อย่าใช้ ‘กองหนุน’ เปลือง

บายไลน์...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

 

            วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของปี 2561 ว่ากันว่าปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่จะวัดอะไรหลายๆ อย่าง และอาจเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญ เพราะ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในฐานะองค์รัฏฐาธิปัตย์ ได้ประกาศไว้เมื่อกลางปีที่แล้วว่าจะจัดการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

            แต่เอาเข้าจริงถึงนาทีนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีใครกล้าตอบแบบเต็มปากเต็มคำว่า “มีเลือกตั้งแน่นอน” เพราะสถานการณ์คล้ายจะพลิกผันได้ตลอดเวลา ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ดูเหมือนจะมีอยู่เต็มไปหมด รวมไปถึงสถานการณ์ของคณะผู้ยึดกุมอำนาจที่ถึงวันนี้ถ้าไม่โกหกตัวเองเกินไปนักต้องถือว่าหนักแบบสุดๆ หนักชนิดที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในรอบสามปีกว่านับแต่เข้าสู่ตำแหน่ง

            ว่ากันว่าหากสถานการณ์และความนิยมไม่กระเตื้องขืนจัดเลือกตั้งมีหวังรูดทะราด แพ้ขั้วตรงข้ามแบบราบคาบแน่นอน แต่อยู่ยาวต่อไปก็ไม่ใช่ว่าจะดีขึ้นเพราะไม่มีอะไรการันตีว่าความนิยมและความน่าเชื่อถือจะดีขึ้น มีเพียงความหวังที่ฝากไว้กับทีมเศรษฐกิจที่นำโดย “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ว่าโครงการประชานิยม เอ้ย!! ประชารัฐ จะเริ่มออกดอกออกผล แต่เอาเข้าจริงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชาวบ้านก็ยังไม่ดีขึ้น

            นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคนกันเองที่เริ่มตั้งแง่ และตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าอยู่เพื่ออะไรกันแน่ และการอยู่ของรัฐบาลทำอะไรที่ดีขึ้นทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่คนทั่วไป หรืออย่างน้อยก็เคยรักหรือไม่

            หากอยากรู้สถานการณ์ของรัฐบาลปัจจุบันให้ฟัง “คำอวยพรปีใหม่” ของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ให้ดีๆ เพราะหากคนอื่นพูดอาจจะถูกนายกฯ หรือลิ่วล้อถากถางคืนเอาแบบเจ็บๆ ว่าหวังผลการเมือง ไม่ประสงค์ดี แต่นี่คือคำพูดของ “ป๋าเปรม” ของลูกหลานทหารหาญทั้งหลาย คนที่เคยพูดว่า

            “ขอให้ตู่มั่นใจว่าพวกทหารแก่ๆ อย่างเราจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ตู่สามารถบรรลุภารกิจอันยิ่งใหญ่ของชาติให้ได้” (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 25 ส.ค.2559)

            และหากย้อนกลับไปไกลอีกนิด  “ป๋าเปรม” ก็เคยพูดกับ “พล.อ.ประยุทธ์” เมื่อครั้งเข้าอวยพรปีใหม่เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2557 ว่า "ถ้าพวกเราจำเหตุการณ์วันที่ 22 พฤษภาคมได้ คนในชาติคงมีความภูมิใจมากที่นายกฯ ลุงตู่ ยึดอำนาจการปกครองมาจากรัฐบาล เป็นการกระทำที่ทำให้ชาติบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ต้องหันหน้าเข้าหากันอย่างไม่เป็นเพื่อนกัน วันนั้นเป็นวันที่แสดงให้เห็นว่า ทหาร กองทัพ เมื่อถึงคราวที่จำเป็นเราต้องออกไปดูแลชาติบ้านเมือง พวกเราควรภูมิใจที่ได้ทำสิ่งเหล่านั้น ในวันที่ 22 พฤษภาคม เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ ตอบแทนบุญคุณชาติบ้านเมือง แสดงความจงรักภักดีที่ยิ่งใหญ่มาก ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่คงเห็นด้วย และภูมิใจในการกระทำของนายกฯ”

            วันนั้นชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว  แต่มาถึงวันนี้คำพูดของ “ป๋าเปรม” กลับเตือน “ลุงตู่” อย่างตรงๆ ว่า “ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว"

            ทำให้หลายคนต้องมาตีความคำว่า “ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว” หมายถึงอะไรกันแน่

            นัยแรกหมายถึงที่ผ่านมา “นายกฯ ตู่” ได้ใช้ “กองหนุน” ไปเกือบทุกกลุ่มแล้ว โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเขาได้ใช้ผู้สนับสนุนมาร่วมทำงานเกือบหมด และใช้ทุกอย่างทุกทาง แต่ก็ปรากฏว่าผลงานยังคงดิ่งลงๆ

            ขณะที่นัยที่สองยิ่งน่าสนกว่าคือ “กองหนุน” ที่ “บิ๊กตู่” เคยใช้นั้น ปัจจุบันแทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว ทั้งจากการทำงานและการปฏิบัติตัวที่ผ่านมา

            ต้องยอมรับว่าตลอดการทำงานนั้นคนที่เคยเป็น “กองหนุน” หรือ “คนเคยเชียร์” ตอนนี้กลับมองรัฐบาลด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการ สายเอ็นจีโอ หรือสายการเมือง ปัจจุบันตั้ง

            คำถามกับรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ

            เหตุการณ์ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรา 44 อย่างพร่ำเพรื่อ การใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าเทพา รวมถึงโครงการต่างๆ ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือล่าสุดคำสั่งเรื่องขยายเวลาให้พรรคการเมืองที่ส่งผลต่อการเซตซีโรสมาชิกพรรค ทำให้ “กองหนุน” อาจไม่หนุนอีกต่อไป

            ขณะที่คนในรัฐบาลก็เกี่ยวพันกับข้อครหาเรื่องคอร์รัปชั่นอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ปล่อยให้ข้อสงสัยคาอยู่ในใจคน ทุกสิ่งที่พวกเขาเคยตั้งข้อกล่าวหากับนักการเมืองย้อนกลับเข้ามาสู่ตัวเองอย่างเจ็บปวด

            เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ “บิ๊กตู่” ใช้กองหนุนไปจนเกือบหมดแล้วใช่หรือไม่

            ตลอดการทำงานที่ผ่านมาที่ทำให้รัฐบาลอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง มิใช่เพียงเพราะ “อำนาจของกองทัพ” แต่เพียงอย่างเดียว หากแต่มีกองหนุนจากหลายๆ ส่วนที่ร่วมมือกันกลายเป็นกำลังเสริมชั้นดี   

            ถ้า “บิ๊กตู่” ยังคงใช้กองหนุนอย่างสิ้นเปลืองอย่างนี้  ปีหน้าหนักแน่นอน และอย่าคิดว่า “กองหนุน” ที่กำลังหาใหม่จะช่วยอะไรได้ เพราะคนเหล่านี้ก็เคยร่วมกันหนุนคนอื่นจนตายคามือมาแล้วเหมือนกัน ขืนยังทำไม่ดีแม้แต่กองเดียวก็อาจไม่เหลือติดมือ

            และหากเป็นเช่นนั้น “ยิ่งเลื่อนเลือกตั้ง” ยิ่งเป็นการเร่งตัวเองเข้าสู่ทางตัน

 


เปิดอ่าน