เปิดรวมคดีดัง'ศาลอาญาคดีทุจริตฯ'

คดีดัง, ศาลอาญาคดีทุจริต, ศาลอาญาคดีทุจริตฯ

‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งกับผลงานการพิพากษาคดี ใครก็ตามที่ตกเป็นจำเลยขึ้นศาลนี้ ย่อมรู้สึกหนาวๆร้อนๆเพราะเห็นตัวอย่างจากหลายคดีที่ลงโทษหนัก

          ‘ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ’ เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง กับผลงานการพิพากษาคดี ใครก็ตามที่ต้องตกเป็นจำเลยขึ้นศาลนี้ ย่อมรู้สึกหนาวๆร้อนๆ ไปตามกัน เพราะเห็นตัวอย่างคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษาลงโทษก่อนหน้าที่หลายคดีมีโทษหนักมาก 

            สำหรับคดีดังล่าสุดที่ศาลอาญาคดีทุจริตเพิ่งพิพากษาไปก็คือ‘คดีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์’    โดยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.60 ให้จำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.ว่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย นายยงยุทธ ใช้อำนาจหน้าที่ขณะนั้น เพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดินซึ่งเพิกถอนการจดทะเบียนที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ โดยมีเจตนาช่วยเหลือ บริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด, บริษัท กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด และผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเวลาต่อมา ให้ได้รับประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

            หลังจากนี้ “อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับจากวันที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษา โดยระหว่างนี้ศาลให้ประกันตัววงเงิน 500,000 บาทแต่ก็ยังให้นายยงยุทธ มารายงานตัวทุก 30 วัน

            ก่อนหน้านี้ในเรื่องที่เกี่ยวกับ“ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์” นั้น ในปี 2553 ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้อง “เสนาะ เทียนทอง” อดีต รมช.มหาดไทย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ รมว .มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่สุดท้ายศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องเนื่องจากคดีหมดอายุความ 20 ปี

         ทั้งนี้ก่อนที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ต.ค.59 อดีตมีการตั้งเป็นแผนกคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอาญา ซึ่งมีการฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ และทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ จำนวนไม่น้อยเลย โดยหลายสำนวนเป็นคดีดังที่สังคมติดตามลุ้นผล

         1.คดีฟ้องข้าราชการคนดังแวดวง สตง.อย่าง “หญิงเป็ด-คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าฯ สตง.” เมื่อปี 2557 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 5 ยื่นฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ ร่วมกับ นายคัมภีร์ สมใจ อดีต ผอ.สำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ที่ดำเนินการจัดรายชื่อ เจ้าหน้าที่ สตง.สัมมนานอกสถานที่ รวมกับการจัดงานกฐิน จ.น่าน จนทำให้มีการเบิกจ่ายเงินจำนวน 294,440 บาท ไม่ชอบ ซึ่งองค์คณะแผนกคดีทุจริตฯ ตัดสินให้จำคุก คนละ 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา กระทั่ง 23 ก.พ.60 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้โทษ ลดเหลือจำคุกคนละ 1 ปีแต่ก็ไม่รอลงอาญาเช่นกัน

         2.คดีดังสะท้านวงการสื่อมวลชน ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 ยื่นฟ้องนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ร่วมกับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 51 ปี อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , บริษัทไร่ส้ม จำกัด และพนักงานบจก.ไร่ส้ม รวม 4 คน กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ในการรับค่าตอบแทนช่วยเหลือไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาที่ อสมท จะเรียกเก็บจากบจก.ไร่ส้ม 138,790,000 บาท ซึ่งศาลอาญาทุจริตฯ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.59 ให้จำคุกจำเลยทั้งหมด โดยนายสรยุทธ ต้องโทษจำคุกสูงถึง 13 ปี 4 เดือน และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาวันที่ 29 ส.ค. 256o พิพากษายืน ทำให้นายสรยุทธ ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำในระหว่างรอฎีกา และล่าสุดนายสรยุทธ ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว 

        3.คดีสินบนข้ามชาติ อย่างการรับสินบนจัดเทศกาล Bangkok Film Festival ที่“จุฑามาศ ศิริวรรณ” อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและลูกสาวอีกคน ถูกอัยการคดีพิเศษ 2 ยื่นฟ้องปี 2558 ว่าการกระทำผิดตาม พ.รบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12หรือฮั้วประมูล ที่รับเงินจากนักธุรกิจอเมริกัน ให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002 - 2007 (หรือปี พ.ศ.2545 – 2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยองค์คณะแผนกคดีอาญาทุจริตฯ มีคำพิพากษาวันที่ 29 มี.ค.60 ให้จำคุกสูงสุดอดีตผู้ว่า ททท.ถึง 50 ปี ส่วนลูกสาวจำคุก 44 ปี ระหว่างนี้ทั้งสองถูกขังอยู่ในเรือนจำไม่ได้ประกันตัว ก็รอลุ้นคำพิพากษาอุทธรณ์ต่อไป

         4.คดีอื้อฉาวในกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นคดีแรกที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษาลงโทษจำคุกสูงสุดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในคราวเดียวจำนวนมากกว่า 10 คน วางโทษจำคุกตั้งแต่ 100 ปี – 245 ปี ฐานกระทำผิดทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 12 โดยป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและอัยการยื่นฟ้อง นางประไพศรี เผ่าพันธุ์ อดีตรอง อธ.กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) และข้าราชการในกรมกับเอกชน รวมกว่า 30 ราย ร่วมกันทุจริตดำเนินโครงการจัดซื้อต้นไม้ ปรับแต่งภูมิทัศน์และอาคารสถานที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานระหว่างปีงบประมาณ 2543-2545 จำนวน 201 สัญญาจ้าง มูลค่า 311,317,086 บาท ซึ่งศาลจำคุกนางประไพศรี อดีตรอง อธ.กพร. จำเลยที่ 1 รวม 49 กระทง 245 ปี ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กพร.กับเอกชนผู้เสนองานรวม 13 ราย ศาลให้จำคุกคนละ 30 - 40 กระทง รวมจำคุกตั้งแต่ 100 - 205 ปี ฐานสนับสนุนการกระทำผิดสมยอมราคา แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้วตามกฎหมายให้จำคุกสูงสุดไว้ 50 ปี โดยจำเลยเหล่านี้ไม่ได้รับการประกันตัว ส่วนคดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

         แต่นั่นเป็นผลงานตัดสินคดีดังในอดีต ซึ่งปัจจุบันยังมีคดีในศาลอาญาคดีทุจริตที่น่าสนใจ รอวินิจฉัยอีกไม่น้อย

         1.คดีอัยการ ยื่นฟ้องนายวสุ ผันเงิน  นายก อบต.บ้านใหม่ , น.ส.มณฑา เจริญสุขสุวรรณ ปลัด อบต.บ้านใหม่ อ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี กับเจ้าหน้าที่อีก 1 คน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบและใช้เอกสารปลอม,รับรองเอกสารเท็จและข้อหาอื่นรวม 3 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162 จากกรณีมีการเซ็นเอกสารรับรองเบิกค่าใช้จ่ายโครงการอบรมในแม่ฮ่องสอนปี 59 ซึ่งศาลนัดตรวจหลักฐาน หลังจากสอบคำให้การจำเลยไปเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

        2.คดีนายวสุ  นายก อบต.บ้านใหม่ จำเลยคดีปลอมเอกสารโครงการอบรม จ.แม่ฮ่องสอน ฟ้องกลับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีที่นายวสุ ถูกกล่าวหาคดีอาญา ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 3 พ.ย.นี้

        3.คดี บริษัท ส.ธรรมธัชช จำกัด ประกอบกิจการซื้อขายรถยนต์และนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศและนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้อายุ 33 ปี กรรมการบริษัท ยื่นฟ้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ , รองอธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสอบสวนรวม 11 คน รวม 2 สำนวน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , แจ้งความเท็จต่อศาล ม.137 กรณีวันที่ 18 พ.ค.60 นำหมายค้นเข้าตรวจค้นรถราคาแพงลัมโบกินี ที่สำนักงานแสดงสินค้า(โชว์รูม) ซอยสุขุวิท 63 (เอกมัย) เขตวัฒนา รวมทั้งยึดอายัดรถยนต์อื่นอีก 10 คันที่ไม่ได้ระบุในหมายค้นไว้

        4.คดีบริษัท เอส ที ที ออโต้เซอร์วิส จำกัดและนายอินทระศักดิ์ หรือบอย ยูนิตี้ กรรมการบริษัท ยื่นฟ้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ , รองอธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสอบสวน รวม 14 คน 2 สำนวน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , แจ้งความเท็จต่อศาล ม.137 และร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปบุกรุกในเวลากลางคืนตาม ม.362 กรณีวันที่ 18 พ.ค.60 นำหมายค้นเข้าตรวจค้นโชว์รูมรถ ที่ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง สั่งห้ามบุคคลเข้า-ออก กับนำรถยนต์มาปิดทางเข้า-ออกและจัดกำลังนั่งเฝ้าที่หน้าโชว์รูม

        5.คดี น.ส.โสมณุดา สัมมานุช อายุ 34 ปี ยื่นฟ้อง พระโพธิญาณมุณี หรือพระเมือง พลวฑฺโฒ เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส จ.กาฬสินธุ์ , กลุ่มฆราวาสชาย-หญิง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ 3 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย รวม 7 คน ร่วมกันกระทำการในหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลต้องรับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 , ทำพยานหลักฐานเท็จ มาตรา 162 (4) และมาตรา 179 , แสดงพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดี มาตรา 180 , ทำลายหรือเอาไปเสียซึ่งทรัพย์ที่ต้องรักษาไว้ตามหน้าที่ มาตรา 158 และปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ มาตรา 157 กรณีที่ น.ส.โสมณุดา กล่าวหาว่าพระเมืองจะทำลายหลักฐานทางคดี ที่ น.ส.โสมณุดา ได้ทำหนังสือพร้อมแนบภาพบันทึกด้วยกล้องปากกาเมื่อปี พ.ศ.2557 ประณามพฤติกรรมของพระเมืองที่ส่อผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรงถึงขั้นปาราชิก เพื่อให้หยุดพฤติกรรม ซึ่งคดีรอศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์

          6.คดี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธาน อนุ กมธ.ด้านกลไกในการปราบปรามการทุจริต สปท. ยื่นฟ้อง เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. , เอกชนกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ และกรรมการผู้มีอำนาจ รวม 18 คน กล่าวหาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทำผิดข้อสัญญาระหว่าง ทอท.กับคิงเพาเวอร์ที่สัญญาให้เก็บรายได้เข้ารัฐ 15 % จากยอดการขายสินค้าหรือบริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่คณะกรรมการอนุมัติให้เก็บเพียง 3 % ก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐมูลค่า 14,290,660,119 บาท ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 25 ก.ย.นี้ว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่

            7.คดีประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 665 รายยื่นฟ้อง อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ , อดีต ผอ.สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์พื้นที่ 2 และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ,ฉ้อโกงประชาชน และความผิดพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่ร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือสหกรณ์คลองจั่นซึ่งมีปัญหาการบริหาจนได้รับความเดือดร้อนและเสียหายถึงวันมีคำฟ้องนี้ปี 2560 เป็นจำนวนเงิน 1,926 ล้านบาท และปัจจุบันยังมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากสหกรณ์คลองจั่น ประมาณ 5,400 คน มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งศาลรับไต่สวนมูลฟ้องโจทก์เฉพาะอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และอดีต ผอ.สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์พื้นที่ 2 คดีรอนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ส่วนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไม่อยู่ในอำนาจศาล


เปิดอ่าน