เข้ม!รปภ."ทำเนียบ" ติดเซ็นเซอร์ป้องกันบุกรุก

ติดเซ็นเซอร์ทำเนียบ, เพิ่มเข้มรปภ., เข้ม, รปภ, ทำเนียบ, ติด, เซ็นเซอร์, ป้องกัน, บุกรุก, เข้มรปภทำเนียบ

ทำเนียบรัฐบาลมี รปภ.แน่นหนา แต่ดูเสมือนว่ายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะเกิดเหตุฝ่าเข้าไปได้ภายในได้หรือบางครั้งประชิดตัวบุคคลสำคัญ

เพิ่มเข้มรปภ.“ทำเนียบ”

ติดเซ็นเซอร์ป้องกันบุกรุก

     ขึ้นชื่อว่า “ทำเนียบรัฐบาล” ถือว่าเป็นสถานที่หัวใจสำคัญของทุกประเทศ เนื่องจากเป็นสถานที่สำหรับผู้นำประเทศและคณะผู้บริหารประเทศจะนั่งทำงานและใช้ประชุมเพื่อดำเนินนโยบายต่างๆ จึงเห็นได้ว่าแต่ละประเทศต่างให้ความสำคัญและถือว่าทำเนียบรัฐบาลต้องมีความปลอดภัยระดับสูงสุดในเรื่องมาตรการคุ้มครองและคุ้มกันผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญ 

     ดังนั้นทุกประเทศพร้อมทุ่มงบประมาณในการติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่านการฝึกฝนและเชี่ยวชาญในการรับมือเหตุวิกฤติฉุกเฉิน รวมไปถึงการวางกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่พร้อมด้วยยุทโธปกรณ์และอาวุธประจำกายโดยรอบพื้นที่ทำเนียบด้วย

     ในส่วนทำเนียบรัฐบาลของไทย ก็มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เป็นที่พึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุที่ผู้ชุมนุมประท้วงหรือประชาชนที่มาร้องเรียนสามารถฝ่าเข้าไปภายในทำเนียบได้ หรือบางครั้งรุกเข้าไปจนใกล้ประชิดตัวบุคคลสำคัญเลยทีเดียว

     อาทิ 14 มิถุนายน 2559 ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินเยี่ยมชมกิจกรรมที่กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ นำมาแสดงที่บริเวณหน้าตึกบัญชาการหนึ่ง ทำเนียบรัฐบาลได้เกิดเหตุระทึกขึ้น โดย น.ส.เจมจุรีย์ ช่วยพรัด อายุ 27 ปี ได้เข้ามาประชิดตัว พร้อมร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่ามีการส่งสัญญาณมายด์คอนโทรล แซทเทิลไลท์ ตามที่มีโครงการเพื่ออ่านความคิดของสมองมนุษย์ จนตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายกฯ ต้องกรูเข้าไปกันตัวผู้หญิงคนดังกล่าวไปยังบริเวณห้องรับรองตึกนารีสโมสร เพื่อให้ควบคุมสติอารมณ์และสอบถามถึงสาเหตุดังกล่าว จนเรื่องนี้กลายเป็นข่าวโด่งดังในช่วงนั้น และมีการตั้งคำถามถึงการรักษาความปลอดภัยในทำเนียบและบุคคลสำคัญขึ้น

     ผ่านมาไม่กี่เดือน วันที่ 27 ธันวาคม 2559 นายเฉลิม สอนนนฐี อายุ 43 ปี ชาวจ.น่าน ได้สร้างความระทึกขึ้นที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลฝั่งถนนพิษณุโลก โดยนำประทัดยักษ์ที่พกติดตัวมาปาเข้ามาที่ประตู 4 เพื่อเปิดทางปีนขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของธนาคาร และถือป้ายข้อความ “มีความหวังและความศรัทธานายกรัฐมนตรี ผมต้องการความเป็นธรรม” จนเดือดร้อนถึงนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องมาพูดคุยเกลี้ยกล่อม และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจ ทหาร ก็ต้องวิ่งวุ่นเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ 

     ก่อนหน้านี้ นายเฉลิม ก็เคยปีนรั้วทำเนียบบุกขึ้นไปยังดาดฟ้ากองรักษาการณ์ตำรวจทำเนียบรัฐบาล พร้อมชูป้ายร้องขอความเป็นธรรมมาแล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 ให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างระบบประปาบาดาลของ อบต.หมอเมือง อ.แม่จริม จ.น่าน

     ขณะเดียวกัน บริเวณทำเนียบรัฐบาลก็ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งเกือบทุกวันจะมีกลุ่มเดือดร้อนด้วยเรื่องต่างๆ เข้ามาร้องเรียนเสมอจึงจำเป็นต้องวางระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ไม่เพียงเท่านั้นกลุ่มผู้เดือดร้อนอีกจำนวนมากก็ใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นเป้าหมายเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในการเรียกร้องด้วย อาทิ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินที่คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ จ.ชุมพร ต่างก็เคยรวมพลมวลชนบุกไปทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน

    เมื่อความสำคัญในการป้องกันรักษาปลอดภัยในระดับสูงสุดเช่นนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลได้ติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์บริเวณประตูทางเข้า-ออก ทุกประตูของทำเนียบจำนวน 36 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรักษาปลอดภัย และป้องกันในกรณีมีผู้บุกรุกปีนกำแพงรั้วเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ประท้วงและมีการปีนรั้วเข้ามาซึ่งทำได้อย่างง่ายหลายครั้ง อีกทั้งในยามวิกาลเครื่องดังกล่าวจะดักจับและส่งสัญญาณไปยังป้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเพื่อแจ้งเตือนว่ามีคนบุกรุกเข้ามา เจ้าหน้าที่จะได้เตรียมการป้องกันและรับมืออย่างทันท่วงที

     การติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์ดังกล่าวเพื่อใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพดูแลความปลอดภัยควบคู่ไปกับตำรวจและทหารที่ประจำการและปฏิบัติหน้าที่ดูแลในทำเนียบ ซึ่งอาจจะสอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่พบว่ากลุ่มมวลชนหลายกลุ่มได้บุกมาร้องเรียนยังสถานที่แห่งนี้มากขึ้นกว่าในยุคเริ่มต้นของรัฐบาลคสช.ด้วย


เปิดอ่าน