ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

“เราจะเดินตามคำสอนของพ่อ”

 

               “ทันทีที่ได้เห็นพระบรมโกศ แล้วก็รู้สึกจุกอก พูดไม่ถูก แล้วน้ำตาก็ไหล” คือความรู้สึกของ “ดลนภา กลัดบุพภา” หนึ่งในประชาชนกลุ่มแรกที่ได้เข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

               "เมื่อได้มาอยู่เบื้องหน้าพระบรมโกศ ก็ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ ว่าครั้งหนึ่งจะได้มาอยู่จุดนี้ แต่ขณะเดียวกันก็เฝ้าถามตัวเองว่านี่คือความจริงใช่หรือไม่ ตอนนี้ก็ได้แต่นึกถึงความดีของพระองค์ท่าน" เป็นคำบอกเล่าของ “จำเนียง มาลากุล” ประชาชนกลุ่มเดียวกับดลนภาที่ได้เข้าถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559

               ทั้งสองเป็นเพียงตัวแทนคนไทยทั่วหล้าอีกหลายสิบล้านคน ที่กำลังตกอยู่ในอาการเศร้าโศกาลัย ตั้งแต่นาทีแรกที่ได้รับทราบประกาศสำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2557 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น 

               แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี 

               สำนักพระราชวัง 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559"

               สิ้นประกาศสำนักพระราชวังวันนั้น ท้องฟ้าประเทศไทยเสมือนตกอยู่ในม่านหมอกแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เป็นที่สุด เสียงร่ำไห้อาลัย ระงมไปทั่วทั้งแผ่นดิน สิ้นแล้วพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

ขบวนเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง

 

               14 ตุลาคม 2559 เวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งทรงพระยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

               เวลา 08.00-14.00 น. สำนักพระราชวังให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง และได้จัดสมุดลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม จนถึง 28 ตุลาคม

               พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตและขอให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัย

               รัฐบาลประกาศให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสา มีกำหนด 30 วัน และให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไว้ทุกข์ 1 ปี หน่วยงานภาคเอกชนพร้อมใจกันจัดสถานที่แสดงความอาลัย ประชาชนทั้งประเทศไว้ทุกข์พร้อมกัน

               รัฐบาลได้ออกประกาศให้วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นวันหยุดราชการ พร้อมขอความร่วมมืองดจัดงานมหรสพและกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ เป็นเวลา 1 เดือน

               ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก คนไทยได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นตลอดทั้งปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

พสกนิกรร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่สนามหลวง

 

               วันที่ 22 ตุลาคม บรรยากาศบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาร่วมร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมบันทึกวิดีโอเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

               แม้จะอยู่ในวัย 70 ปี แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทางจากย่านสายไหมมาที่พระบรมมหาราชวังเพื่อร่วมกิจกรรมนี้

               “วาสนา อินทร์พินิจ” กล่าวว่า ตั้งใจมาแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ด้วยการขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายแด่พระองค์ท่าน

               วิดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ตัดต่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นที่ประทับใจของทุกคนเมื่อได้รับชม เพราะทุกช็อตดำเนินไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แข็งแกร่ง สะท้อนหัวจิตหัวใจของพสกนิกรไทยที่มุ่งมั่นมารวมตัวกันที่ท้องสนามหลวงและบริเวณใกล้เคียงนับแสนคนเพื่อร่วมกันขับขานบทเพลงอมตะนี้เพื่อพระองค์

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) มีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และมุ่งหน้าไปยังบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อร่วมงานถวายสักการะและแสดงความอาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ท้องสนามหลวง

               อารยะ ปิณฑะดิษ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการโดยสาร กล่าวว่า สถานีรถไฟกรุงเทพได้เพิ่มเที่ยวรถช่วงวันหยุด เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่ทยอยเข้ามาในกรุงเทพมหานคร

               อีกด้านหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่สถานีรถไฟกรุงเทพ ทั้งจากต่างจังหวัดและผู้ที่เดินทางโดยใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ต่างพากันยืนรอขึ้นรถชัตเติลบัสที่ขสมก.จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งมีทั้งสิ้น 21 คัน หมุนเวียนรับส่งผู้โดยสารระหว่าง หัวลำโพง-สนามหลวง ขณะที่ประชาชนบางรายเดินเท้าเพื่อไปยังสนามหลวง

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               ขณะที่ “สีหนุ่ม บุญประเสริฐ” เดินทางจากนครราชสีมาเข้ากรุงเทพฯ ทันทีหลังทราบข่าวการสวรรคตของพระองค์ เขาอาจจะเป็น “จิตอาสา” ชุดแรกที่เข้ามายังบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อทำดีเพื่อพ่อ ด้วยการให้บริการตัดผมฟรีแก่ผู้ยากไร้ที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ

               และในช่วงตลอด 1 สัปดาห์หลังเสด็จสวรรคต บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ได้ทยอยเข้าถวายบังคมพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการถวายพระเกียรติจากนานามิตรประเทศ เช่นที่พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรีเป็นอย่างดีเสมอมา

               เวลา 09.48 น. วันที่ 16 ตุลาคม สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีเจตซุน วังชุก มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงลงพระนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง

               วันที่ 21 ตุลาคม 2559 โฆษกองค์การสหประชาชาติ ได้เผยแพร่ข้อความและภาพ บัน คี-มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เดินทางมาที่สำนักงานคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ต้อนรับ

               เวลา 10.18 น. ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หลังจากนั้นลงนามแสดงความอาลัย

               13.20 น. โมฮัมเหม็ด ซาอิด รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจสาธารณรัฐมัลดีฟส์ วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวังฯ

               เวลา 10.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม นาจิบ บิน ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และ ดาติน ปาดูกา ซรี รอสมาห์ แมนซอร์ ภริยา วางพวงมาลาถวายสักการะ จากนั้น ลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

               "การสูญเสียพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ใช่แค่รู้สึกได้เฉพาะประชาชนคนไทยเท่านั้น แต่พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ยังมีพระราชประสงค์สานความสัมพันธ์ใกล้ชิดขึ้นระหว่างมาเลเซียกับไทย นอกเหนือจากที่มีพระราชประสงค์ให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแต่สันติและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น" นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ “นิวสเตรทไทมส์” ในเวลาต่อมา

               ราซัค บอกว่า เขาได้เห็นการแสดงออกถึงความรักอันล้นพ้น ซึ่งประชาชนคนไทยหลายหมื่นต่อแถวท่ามกลางอากาศร้อน และบางคนคุกเข่าบนถนนหลายชั่วโมง เพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               วันที่ 22 ตุลาคม 2559 สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้น ลงนามแสดงความอาลัย

               เวลา 14.14 น. หลี่ หยวนเฉา รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และลงนามแสดงความอาลัย

               เวลา 13.14 น. วันที่ 25 ตุลาคม บาลา การ์บา จาฮุมปา รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม การงาน และการสื่อสาร ผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามแกมเบีย วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

               ต่อมา โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และ อิเรียนา วิโดโด ภริยา วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

               ยังมีดารานักแสดงฮอลลีวู้ดอย่าง “สตีเวน ซีกัล” ซึ่งผูกพันกับประเทศไทย ก็ได้มาลงนามแสดงความอาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม

               บรรยากาศบริเวณรายรอบพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวงตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา คือศูนย์รวมใจของพี่น้องไทยทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ จากทั่วสารทิศ ที่ทยอยหลั่งไหลกันมาเข้าคิวกราบถวายบังคมพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืดยันค่ำมืดดึกดื่น อย่างไม่ย่อท้อต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หรือบางคราวก็มีฝนตกลงมาจนเปียกปอน

               นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้น ที่สมเด็จพระเจ้อยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระเมตตาต่อราษฎรของพระองค์ พระราชทานอาหาร ยารักษาโรค และหน่วยแพทย์มาคอยอำนวยการอยู่ไม่ได้ขาด

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               กิจกรรมแปรอักษรเป็นสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) ดำเนินขึ้นอย่างสืบเนื่องกันในทุกๆจังหวัด ครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกส่งผ่านทุกๆ สื่อ เพื่อแสดงความอาลัย เช่นเดียวกับที่ ประชาชนทยอยไปลงนามและถวายสักการะตามจุดต่างๆ ที่จัดไว้ทั่วประเทศ

               ที่ท้องสนามหลวง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในชื่อ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ถูกจัดขึ้น เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการด้วยพระองค์เอง

               ภายในนิทรรศการได้จัดไว้ทั้งหมด 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 บุญของแผ่นดินไทย โซนที่ 2 พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) โซนที่ 3 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ โซนที่ 4 พระมิ่งขวัญชาวไทย และโซนที่ 5 ร้อยใจไทย

               ขณะเข็มนาฬิกาเดินเคลื่อนไปข้างหน้า ทุกย่างก้าวของพสกนิกรชาวไทย ก็ยังคงสืบคืบสู่รอบรั้วพระบรมมหาราชวัง ทั้งผู้ประกอบกิจกรรมจิตอาสา ทั้งผู้มาต่อแถวรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไม่ขาดสายแม้แต่วันเดียว ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม ขณะที่การสร้างพระเมรุมาศบริเวณท้องสนามหลวงก็ดำเนินคืบหน้า นั่นหมายถึงว่า ใกล้ถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เข้ามาทุกที

               ประกาศสำนักพระราชวัง สิ้นสุดวันเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพที่กำหนดวันที่ 30 กันยายน 2560 จึงต้องเลื่อนออกไป

               โดยมีประกาศว่า ด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยว่าประชาชนจะมีโอกาสกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ไม่ทั่วถึง และเพื่อพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ประชาชน ในการนี้จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนกำหนดวันสุดท้ายของการถวายบังคมพระบรมศพ จากเดิมวันที่ 30 กันยายน 2560 ออกไปเป็นเวลา 24.00 น.ของวันที่ 5 ตุลาคม 2560

               3 ตุลาคม อีก 2 วันจะสิ้นสุดการเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชนจำนวนมากจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าแถวรอกราบตลอดทั้งวันทั้งคืน

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               “นวลอนงค์ ผกาแก้ว” เดินทางมาจากชลบุรีพร้อมครอบครัวและญาติๆ กว่า 10 คนเผยว่า มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ โดยพาลูกชายวัย 12 ปี มาด้วยทุกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวไทย แต่ก็บอกลูกเสมอในสิ่งที่พระองค์ทำ อยากให้ลูกได้รับรู้ว่าเราโชคดีและน่าภูมิใจขนาดไหนที่ได้เกิดมาใต้ร่มโพธิ์ของพระองค์ท่าน

               "ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระราชาที่ทำเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ ทรงทำให้เราดูเป็นแบบอย่างให้เห็นอยากให้คนไทยน้อมนำไปใช้ในชีวิต"

               “อลิสา ศิริวิบูลย์” ในวัยเกษียณกับการเดินทางจากบ้านย่านดินแดง มากราบถวายบังคมพระบรมศพครั้งที่ 8 คือความมุ่งมั่นที่เธอบอกว่าอยากอยู่ใกล้ชิดพระองคท่านในห้วงสุดท้าย

               "พระราชดำริที่ป้ายึดเป็นหลักใช้ในชีวิตคือ ความพอเพียง แม้ป้าอายุมากแล้วแต่ก็นำมาใช้อย่างเห็นผล ทุกวันนี้ป้าใช้เตือนใจในการใช้เงินจับจ่ายใช้สอยจนมีเงินเหลือเก็บ มาถึงวันนี้ป้ารู้สึกใจหายมากเพราะใกล้ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้ท่านสวรรคตไปแล้ว ป้าก็ระลึกถึงท่านทุกครั้งยามตื่นเสมอ และท้ายสุดอยากให้คนไทยทุกคนรักและสามัคคีกันให้มาก ทำตามฟังคำพ่อสอน เพราะทุกคำสอนของท่านใช้ได้และเห็นผลจริง"

               ผ่านมาแล้ว 365 วัน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จากพสกนิกรของพระองค์สู่สรวงสวรรค์ทิพยพิมาน หากแต่พสกนิกรของพระองค์ที่พากันเดินทางไปถวายสักการะจนเป็นกิจวัตร นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย คือประจักษ์พยานว่า ประชาชนคนไทยทุกคนรักและเทิดทูนพระองค์ยิ่งชีวิต

               และสิ่งสำคัญที่ทุกคน ทุกฝ่ายได้ผ่านห้วงระยะเวลาแห่งความเศร้าหมองมาแล้วก็คือ ก้าวต่อไปที่ในวันนี้ คนไทยพูดพ้องคำเดียวกันว่า “เราจะเดินตามคำสอนของพ่อ”

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               วันที่ 6 ตุลาคม 2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึงเวลา 02.18 น. ของวันที่ 6 ตุลาคมว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 110,889 คน รวม 337 วัน มี 12,739,531 คน และมีประชาชนทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นเงิน 7,016,818 บาท รวม 337 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 889,545,100.01 บาท

 

 

 


เปิดอ่าน