‘ประยุทธ์ 5’ เขย่าเพื่อเลือกตั้ง ทหารถอย-เสริมมืออาชีพ

#คมชัดลึก #เจาะประเด็นร้อน #ประยุทธ์5


               โปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว ปรากฏว่า “ครม.ประยุทธ์ 5” มีทั้งคนหน้าเก่าหน้าใหม่คละเคล้ากันไป และที่น่าสนใจ ทีมเศรษฐกิจของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ยังเหนียวแน่นอยู่ และจะสยายปีกเพื่อการเลือกตั้งในอนาคต

               แถมมี “รัฐมนตรีป้ายแดง” ที่มาจากข้าราชการและเทคโนแครตหลายคน แต่ก็ไม่สร้างความฮือฮามากนัก 

               คนหน้าเก่าที่พ้นจาก ครม.ไปเลยมีถึง 9 คน ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี , พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี , พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม , กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา , อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ , อรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี , ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ , พิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม และ ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

               หลายคนคาดไม่ถึงว่า “บิ๊กเจี๊ยบ” ​พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร จะหลุดจากตำแหน่งรองนายกฯ พร้อมกับ “กอบกาญจน์” เพราะทั้งคู่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด

               ส่วนชื่อ “พล.ร.อ.ณรงค์” หลุดไปก็ไม่แปลกใจ แต่น้องรักของ “พี่ป้อม” อย่าง พล.อ.อุดมเดช ต้องพ้นจากตำแหน่ง รมช.กลาโหม ถือว่าผิดคาด เพราะก่อนหน้านั้น มีชื่อติดโผ รมว.แรงงาน

               อย่างไรก็ตาม “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล น้องรักของ “พี่ป้อม” อีกคนหนึ่ง ก็มานั่งเก้าอี้ รมช.กลาโหม จึงดูเหมือนสมบัติผลัดกันชม

               สรุปว่า สายทหารนั้นออก 3 คน เข้าใหม่ 1 คน แต่ก็เป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร เหมือนเดิม

               สำหรับเพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่าง “บิ๊กนมชง” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ พ้นจากเกษตรฯ ตามโผ ขยับเป็นรองนายกรัฐมนตรี มาดูแลเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำ

               อดีตนายทหารอีกคนหนึ่งที่ทำงานเข้าตานายกฯ ประยุทธ์ “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

               รัฐมนตรีเก่าอีก 3 คน ก็เล่นสลับเก้าอี้ดนตรี ประกอบด้วย สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ จาก รมว.ยุติธรรม เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ , พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ จาก รมว.พลังงาน เป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว จาก รมว.พัฒนาสังคมฯ เป็น รมว.แรงงาน

               ในรายชื่อ ครม.ประยุทธ์ 5 เที่ยวนี้ มีอดีตข้าราชการและเทคโนแครตถูกดึงตัวมาเป็นรัฐมนตรีหลายคน

               กฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นนักปกครองขาลุย และเป็นปลัดมหาดไทย ยุค คสช. ทำงานเข้าขากันดีเหลือเกินกับ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จึงเป็นตัวเลือกที่จะมาดูแลกระทรวงเกษตรฯ และน่าจะทำงานร่วมกับข้าราชการเกษตรได้ดีกว่ารัฐมนตรีทหารคนเดิม

               ลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ อดีตผู้จัดการธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และเป็นผู้บริหารธนาคารรัฐรายแรกที่ได้รับรางวัลนักการเงินแห่งปีและรางวัลนายธนาคารแห่งปี หลายคนคงจำได้ “ลักษณ์” นำพา ธ.ก.ส. ฝ่ามรสุมโครงการจำนำข้าว รอดจากภาวะล้มละลายได้อย่างไม่บอบช้ำนัก เขาจึงเหมาะที่จะมาดูแลเกษตรกร

               วิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ “อาจารย์ยักษ์” ผู้ขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่าน “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง” จังหวัดชลบุรี น่าจะเป็นรัฐมนตรีที่มีสีสันคนหนึ่ง

               ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และอื่นๆ อีกมาก ทุกวันนี้ ไพรินทร์เป็นกรรมการในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

               ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ในอดีต “ศิริ” เป็นผู้เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ จำกัด และเป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิเพื่อสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

               อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และประธานคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ซึ่งแน่นอนว่า ภารกิจในตำแหน่งใหม่นี้คือ ปั้นกระทรวงการอุดมศึกษา

               สมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นลูกหม้อกระทรวงอุตสาหกรรม

               ก่อนหน้าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดชัดว่า ไม่เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ เพราะมั่นใจในฝีมือของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” และทีมงาน

               แม่ทัพเศรษฐกิจอย่าง “สมคิด” ปั้นตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/60 จนโต 4.3% สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส และประกาศเดินหน้าโครงการประชารัฐ อัดฉีดเงินแสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

               “สมคิด” จึงโยก สุวิทย์ เมษินทรีย์ จากสำนักนายกฯ ไปเป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็ดัน กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี คุมกองทุนหมู่บ้าน และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

               ขณะเดียวกัน ก็อัพเกรด สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จาก รมช. เป็น รมว.พาณิชย์ ลุยร้านค้าประชารัฐ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน พร้อมกับโยก ชุติมา บุณยประภัศร จากกระทรวงเกษตรฯ กลับบ้านเก่าเป็น รมช.พาณิชย์

               ที่น่าโฟกัสคือ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ในโควต้าพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ครั้งนี้ “สมคิด” ดึงตัวมาช่วยงานด้านท่องเที่ยวฯ ไม่เกี่ยวกับพรรคชาติไทยพัฒนาฯ

               สิ่งที่ “ดรีมทีมสมคิด” จะต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ การลดคำครหาที่ว่า รัฐบาลประยุทธ์ “อุ้มทุนใหญ่” ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาความยากจน

               ฉะนั้น ยุทธศาสตร์ประชารัฐ นับจากนี้ไป จะต้องพุ่งเป้าไปที่การอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้น “เศรษฐกิจฐานราก” หรือพูดง่ายๆ ทำให้ชาวบ้านมีเงินจับจ่ายใช้สอย และความนิยมในตัวรัฐบาลก็จะตามมา

               ด้านหนึ่ง “สมคิด” จะสยายปีกไปสู่ “เครือข่ายการเมือง” ที่มีการรวมตัวกันแบบหลวมๆ ผ่านความสัมพันธ์ดั้งเดิมสมัยร่วมรัฐนาวาไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็น สมศักดิ์ เทพสุทิน , สุวัจน์ ลิปตพัลลภ , พินิจ จารุสมบัติ และนักการเมืองอีกหลายกลุ่ม

               เหมือนที่ นายกฯ ประยุทธ์ กระซิบบอกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่ถูกปรับออกหนนี้ว่า ครม.ชุดใหม่ จะมีอายุทำงาน 1 ปี เพื่อเตรียมการไปสู่การเลือกตั้ง

               แน่นอน ย่อมหมายถึงเป้าหมายการกลับมาอีกครั้งของ นายกฯ ประยุทธ์ นั่นเอง

 

 

 

 


เปิดอ่าน