แกะรอย “สหายอีสานใต้” คนสนิท “โกตี๋” พัวพันอาวุธแปดริ้ว

ปริศนาตัวละครแดงฮาร์ดคอร์ ยังมีอีกมากที่กลายเป็น “นักรบปีศาจ” คอยหลอกหลอนขบวนการประชาธิปไตยและพรรคการเมืองฝ่ายอำนาจเก่า

 

              ในที่สุด “อาวุธสงคราม” ที่พบกลางทุ่งนาดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ก็กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง เมื่อฝ่ายความมั่นคงพบว่าเป็นอาวุธล็อตเดียวที่ใช้ก่อเหตุวุ่นวายทางการเมืองในปี 2557

              ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบและแห่งชาติ(คสช.) เปิดเกมรุกเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 คน ในความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งเป็นตัวละคร “คนหน้าเดิม” ที่เคยถูกออกหมายจับมาแล้วเมื่อปี 2557

              จิ๊กซอว์ที่สำคัญของ คสช.คือ วัฒนาหรือศิวะ ทรัพย์วิเชียร เข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2560 และขณะนี้ยังอยู่ในการดูแลของฝ่ายทหาร

              “วัฒนา” เคยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2557 ตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และถูกส่งตัวขึ้นศาลทหาร

              “วัฒนา” ให้การสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนรับอาวุธสงครามจาก สมเจตน์ คงวัฒนะ หรือ “สน” ผู้ต้องหาเครือข่ายอาวุธสงครามวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้แจกจ่ายอาวุธ เช่น เอ็ม 79 ระเบิดอาร์จีดี 5 ให้บุคคลต่างๆ ไปเพื่อสร้างความวุ่นวายแก่ประชาชนในช่วงที่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ก่อนส่งต่อให้นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก กาละแม เพื่อไปใช้ก่อเหตุในจุดต่างๆ และส่วนหนึ่งนำไปฝังดินไว้แถว อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

               กล่าวสำหรับ “สมเจตน์ คงวัฒนะ” หรือ “สหายสน” นี่คือตัวละครคนสำคัญ ไม่แพ้จักรภพ เพ็ญแข และ “อดีตนายทหารใหญ่”

              แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่า “สหายสน” เคยเข้าออกวอร์รูมของ “ทีมงานฝ่ายความมั่นคง” ของฝ่ายอำนาจเก่า ช่วงระหว่างปี 2554-2556 และเป็นผู้ประสานงานระหว่าง “จักรภพ” ที่อยู่ในกัมพูชา กับกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ในไทย

              “สหายสน” (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า “สหายเผด็จ”) ถูกฝ่ายทหารจับกุมได้ที่บ้านพักเมื่อกลางเดือน มิ.ย.2557 และเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของเครื่องยิง M79 จำนวน 1 กระบอก ลูกกระสุน M79 จำนวน 75 ลูก ตะปูเรือใบครึ่งถุง กล่องกระสุน M79 สีเขียว 1 กล่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยึดได้ที่บ้านเลขที่ 129/67 หมู่บ้านร่มรื่นย์การ์เด้นวิลล์ โครงการ 4 หมู่ 1 ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

               หลังจากนั้นไม่นาน“สหายสน” ได้หลบหนีออกจากค่ายทหารแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวโดยฝ่ายทหาร และเดินทางไปหลบภัยอยู่ในกัมพูชา โดยการช่วยเหลือของจักรภพ

              ปี 2559 “สหายสน” ย้ายจากกัมพูชาไปอยู่ สปป.ลาว และเข้าร่วมองค์การ “สหพันธรัฐไท” ที่มี “โกตี๋”วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ และ “ลุงสนามหลวง” ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ เป็นแกนนำ

              ปี 2560 สหายสนเปลี่ยนชื่อเป็น “สหายเผด็จ” ทำหน้าที่เป็นฝ่ายการทหารของสหพันธรัฐไท โดยตัวเขากับโกตี๋ จะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา

              ช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย.2560 โกตี๋ร่วมกับมิตรสหายอีก 7 คนเปิดการขอรับบริจาคเงินทองจากแม่ยกพ่อยก ทั้งในไทยและยุโรป ปรากฏว่า มีเงินทองหลั่งไหลผ่านบัญชีโกตี๋ มากกว่า 20 ล้านบาท

              ตอนนี้เองที่โกตี๋ประกาศจัดตั้ง “กองกำลังอาวุธ” พร้อมตั้งสหายเผด็จเป็นผู้บัญชาการทหาร ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ทหาร-ตำรวจ บุกตรวจยึดอาวุธและกระสุนในโกดังย่านลำลูกกา

              ครั้งหนึ่ง โกตี๋เคยนำสหายสนหรือสหายเผด็จต่อสายพูดคุยกับ “จอม เพชรประดับ” บอกเล่าเรื่องราวการเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

              คืนวันที่ 29 ก.ค.2560 ชายชุดดำบุกเข้าจับตัวโกตี๋ ที่บ้านพักในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมกับนำตัวเขาไปสังหารทิ้งที่ดอนทรายกลางแม่น้ำโขง

              ในเหตุการณ์คืนวันที่โกตี๋ถูกอุ้ม มีผู้รอดตาย 2 คนคือ “สหายเผด็จ” (สหายสน) กับภรรยาของโกตี๋ โดยหลังเกิดเหตุสหายเผด็จได้แจ้งข่าวไปยังจักรภพ และเพื่อนมิตรในสหรัฐฯ จึงทำให้ข่าวโกตี๋หายตัวไป มีการแพร่กระจายข่าวไปอย่างรวดเร็ว

              ทุกวันนี้ สหายเผด็จยังใช้ชีวิตอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ และรับหน้าที่ฝ่ายประสานให้กลุ่มลุงสนามหลวง ซึ่งยังจัดรายการวิทยุใต้ดินอยู่

               ช่วงโกตี๋เสียชีวิตไปไม่นาน สหายเผด็จเคยเข้าสายโฟนอินมายังรายการวิทยุใต้ดินของลุงสนามหลวง โดยสหายเผด็จ(สหายสน)เล่าถึงประวัติการต่อสู้อันยาวนานของเขา ตั้งแต่ปี 2516 จนถึงหลังรัฐประหารปี 2549

              ระหว่างปี 2517-2519 สหายสนเป็นนักศึกษาเทคนิคโคราชที่เข้าร่วมขบวนการซ้ายไทย และทำกิจกรรมทางการเมืองภาคประชาชน เหมือนนักศึกษาหัวก้าวหน้ายุคนั้น

              หลัง 6 ตุลา 2519 สหายสนต้องหลบภัยเผด็จการทมิฬไปอยู่ในเขตป่าเขาอีสานใต้ จวบจนกระทั่งปี 2524 เกิดปรากฏการณ์ปัญญาชนปฏิวัติคืนสู่นาคร สหายสนออกมาก่อร่างสร้างตัว และไปมาหาสู่ในหมู่เพื่อนคนเดือนตุลาสายอีสานใต้

              ต้นปี 2549 สหายสนและปัญญาชนอีสานใต้ในนาม ‘กลุ่มเสรีชนคนตุลา’ ได้เข้าไปให้กำลังใจ ‘คนเดือนตุลา’ ที่นั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลทักษิณ

              ถัดจากนั้นมาไม่นาน พวกเขา(กลุ่มสหายอีสานใต้) ได้ไปสนับสนุนการชุมนุมปกป้องรัฐบาลทักษิณ ที่มีขบวนชาวนาอีสาน ‘คาราวานคนจน’ ยกพลมาปักหลักพักค้างอยู่ที่สวนจตุจักร

              หลังรัฐประหาร 2549 สหายสนและเพื่อนพ้องน้องพี่ ได้ไปรวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง จัดการชุมนุมปราศรัยต้านเผด็จการทหารอย่างเอาจริงเอาจัง และได้มีการก่อตั้ง “กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ” ขึ้นเป็นผู้จัดการชุมนุม

              ปี 2551 สหายสนพร้อมเพื่อนๆก็เดินหน้าสู่เป้าหมายการปฏิวัติประชาธิปไตย โดยมีการจัดพิมพ์เอกสารชื่อ “วิทยานิพนธ์คนเสื้อแดง” ออกมาเผยแพร่ ทั้งในเขตเมืองและเขตชนบทสีแดงเก่า

              สหายสนหรือสหายเผด็จเคยเข้าร่วมประชุมกับอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองของประชาชนตามอุดมการณ์ดั้งเดิม 

              ช่วงการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2552-53 “สหายสน” ในนามกองกำลังใต้ดินร่วมกับกลุ่มอดีตนายทหารใหญ่ ได้ขับเคลื่อนคู่ขนานกับการชุมนุมของ นปช.

              ปี 2556-57 สหายสนร่วมกับทีมงานฮาร์ดคอร์ออกปฏิบัติการก่อกวนการชุมนุมของ กปปส. และมีการเตรียมการจัดตั้งกองกำลังต้านการรัฐประหาร แต่ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา ถูกหน่วยข่าวของกองทัพติดตามอยู่ตลอดเวลา

              หลังรัฐประหาร 2557 ทีมงานแดงฮาร์ดคอร์ส่วนใหญ่หนีเข้ากัมพูชา ส่วนสหายสนถูกทหารรวบตัวได้ที่บ้านพัก ก่อนขยายผลไปสู่การตรวจค้นอาวุธและลูกกระสุน M79 ที่วังน้อย

              อย่างไรก็ดี กลุ่มไฟเย็นนำโดย ขุนทอง ไฟเย็น และแยม ไฟเย็น ที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มลุงสนามหลวง เคยออกอากาศผ่านช่องไฟเย็น ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดสหายเผด็จหรือสหายสน ไม่ถูกสังหารพร้อมโกตี๋ ทั้งเขาก็ถูกขึ้นบัญชีดำจากฝ่ายความมั่นคงไทย

              แถมย้อนไปถึงตอนที่สหายเผด็จหนีออกจากค่ายทหาร ทำไมมันจึงหนีออกมาได้ง่ายดายขนาดนั้น? กอ.รมน.ส่งเข้ามาบ่อนทำลายขบวนการต้านอำมาตย์หรือไม่?

              ปริศนาตัวละครแดงฮาร์ดคอร์ ยังมีอีกมากที่กลายเป็น “นักรบปีศาจ” คอยหลอกหลอนขบวนการประชาธิปไตยและพรรคการเมืองฝ่ายอำนาจเก่า


เปิดอ่าน