพียง-ปลอดภัย

"หมอดื้อ" ชี้ เปลี่ยนมาฉีดวัคซีน "เข้าชั้นผิวหนัง" พอเพียง-ปลอดภัย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"นพ.ธีระวัฒน์" ชี้ ควรเปลี่ยนมา "ฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนัง" ประหยัดวัคซีน และเพิ่มความปลอดภัย-ลดผลข้างเคียง

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในสถานการณ์ขาดแคลนวัคซีนอย่างหนัก ทำให้วัคซีนกระจายได้ไม่ทั่วนัก อีกทั้งยังต้องฉีด บูสเพิ่มอีกเข็มสำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูงสุด

 

 

 

"ฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังจะเป็นทางออกที่สำคัญให้คนทั้งประเทศได้ทั่วถึง
ผลเท่ากันแต่ประหยัดวัคซีน และนอกจากนั้นจากการที่ใช้ปริมาณน้อยจะเพิ่มความปลอดภัย ลดผลข้างเคียง
"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

การฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal หรือ ID) เริ่มต้นในปี 1987 โดยพวกเราคนไทยเองแก้ปัญหาวัคซีนไม่พอสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ดังนั้นใช้กลวิธีฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal) โดยใช้ปริมาณ 0.1 ซีซีแทนที่จะใช้ 0.5 ซีซีหรือ 1.0 ซีซี (แล้วแต่ยี่ห้อ) เข้ากล้าม (intramuscular หรือ IM) ทั้งนี้โดยกำหนดให้มีความแรงของวัคซีนที่ชัดเจนและนำไปสู่การใช้ในประเทศไทยในปี 1988 และนำเสนอต่อองค์การอนามัยโลกจนกระทั่งยอมรับใช้ทั่วโลกในปี 1991 และการประชุมล่าสุดในปี 2017 ยังเป็นที่รับรองจนถึงปัจจุบันโดยได้ผลเท่ากันทั้งการกระตุ้นภูมิ (immunigenicity) และประสิทธิภาพในการป้องกันโรค (efficacy)

 

กลไกในการออกฤทธิ์การฉีดเข้าชั้นผิวหนังของวัคซีนพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นเชื้อตายจะผ่านกลไกที่เรียกว่า Th2 แทนที่จะเป็น Th1 และเราได้รายงานในวารสารวัคซีนในปี 2010 และบรรจุในคู่มือ WHO จนปัจจุบัน

 

สำหรับวัคซีนโควิดขณะนี้เรามีทั้งวัคซีนเชื้อตาย ชิโนแวค ชิโนฟาร์ม และฝากกับไวรัสเป็น เช่น แอสตร้า เจเจ

สปุ๊ตนิค ชนิด mRNA ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และแบบชิ้นโปรตีนย่อย ใบยา โนวาแวคซ์

 

"หมอดื้อ" ชี้ เปลี่ยนมาฉีดวัคซีน "เข้าชั้นผิวหนัง" พอเพียง-ปลอดภัย

 

 

 

"หมอดื้อ" ชี้ เปลี่ยนมาฉีดวัคซีน "เข้าชั้นผิวหนัง" พอเพียง-ปลอดภัย

 

ทางที่น่าจะเป็นได้

1- คนเสี่ยงสูงสุดที่ได้ชิโนแวค IM ไปแล้วสองเข็มต่อด้วยแอสตร้า ID 1 จุด 0.1 ซีซี

(เริ่มมีข้อมูลแล้ว) และกันสายพันธุ์หลากหลายได้

2- คนทั้งประเทศปรับเปลี่ยนเป็นการฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อตาย หรือชนิดอื่น ทั้งนี้โดยที่รายงานจากเนเธอร์แลนด์แสดงว่าการฉีดเข้าชั้นผิวหนังของวัคซีน mRNA ในปริมาณน้อยกว่าธรรมดา 5 ถึง 10 เท่า (10 หรือ 20 ไมโครกรัม) แทนที่จะเป็น 100 แบบ IM ได้ผลเช่นกัน

3-คนที่ได้รับการฉีดแบบเข้ากล้าม หรือ IM ไปแล้ว ฉีดให้ครบสูตรทั้งสองเข็ม ไม่สลับ IM ID ในเข็ม 1 และ 2

แต่กระตุ้น เข็ม 3 เป็น ID ได้

เช่นเดียวกันคนฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ก็ชั้นผิวหนังตลอดทั้งเข็มหนึ่งและเข็มสอง

ถ้าได้วัคซีนมา 1,000,000 โดสก็จะกลายเป็น 10 ล้านโด็ส

เราสามารถเก็บข้อมูลตามข้อมูลในขณะที่เริ่มการฉีดเข้าชั้นผิวหนังได้ทันทีเลย

การฉีดเข้าชั้นผิวหนังเหมือนกับการฉีดวัคซีนบีซีจีในเด็กแรกเกิด หรือการฉีดดูปฏิกิริยาวัณโรค (tuberculon test)หรือฉีดในคนที่แพ้ฝุ่นเป็นต้น (desensitization)

 

 

"หมอดื้อ" ชี้ เปลี่ยนมาฉีดวัคซีน "เข้าชั้นผิวหนัง" พอเพียง-ปลอดภัย

 

 

"หมอดื้อ" ชี้ เปลี่ยนมาฉีดวัคซีน "เข้าชั้นผิวหนัง" พอเพียง-ปลอดภัย

 

 

ที่มา เพจ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha

 

 

logoline