ตามกลิ่นฮาร์ดคอร์ รวบสมุนโกตี๋ สะเทือน "ใต้ดิน" ฝั่งลาว

จะว่าไปแล้ว กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อ 10 ก.พ. มีจำนวนไม่น้อยที่ออกมาชุมนุม เพราะได้ฟังการปลุกระดมจากกลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว ซึ่งเป็นหนามยอกอก คสช. ไม่เลิกรา

          บ่ายวันจันทร์ที่ 12 ก.พ.2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางไปเยือนสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ นครเวียงจันทน์ ตามคำเชิญของรัฐบาล สปป.ลาว

          เป้าหมายหลักของการเยือนลาวหนนี้ อยู่ที่โรงแรมดอนจันพาเลซ ที่มีพิธีรับมอบโปรแกรมลงทะเบียนหมายเลขมือถือ ระหว่างกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาและการสื่อสาร กับ กสทช. โดยมี สอนไช สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว กับ พล.อ.ประวิตร เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

          สอนไช สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง ถึงความจำเป็นต้องจัดทำ และพัฒนาระบบข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ร่วมกัน เพื่อร่วมกันตรวจสอบติดตามการกระทำผิดที่เป็นปัญหาความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

          ภัยความมั่นคงของสองประเทศได้แก่ ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญกรรมข้ามชาติ

          นับว่าเป็นครั้งแรกที่ “บิ๊กป้อม” ได้พบกับสอนไช สีพันดอน รองนายกฯ บุตรชายของท่านคำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศ ที่ยังมีอิทธิพลสูงต่อคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

          หลังบิ๊กป้อมบินกลับประเทศ กลางดึกคืนวันเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำกำลังเข้าจับกุม กฤษชาภณ หรือ พล พูลศิลป์ อายุ 53 ปี ที่ห้องเลขพักหมายเลข 2/28 อาคาร 10 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พร้อมของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ในห้อง ประกอบด้วยระเบิดหลายชนิด

          ที่น่าสนใจ "กฤษชาภณ" รับสารภาพว่า ระเบิดทั้งหมดเป็นของ ธีรชัย อุตรวิเชียร หรือ ระพิน คนสนิทของโกตี๋ 

          ปัจจุบัน ระพินถูกจับกุมคดีครอบครองอาวุธสงคราม อั้งยี่ซ่องโจร เมื่อ 18 มี.ค.2560 ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยระพินนำมาฝากไว้หลังเลิกชุมนุมทางการเมืองจากเวทีบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ จ.ปทุมธานี ปี 2557

          แหล่งข่าวความมั่นคงเปิดเผย ตำรวจตรวจบัตรประชาชนผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมคนอยากเลือกตั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงพบชื่อ “กฤษชาภณ” หรือ “พล พูนศิลป์” อดีตการ์ดคนเสื้อแดงอยู่ในบัญชีความมั่นคง จึงเจ้าหน้าที่สะกดรอยตามมาจนถึงแหล่งกบดาน 

          เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยังได้ตรวจพบผู้ใช้นามแฝงว่า “ญาญ่า” ไลฟ์เฟซบุ๊คการทำกิจกรรมคนอยากเลือกตั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเธอเป็นคนเดียวกันกับบุคคลที่ใช้ไลน์โทรเข้าไปในรายการวิทยุใต้ดินของ สุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ อยู่เป็นประจำ

          ปลายปีที่แล้ว “ญาญ่า” ได้โฟนผ่านไลน์เข้าไปร่วมกับรายการวิทยุของลุงสนามหลวง โดยอ้างว่า เป็นคนชั้นสูง รู้ลึก รู้ตื้น ของฝ่ายอำมาตย์ เรื่องเล่าของเธอ ได้รับความสนใจจากคนฟังจำนวนมาก ทำให้ยอดวิวของช่องยูทูบลุงสนามหลวงพุ่งพรวด แต่ภายหลัง ญาญ่าได้ย้ายไปร่วมจัดรายการกับสุรชัย แซ่ด่าน 

          จะว่าไปแล้ว กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อ 10 ก.พ. มีจำนวนไม่น้อยที่ออกมาชุมนุม เพราะได้ฟังการปลุกระดมจากกลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว โดยก่อนหน้านั้น กลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน, กลุ่มลุงสนามหลวง และกลุ่มไฟเย็น (ขุนทอง-แยม) ได้พูดเชิญชวนคนเสื้อแดงกันทุกคืน มิหนำซ้ำยังมีเปิดสายหน้าไมค์ให้แสดงความคิดเห็นอย่างอึกทึก

          การชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง จึงมีเครือข่ายใต้ดินในลาว ยุโรปและสหรัฐ ทุกเพจทุกช่องยูทูบ ล้วนแชร์การถ่ายทอดสดจากเฟซบุ๊คสำนักข่าวเสื้อแดง โดยเฉพาะกลุ่มแดงในลาว 

          วิทยุใต้ดินในลาว เป็นหนามยอกอก คสช. และบิ๊กป้อมบินไปลาวหลายรอบแล้ว เสียงประกาศล้มเผด็จการจากฝั่งซ้ายก็รบกวนจิตใจผู้นำรัฐบาลไทยไม่เลิกรา