นักการเมืองต้องฟัง!...เสียงดังๆ จากเว็บฮิต Change.org !

โดย... ทีมข่าวรายงานพิเศษ




          ช่วงนี้คนไทยกำลังอยู่ในกระแสคำถามว่า "ไปเลือกตั้งใครดี?" "พรรคไหนดี?" “นโยบายใครเจ๋งบ้าง?” หลายคนยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองชัดๆ กับ 3 คำถามยอดฮิตนี้ เพราะไม่มีใครหรือพรรคไหนมีนโยบายที่โดนใจเอาเสียเลย!?!

 

 

          แล้วจะทำอย่างไรให้เรื่องที่เราสนใจหรือนโยบายที่อยากได้ ..“ส่งเสียง” ไปถึงพรรคการเมือง?


          เว็บไซต์รณรงค์ชื่อดัง "Change.org ที่ระดมรายชื่อสร้างแคมเปญเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจต่างๆ จนมีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 267 ล้านคน เฉพาะในประเทศไทยมีผู้ใช้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน ล่าสุดได้ออกโพลล์สำรวจความคิดเห็นคนไทยเกี่ยวกับเลือกตั้ง 2562 ที่กำลังจะมาถึงในหัวข้อ ‘YOUR VOICE:ส่งเสียงเปลี่ยนประเทศ’

 

 

 

นักการเมืองต้องฟัง!...เสียงดังๆ จากเว็บฮิต Change.org !

 


          โดยเปิดเป็นโพลล์สำรวจความคิดเห็นว่าผู้ใช้งานเว็บไซต์ Change.org มีความสนใจอยากให้พรรคการเมืองมีนโยบายเรื่องอะไรบ้าง ถ้าได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นรัฐบาล โดยใช้ข้อความดึงดูดใจเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่า


          "เราคิดว่าการส่งเสียงครั้งนี้สำคัญ เพราะไหนๆ เราก็จะได้เลือกตั้งกันแล้ว คุณคงหวัง จะได้รัฐบาลที่ฟังเสียงประชาชน เพราะฉะนั้นเราน่าจะส่งเสียงให้ดังกันตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ผู้สมัครรับรู้ว่าปัญหาไหนที่เราคิดว่าสำคัญ โดยเราจะรวบรวมทุกความคิดเห็นแล้วนำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ของ Change.org และนำเสนอต่อกลุ่มผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคต่างๆ เพื่อให้เป็นแนวทางสำหรับการกำหนดนโยบายต่อไปหากได้รับเลือกเข้าไปทำงาน"


          โพลล์ระดมความเห็นของ change.org ได้นำเสนอหัวข้อคำถามที่น่าสนใจในหลายประเด็นสำคัญ เช่น คำถามว่าคนไทยอยากให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแจกแจงนโยบายเวลาหาเสียงเรื่องอะไรบ้างใน 17 ประเด็น โดยให้กดเลือกได้เพียง 5 ประเด็น ได้แก่

 

 

นักการเมืองต้องฟัง!...เสียงดังๆ จากเว็บฮิต Change.org !

 



          สิทธิมนุษยชน (เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเรียกร้อง) ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ความรุนแรงต่อผู้หญิง, การกีดกันบุคคลที่หลากหลายทางเพศ (LGBT), สิทธิและสวัสดิภาพของผู้พิการ, จัดการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืน, ความเป็นธรรมทาง

          กฎหมาย/กระบวนการยุติธรรม, ลูกจ้างแรงงานถูกละเมิด, พัฒนาคุณภาพการศึกษา, เศรษฐกิจ (รายได้ ปากท้อง), ความเหลื่อมล้ำทางสังคม (รวยกระจุก จนกระจาย), สิทธิและสวัสดิภาพสัตว์, ความปรองดองของคนในสังคม, ความมั่นคงของประเทศ, ความโปร่งใส คอร์รัปชั่น, สุขภาพ และปรับปรุงระบบบริการสาธารณสุข, ผู้ลี้ภัย, ปรับปรุงสาธารณูปโภค (ทางเท้า รถไฟฟ้า รถประจำทาง ฯลฯ), หรือถ้าใครมีประเด็นอื่นต้องการเพิ่มเติมจาก 17 ด้านข้างต้นก็สามารถเสนอได้


          นอกจากนี้ยังมีการแบ่งประเด็นด้านที่สำคัญเป็นหัวข้อย่อยให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปกดเลือกอีกด้วย เช่น ด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ฯลฯ


          ด้าน “สุขภาพและระบบบริการสาธารณสุข” มีประเด็นที่เสนอเป็นหัวข้อให้กดเลือก ว่ามีความสำคัญมากที่สุดและอยากให้รัฐบาลสมัยหน้าแก้ไขคือ เพิ่มจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์, เพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน เช่น โรงพยาบาลชุมชน, จัดการปัญหาโฆษณาอาหารและยาเกินจริง ผู้บริโภคถูกหลอกลวง, ระบบเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายทางการแพทย์ โดยไม่ต้องฟ้องหมอ หรือโรงพยาบาล, ตรวจสอบค่ารักษาพยาบาล มีระบบราคากลางสำหรับโรงพยาบาลหรือคลินิกเอกชน, ระบบบริการสาธารณสุขที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสิทธิ์ (บัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิข้าราชการ) ไม่มีความเหลื่อมล้ำ, สิทธิการเข้าถึงยาที่จำเป็นสำหรับโรคร้ายแรง, พัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการรักษาพยาบาล และการแพทย์ฉุกเฉิน

 

 

นักการเมืองต้องฟัง!...เสียงดังๆ จากเว็บฮิต Change.org !

 


 

          ด้าน “การศึกษา” มีประเด็นที่เสนอเป็นหัวข้อให้กดเลือกดังนี้ ปรับหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย, เพิ่มปริมาณคุณครูคุณภาพ, ต่อยอดเรียนฟรี (ปัจจุบันเรียนฟรี 12 ปี จากอนุบาล 1-ม.3), ลดภาระครู คืนครูสู่นักเรียน, เน้นการเรียนรู้เพื่อชีวิต มากกว่าการสอบวัดระดับ, กลไกตรวจสอบการใช้งบประมาณของโรงเรียนต้องโปร่งใส, โภชนาการที่ได้มาตรฐานในโรงเรียนทุกระดับ, จริงจังกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย


          ส่วนด้าน “สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรและความยั่งยืน” มีประเด็นที่เสนอเป็นหัวข้อให้กดเลือก คือ ปัญหาภาวะโลกร้อน, น้ำท่วม การจัดการทรัพยากรน้ำ, มลพิษทางอากาศ PM2.5 (ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจและกระแสเลือด), โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ เขื่อน ท่าเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ, ประเด็นเกี่ยวกับป่าไม้ ที่ดิน, สวัสดิภาพสัตว์และสัตว์ใกล้สูญพันธุ์


          เห็นได้ว่าด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนไทยมีความสนใจเข้าไปร่วมลงชื่อสนับสนุนผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวจำนวนมาก เช่น หัวข้อ "เราช่วยกันได้ครับ#เสือดำต้องไม่ตายฟรี" มีผู้ไปร่วมลงชื่อสนับสนุนถึง 1.6 แสนคน และในหัวข้อ “กรณีของเสือดำที่ [ร่วมกันบอยคอตบริษัทอิตาเลียนไทย] คดีล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวรของประธานบริษัท 6 ข้อหา” มีผู้ไปร่วมลงชื่อสนับสนุน 9.3 หมื่นคน
  

 

 

นักการเมืองต้องฟัง!...เสียงดังๆ จากเว็บฮิต Change.org !

 

 

          นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวข้องกับสิทธิผู้หญิงในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองกับการเมือง เนื่องจากปัจจุบันสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีสัดส่วนผู้หญิงเพียงร้อยละ 5 จึงมีคำถามว่าคนไทยอยากเห็นสัดส่วนของผู้หญิงเพิ่มขึ้นหรือไม่? มีตัวเลือกจำนวน 6 ข้อ ได้แก่เพิ่มขึ้นให้ถึง 10%, เพิ่มขึ้นให้ถึง 20%, เพิ่มขึ้นให้ถึง 30%, เพิ่มขึ้นให้เกิน 51%, หรือเท่านี้ก็ดีอยู่แล้ว, ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ


          มีการรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงในหลากหลายมิติที่อยากให้พรรคการเมืองนำมาทำเป็นนโยบายพรรคเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ได้แก่ ท้องไม่พร้อม แม่วัยใส ความรุนแรงในครอบครัว การคุกคามทางเพศในที่ทำงาน และที่สาธารณะ การนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้หญิงผ่านสื่อ เช่น ความรุนแรงต่อผู้หญิง มองผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ ฯลฯ, แนวทางการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรง และการฟื้นฟูให้กลับสู่สังคม แก้ปัญหาผู้หญิงติดคุกจำนวนมาก ปฏิรูปตำรวจ เพิ่มพนักงานสอบสวนหญิง เพื่อให้ผู้ถูกกระทำทางเพศเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น ยกระดับความสามารถผู้หญิงให้เป็นผู้นำในทุกมิติ รวมทั้งในที่ทำงาน โครงการเชิงสวัสดิการและเศรษฐกิจให้แก่หญิงตั้งครรภ์ หญิงสูงอายุ
 

          เว็บไซต์ change.org ยังรวบรวมแคมเปญรณรงค์ที่มีผู้สนใจเข้ามาร่วมลงชื่อสนับสนุนเกิน 2 หมื่นคน ในช่วงระหว่างปี 2560-2561 เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าคนไทยมีความสนใจหรือให้ความสำคัญในปัญหาเรื่องอะไรบ้าง โดยคัดเลือกมาทั้งหมด 12 เรื่อง เพื่อให้ร่วมลงคะแนนอีกครั้งว่าหัวข้อไหนสำคัญมาก ได้แก่

 

 

 

นักการเมืองต้องฟัง!...เสียงดังๆ จากเว็บฮิต Change.org !

 


          ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 คืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ปิดถนนขึ้นเขาใหญ่ช่วงกลางคืน ลดอุบัติเหตุกับสัตว์ป่า ลดระดับบุหรี่ไฟฟ้าจาก “สินค้าต้องห้าม” เป็น “สินค้าควบคุม” เพิ่มบทลงโทษคนขับรถแข่งบนทางสาธารณะแล้วชนคนตายให้เท่ากับเจตนาฆ่าคนตาย หยุดการหลอกให้จ่ายค่าบริการ SMS ผ่านค่ายมือถือ ขอให้ภาครัฐงดทำสัญญากับบริษัทอิตาเลี่ยน-ไทย และบริษัทที่ไร้ธรรมาภิบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกเลิกการแบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าปรับจราจรให้ตำรวจ อยากให้ห้างร้าน (เช่น 7-11 TescoLotus Big C) คิดเงินค่าบริการถุงพลาสติกเพื่อลดปริมาณขยะ ยกเลิกสอบเข้า ป.1 ขอคัดค้านไม่ให้ กทม. มาบริหารจัดการหอศิลป์กรุงเทพ#freebacc, ลดปริมาณโซเดียมลง 10% ในผงปรุงรสของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อภายในปี 2562 เปิดเสรีทรงผมนักเรียนไทย


          การร่วมลงชื่อเสนอนโยบายที่ประชาชนอยากได้ผ่านทางเครือข่ายเวบไซต์และสื่อสังคมออนไลน์นั้น สามารถใช้ได้ผลในหลายประเทศ โดยเฉพาะฝั่งยุโรปในบางประเทศ หากมีผู้มาร่วมลงชื่อจำนวนมากในหัวข้ออะไร นักการเมือง รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะไม่นิ่งเฉย แต่รีบนำมาจัดการแก้ไขหรือทำตามข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วน


          เช่น ในประเทศอังกฤษ ถ้าประเด็นไหนมีการล่ารายชื่อหรือร่วมลงนามร้องเรียนผ่านแคมเปญรณรงค์ในสื่อออนไลน์แล้วรวบรวมผู้ลงชื่อสนับสนุนเกิน 10,000 คน เรื่องเหล่านี้จะถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาจัดการทันที ส่วนฝั่งประเทศอเมริกาก็มีการเปิดช่องทางออนไลน์ในชื่อว่า “We the People” รองรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ถ้าแคมเปญหรือหัวข้อไหนมีผู้สนับสนุนเกิน 1 แสนคนภายใน 30 วัน เรื่องนั้นจะถูกนำไปพิจารณาและรายงานผลสรุปความคืบหน้าออกมาให้เห็นอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน  


          วริศรา ศรเพชร ผู้อำนวยการด้านการรณรงค์ Change.org ประเทศไทยให้เล่าถึงเบื้องลึกของหัวข้อการรณรงค์นี้ว่า วิธีการคัดเลือก “หัวข้อ” และ “ตัวเลือกในแต่ละหัวข้อ” นั้น มาจากเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจมาร่วมลงชื่อในเว็บไซต์


          "ปกติหัวข้อจะมีหลากหลายมาก เราพยายามจับกลุ่มที่ใกล้เคียงกันและนำแตกรายละเอียดลงไปอีกหน่อยสำหรับประเด็นที่กว้างมาก เช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการศึกษา โดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่เคยทำงานร่วมกันมาว่าช่วยกันคิดว่ามีประเด็นหลักอะไรบ้างที่คิดว่าสำคัญ หรือพบบ่อยจากประสบการณ์การทำงาน"


          ทีมงานจะนำผลสำรวจที่ได้นี้ส่งไปให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อนำไปอธิบายแจกแจงตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจมาก หรือจะมีนโยบายชัดเจนอย่างไรในการลงมือทำงานในเรื่องนี้อย่างจริงจังหากได้รับการชนะเลือกตั้งเข้าไปเป็น ส.ส.

 

          “เรามองว่าการส่งเสียงของผู้ใช้เว็บไซต์ครั้งนี้สำคัญ เพราะนอกจากเป็นการสื่อสารให้ผู้สมัครได้รับรู้ว่าปัญหาไหนที่ประชาชนคิดว่าสำคัญแล้ว ยังเหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าประชาชนต้องการตัวแทนที่รับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ และมีภาระรับผิดชอบต่อประชาชนที่เลือกผู้แทนเข้ามา ส่วนการตอบรับของผู้สมัครก็จะเป็นการแสดงท่าทีเช่นกันว่า นักการเมืองเปิดกว้างพร้อมรับฟังเสียงประชาชนแค่ไหน ใครคือผู้แทนยุคใหม่ที่จริงจังต่อการทำงานตามที่สัญญาไว้ และมีความจริงจังและโปร่งใสกับการทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียงแค่ไหนด้วย” 


          พร้อมยกตัวอย่างนักการเมืองที่ฟังเสียงประชาชนจนประสบความสำเร็จชนะเลือกตั้งว่า


          Change.org ที่ประเทศฝรั่งเศสเคยทำแบบสำรวจความคิดเห็นลักษณะนี้ช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2560 เพื่อชวนให้ผู้สมัครมาสร้างโปรไฟล์และสามารถตอบสนองข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ประชาชนส่งถึงตัวเองได้โดยตรง โดยบทสนทนาทั้งหมดอยู่บนพื้นที่ออนไลน์ ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้และส่งตรงถึงทุกคนที่ลงชื่อในเรื่องรณรงค์นั้นๆ ปรากฏว่าโปรเจกท์นี้ได้รับการตอบรับจากผู้ลงสมัครเป็นอย่างดี เพราะนักการเมืองต้องการเสนอตัวว่าเป็นผู้รับฟังเสียงและรับผิดชอบต่อประชาชน


          "หนึ่งในผู้มาสร้างโปรไฟล์ก็คือ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนปัจจุบัน หลังได้รับเลือกตั้งแล้ว ก็ยังเข้ามาตอบข้อเรียกร้องบนแคมเปญรณรงค์ต่างๆ เราก็หวังจะเห็นภาพการสื่อสารสองฝั่งแบบนี้ในประเทศไทยบ้าง โดยมีโปรเจกท์ Your Voice นี้เป็นจุดเริ่มต้น"  วริศราในฐานะตัวแทน Change.org ประเทศไทยกล่าวทิ้งท้ายด้วยความหวัง
 

          ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารแบบออนไลน์ในปัจจุบัน ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ไอจี ยูทูบ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นตัวช่วยขจัดช่องว่างหรือความเหินห่างระหว่างการส่งเสียงจาก “ราษฎร” ไปถึง “ผู้แทนราษฎร” อยู่ที่ว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะเข้ามามีส่วนร่วมในการนำ “เสียง” เหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แค่ไหนกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
 

          ที่สำคัญคือ “เสียงสัญญา” ที่ให้แก่ประชาชนจะไม่กลายเป็นแค่ลมปากลอยๆ เพราะสื่อสังคมออนไลน์จะช่วยประชิดติดตามตรวจสอบว่า ทำได้จริงตามที่พูดแค่ไหน!?!
 

          “การส่งเสียงของผู้ใช้เว็บไซต์ครั้งนี้สำคัญ เพราะนอกจากเป็นการสื่อสารให้ผู้สมัครได้รับรู้ว่าปัญหาที่ประชาชนคิดว่าสำคัญแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าประชาชนต้องการตัวแทนที่รับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ”  "วริศรา ศรเพชร"

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่