"สิริพงศ์"พวกผมรู้น้อยพอที่จะเปลี่ยนเเปลงเเละรู้มากพอที่จะทำ

"สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ" ว่าที่เลขาฯ ชทพ. "พวกผมรู้น้อยพอที่จะเปลี่ยนเเปลงเเละรู้มากพอที่จะทำงาน" : โดย... ทีมข่าวเฉพาะกิจออนไลน์

 


          “ชาติไทยพัฒนา” คือ พรรคหนึ่งที่เป็นหน่อเนื้อของพรรคชาติไทย ที่มีบทบาทสำคัญบนหน้ากระดานการเมืองไทยในอดีต (พรรคชาติไทยมีบทบาทในปี 2517–2551 ต่อมา 2 ธันวาคม 2551 ถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค เพราะกรรมการบริหารพรรคกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง)

 

 

          พรรคชาติไทยนั้นสร้างตำนานนายกรัฐมนตรีไว้บนหน้าประวัติศาสตร์สองชีวิต (พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เเละบรรหาร ศิลปอาชา) เเม้สองตำนาน "พ่อปลาไหลเเห่งชาติไทย” จะปิดไปเเล้ว เเต่สมาชิกเเละเเกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาจะสานต่ออุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร

 

          “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ว่าที่เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา วัย 42 ปี (ถือว่าเป็นคนหนุ่มเเละวัยใกล้เคียงกับปิยะบุตร เเสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่) ที่จับมือกับ “วราวุธ ศิลปอาชา” ทายาทมังกรเมืองสุพรรณ (ว่าที่หัวหน้าพรรค) ผลักดัน "นิวบลัดชาติไทยพัฒนา” ผจญสนามการเมืองอย่างไร คำตอบอยู่ตรงนี้


          0 ภาพรวมพรรคเป็นอย่างไรในตอนนี้?
          เตรียมจัดประชุมพรรคในวันที่ 26 ตุลาคม ตอนนี้ผู้ใหญ่เเละผู้บริหารพรรคกำลังทาบทามอดีตส.ส.ในภาคกลางเเละอีสานหลายคนที่เป็นระดับบิ๊กเนมสนใจมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคของเรา เเละในตอนนี้นักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ก็สนใจจะร่วมงานกับพรรค เเละรอทยอยเเนะนำตัวกับสังคม

 

"สิริพงศ์"พวกผมรู้น้อยพอที่จะเปลี่ยนเเปลงเเละรู้มากพอที่จะทำ

 


          กรรมการบริหารพรรคยุคใหม่มีความหลากหลาย เพราะผู้ใหญ่ในพรรคเเละคนรุ่นใหม่จะช่วยกันบริหารพรรค ความท้าทายตอนนี้ของว่าที่หัวหน้าพรรคเเละนิวบลัดคือการเปลี่ยนผ่านของพรรค ยอมรับว่าอดีตส.ส.ของพรรคที่ย้ายพรรคไปนั้น เป็นบุคลากรที่มีคุณค่า เเต่พรรคยอมรับการตัดสินใจเเละวันหน้าก็อาจมาอยู่ร่วมกันใหม่ได้

 

 

          0 นโยบายใดที่จะเป็นจุดขายของพรรคที่จะเสนอต่อสังคม?
          มีหลายชุด พวกผมมองว่าในสิบปีที่ผ่านมา สังคมมุ่งเน้นประชานิยมไปมากจนหลายอย่างสร้างผลเสียให้ประเทศ ฉะนั้นสิ่งที่ยั่งยืน เช่น การเกษตรสมัยใหม่ต้องนำมาใช้ นำความรู้สมัยใหม่มาประยุกต์ อาทิ ให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อหาลู่ทางทางธุรกิจเเละการตลาด โดยการศึกษากลไกความต้องการเเละราคาสินค้าเกษตรจากตลาดโลกเเละเมืองไทย เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การรวมกลุ่มจะสร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกรได้ โดยเกษตรกรจะเป็นผู้ผลิตเเละผู้ขายได้ด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านคนกลาง เป็นต้น


          “ชาวนาต้องหลุดจากโครงการจำนำข้าวหรือประกันราคา เพราะสองโครงการนี้สุดท้ายสร้างผลเสีย คือมีการทุจริต ฉะนั้นมันต้องมีจุดลงตัวของนโยบายเกษตรให้ได้ เร็วๆ นี้ พรรคจะเสนอชุดความคิดนี้ต่อสังคม”


          ส่วนด้านท่องเที่ยว เราคิดว่าการท่องเที่ยวของไทยจะเจริญก้าวหน้าได้ต้องเป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ในขณะเดียวกันเราต้องดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน มีการกระจายรายได้ โดยเปิดโอกาสให้เมืองรองได้มีโอกาสเติบโต ร่วมกับเมืองหลัก


          ด้านนโนบายการศึกษาซึ่งว่าที่หัวหน้าพรรคเคยบอกไว้นั้น วันนี้เด็กเเละเยาวชนไทยที่ยังมีบางส่วนด้อยการศึกษานั้น โจทย์ข้อนี้ยาก เเต่ต้องทำคือ ต้องมีการศึกษาที่ดีเเละเท่าเทียมทั่วประเทศ การจะได้ของดีราคาถูกนั้นมันยาก เเต่เชื่อว่าทุกพรรคมองปัญหานี้ เเต่บางครั้งอาจศึกษาไม่มากพอ ฉะนั้นพรรคจะนำเรื่องนี้มาผลักดันวางอนาคตการศึกษาของชาติ


          สำหรับนโยบายสาธารณสุขนั้น สุขภาพที่ดีของประชาชนคือฐานของสาธารณสุขไทย ฉะนั้นต้องชักชวนประชาชนดูเเลสุขภาพตั้งเเต่ต้น สิ่งง่ายๆคือออกกำลังกายเพื่อห่างไกลโรคยอดนิยมที่คนไทยมักจะเป็นในตอนนี้


          ระบบสาธารณสุขของไทยนั้นคำว่า "ฟรี” ไม่เพียงพอ เพราะต้องพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดเเคลนบุคคล อุปกรณ์ทางการเเพทย์ ต้องมีเพียงพอ พูดง่ายๆ ประชาชนต้องเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลที่ง่ายเเละเร็วขึ้น


          ส่วนการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นเเละขยายชุมชนไม่ให้เเน่นในเมืองใหญ่นั้น ต้องวางเเผนดำเนินการระยะยาวเเละเป็นขั้นตอน เช่น การวางหัวเมืองหลักในเเต่ละภาคให้เกิดขึ้น โดยต้องเชื่อมระบบขนส่งให้ครบ ความเจริญจะกระจายไป โดยไม่กระจุกตัว วางระบบงาน ป้องกันประชาชนเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่เเละเมืองหลวง

 

"สิริพงศ์"พวกผมรู้น้อยพอที่จะเปลี่ยนเเปลงเเละรู้มากพอที่จะทำ

 


          เรื่องความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องการลดช่องว่างระหว่างสังคม แต่ดูเหมือนกับว่านโยบายหลายอย่างที่รัฐบาลพูดถึง กลับกลายเป็นเหมือนว่านอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาแล้วยังเหมือนรังแกคนขยันและอดออม โดยเฉพาะคนมีรายได้น้อยและคนชั้นกลาง เราอยากแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้คนได้เข้าถึงโอกาสได้อย่างทัดเทียมไม่ว่าคนเมือง หรือต่างจังหวัด


          นโยบายสตรีเเละกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) พรรคทาบทามผู้สมัครสตรีเเละกลุ่ม LGBT หลายคนให้มาร่วมงานเเละเน้นบทบาททางนี้ มันต้องสร้างให้เกิดการยอมรับ เท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์ เเม้รัฐบาลจะพยายามเเก้ไขตรงนี้ เเต่พรรคจะทำให้ทันสมัยขึ้น เพราะ LGBT ไม่ใช่ความผิดปกติทางจิต เเต่มันคือพันธุกรรมที่ติดตัวคนคนนั้นมาตั้งเเต่เกิด เราต้องสร้างการยอมรับเเละอยู่ร่วมกันได้ ตรงนี้พิสูจน์ความตั้งใจของพรรคที่วางไว้ หากสังคมให้โอกาสบุคลากรของพรรคให้ทำงานนี้


          0 วันนี้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในพรรคมากจะสร้างศรัทธาอย่างไร?
          สังคมไทยวันนี้ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ เเต่นิวบลัดไม่เคยลืมความสำคัญของผู้ใหญ่ในพรรค พรรคเรายังมีระบบอาวุโสเเละยึดจุดนี้อยู่ เราทำงานโดยไม่ใช้คนรุ่นใหม่เท่านั้น เเม้คนรุ่นใหม่จะมีไอเดียเเละร่วมทำกิจกรรม เเต่ผู้ใหญ่ในพรรค (ธีระ วงศ์สมุทร, ประภัตร โพธสุธน, จองชัย เที่ยงธรรม, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, นิกร จำนง, อนุรักษ์ จุรีมาศ) ที่เคยทำงานร่วมกับอดีตนายกฯ บรรหาร จะสอนพวกเราเหมือนลูกหลานเเบบสมัยใหม่


          “การทำงานการเมืองช่วงนี้ยอมรับว่ายาก เเต่ไม่ใช่ว่าพรรคจะไร้ประสบการณ์ พวกผมรู้น้อยพอที่จะเปลี่ยนเเปลง เเละรู้มากพอที่จะทำงาน เเม้จะมีเเรงกระเเทกทางการเมืองบ้าง ทุกยุคสมัยที่มีการเลือกตั้ง ทุกพรรคมีเเรงกระเเทกเหมือนกัน เเตกต่างในบริบท ว่าที่หัวหน้าพรรคหวังว่า เลือกตั้งครั้งนี้ ส.ส.สองระบบนั้น พรรคน่าจะได้สามสิบที่นั่ง”


          วันนี้อดีตส.ส.ของพรรคที่ย้ายพรรคนั้น พวกเรายอมรับในเหตุผล วันข้างหน้าก็กลับมาร่วมงานกันได้ พรรคยินดี วันนี้ขอยืนยืนว่าเมื่อมีคนจากไปเเต่เราก็มีคนใหม่มาเเทน พรรคต้องพร้อมเสนอตัวให้สังคมพิจารณา อดีตส.ส.จากหลายพรรคที่สนใจจะมาร่วมงานกับพรรคนั้นมีพอสมควร โดยตอนนี้ผู้ใหญ่ในพรรคกำลังเจรจา


          0 จะล้างภาพพรรคปลาไหลอย่างไร?
          ยอมรับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น เเต่วันนี้เราต้องพิสูจน์ตัวเอง พรรคไม่ใช่คู่ขัดเเย้งทางการเมืองในช่วงนี้ พรรคยืนข้างประชาชน เพราะอนาคตพวกผมต้องมาจากการเลือกตั้งเเละประชาธิปไตย ในระบบเสียงข้างมากนั้น พวกเราต้องยึดกฎ หากวันนี้จะถามว่าพรรคไหนจะจับมือกับพรรคใด คำตอบคือ ตอบไม่ได้ เพราะต้องรอผลการเลือกตั้ง เพราะพวกเรายืนอยู่บนหลักเกณฑ์นี้

 

 

"สิริพงศ์"พวกผมรู้น้อยพอที่จะเปลี่ยนเเปลงเเละรู้มากพอที่จะทำ

 


          รัฐบาลเสียงข้างมากนั้นจะมีเสถียรภาพในการทำงานเเละมีทัศนะที่ดีต่อการเมือง เเละไม่มองข้ามเสียงข้างน้อย ไม่อย่างนั้นจะเกิดผลกระทบมาก เว้นเเต่ไม่มีเสถียรภาพเลย การเลือกตั้งจะเกิดบ่อยขึ้น ตรงนี้จะมีผลมากกว่าชนะหรือเเพ้เลือกตั้ง ชาวบ้านในพื้นที่ที่พวกผมไปพบ พวกเขาบอกเบื่อเเล้วการเมืองเเบบเดิมๆ ทะเลาะกันไม่เลิก วันนี้ต้องทำให้บ้านเมืองเดินหน้า ประชาชนทำมาหากินได้


          เเม้การเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ส.ว.สามารถลงคะเเนนได้ เเต่ทุกอย่างขึ้นกับตัวเลขในรัฐสภา 


          “ถามว่าหากรัฐบาลหน้าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย พรรคก็คงไม่ร่วมรัฐบาล เพราะทำงานไม่ได้ เพราะต้องดูว่าพรรคจะทำงานใดให้สังคมได้บ้างในฐานะรัฐบาล”


          เสี้ยวเล็กที่ร่วมงานกับมังกรเมืองสุพรรณ
          เเม้จะมีเวลาร่วมงานกับ "บรรหาร” ไม่กี่เดือนในฐานะส.ส.สมัยเเรก (รัฐบาลพลังประชาชน) เเต่ “สิริพงศ์” ยอมรับว่าวิธีการทำงานกับ "เติ้งเสี่ยวหาร” น่าเรียนรู้เเละปรับใช้ได้เสมอในชีวิต


          ภาพ “หลงจู๊” ที่ติดตัวมังกรเมืองสุพรรณว่า ”จุกจิก จี้งาน จอมละเอียด” นั้น จริงเเท้เเล้วเป็นเช่นนั้นหรือไม่...


          “นายกฯ บรรหาร มีซูเปอร์โน้ตติดตัวคือกระดาษเอสี่ พับติดตัว เวลาที่ท่านหารือกับใครก็จะจดไว้ จากนั้นก็คัดลอกลงสมุดบันทึก ต่อมาก็สั่งการงานที่จดในซูเปอร์โน้ต เท่ากับว่าสิ่งที่ท่านหารือกับใครไว้เเละจดในซูเปอร์โน้ต เท่ากับว่าท่านทบทวนสามรอบนะ จึงสั่งงาน เเล้วท่านยังติดตามงานที่สั่งไว้ด้วย ตรงนี้คือความละเอียด"


          ตอนที่ผมเป็นส.ส.ตอนนั้นก็ยังอายุน้อย เวลาไปประสานกับฝ่ายใดเเล้วติดขัด ก็ไม่กล้าหารือกับท่าน จนไม่ไหวเเล้ว ผมไปขอคำเเนะนำท่าน ท่านตอบว่า “ทำไมเพิ่งมา?” ผมเรียนท่านว่า ”เกรงใจครับ ไม่กล้ารบกวนในช่วงที่ผ่านมา”


          ท่านตอบมาเเบบนี้ อ้าว? หากเกรงใจวันนี้มาหารือผมทำไม


          จากนั้นท่านสอนผมว่า "ทำงานไม่ต้องเกรงใจผม มีอะไรมาปรึกษาได้ อะไรติดขัดจะได้รีบเเก้ไข”


          เวลาสั้นๆ ที่ผมร่วมงานกับท่านในฐานะส.ส. ทำให้ผมรู้เลยว่า เวลาที่ต้องทำงานนั้น เราต้องพร้อมอย่างไร เเละต้องรู้ว่าอะไรควรต้องประสานกับใคร


          ส่วนพื้นที่การเมืองของตัวเองนั้น “โต้ง” ยอมรับว่าจะลงสมัครส.ส.เขต 1 ศรีสะเกษ เเม้ต้องชนกับพรรคเพื่อไทยเเละหลากพรรคที่จับจ้องพื้นที่อีสานใต้กันเเบบปักหมุดทุกเขตก็ตาม


          เท่ากับว่าสนามเลือกตั้งครั้งนี้คีย์เเมนเเละอดีตส.ส.บิ๊กเนมของทุกพรรค มีเเนวโน้มที่จะลงส.ส.เขตเป็นส่วนใหญ่ เพื่อดึงเเต้มไว้ให้มากสุด (เว้นเเต่บิ๊กเนมที่จะลงในบัญชีพรรค ที่ต้องวิเคราะห์ว่า เเต่ละพรรคจะได้ส.ส.ระบบนี้กี่คน โดยคำนวณจากความเป็นไปได้ที่จะได้รับคะเเนนทั้งจากระบบเขตเเละจัดสรรปันส่วนผสม)


          “ไม่กังวลเลือกตั้งมีสองสิ่งชนะกับเเพ้ความไว้วางใจจากประชาชน” ว่าที่เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนาระบุ


          “เเต่อีกสิบปีข้างหน้าผมหวังว่าชาติไทยพัฒนาจะปักหมุดพรรคในจังหวัดของผมได้ครบ”
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@komchadluek ที่นี่