'พท.'ชนะแน่'เยาวภา'ต้องแข่งกับตัว

'เสาไฟฟ้า พท.'ชนะแน่ แต่'เยาวภา'ต้องแข่งกับตัวเอง : ขยายปมร้อน โดยศูนย์ข่าวภาคเหนือ สำนักข่าวเนชั่น


               มิใช่เรื่องเกินความคาดหมาย ที่ "เกษม นิมมลรัตน์" จะยอมทิ้งตำแหน่ง ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ทั้งที่ลิ้มลองเก้าอี้ตัวนี้ไม่ถึงปี ท่ามกลางข้อครหา "นอมินีค้างคืน" หรือ "สมบัติผลัดกันชม"
 
               ว่ากันว่าก่อนที่ "เกษม นิมมลรัตน์" เด็กปั้น "วงศ์สวัสดิ์" จะได้รับฉันทามติให้ลงเลือกตั้งซ่อมแทน "ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์" ลูกสาวของ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และให้จำคุกเป็นเวลา 2 เดือน พร้อมทั้งปรับเงิน 4,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี จากกรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินเป็นเท็จ เมื่อเดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา
 
               เกือบจะเป็นศึกสายเลือดของคนในตระกูล "ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์" ในการส่งมวยแทนลงรักษาเก้าอี้ เนื่องเพราะบางคนเห็นต่างกัน เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ น่าจะส่งคนในครอบครัวมากกว่าคนนอก ดูจะเหมาะสมกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สันกำแพง ถือเป็นบ้านเกิด-ฐานบัญชาการใหญ่ของ "นายใหญ่"
 
               "พิชิต ตามูล" แกนนำ นปช.แดงเชียงใหม่ ดูจะเดือดดาลกว่า ถึงกับกล้าประกาศว่า พรรคเพื่อไทยเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นบริษัทจำกัดที่จะเอาใครมาก็ลงได้ จึงออกมาคัดค้าน พร้อมเสนอให้ใช้ระบบไพรมารีโหวต
 
               ขณะที่เจ้าของพื้นที่ตัวจริง ดูจะมองเกมนี้ขาดกว่า หากหลีกทางให้คนในครอบครัว หรือคนเสื้อแดง นั่งคั่นเวลาเพื่อรอพ้นโทษแบนทางการเมือง ก่อนบีบให้ลาออก น่าจะยากกว่าให้เด็กในคาถาคายเก้าอี้ ฉะนั้นแผนบันได 3 ขั้นตามที่กุนซือวางไว้ย่อมสะดุดแน่นอน จึงยอมหักดิบที่จะส่ง "เกษม" อดีตผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.ของ "เยาวภา" (2544-2548) และผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.ของ "ชินณิชา" ลงสมัครและชนะไปอย่างไม่ยากเย็น
 
               และครั้งนี้เมื่อ "เจ๊แดง" ประกาศตัวลงเล่นเอง ย่อมหมายถึงความมั่นใจและนัยอื่นๆ 
 
               ขุมกำลังและฐานเสียงของ "ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์" ในพื้นที่เชียงใหม่ ณ วันนี้ เกจิการเมืองพูดได้เต็มปาก เพื่อไทย ส่ง "เสาไฟฟ้า" ก็ชนะ เพราะมีการวางรากฐานไว้ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองท้องถิ่นก็มีคนของตระกูล "บูรณุปกรณ์" เป็นแบ็กอัพ อย่าง "บุญเลิศ บูรณุปกรณ์" นายกอบจ.เชียงใหม่ "ทัศนัย บูรณุปกรณ์" นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ คอยคุมเกม
 
               เช่นเดียวกับ ทัพคนเสื้อแดงที่เป็นแขนขาอย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดย "เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล" ที่ปรึกษา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีโรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ เป็นฐานที่มั่น และมีสถานีวิทยุ 92.5 เมกะเฮิรตซ์ เป็นกระบอกเสียง ไว้ระดมพลและตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม มีสารพัดดีเจ แดง สองแคว, ช้างน้อย, โอเลี้ยง, แคปหมู สลับหมุนเวียนมา
 
               ขณะที่อีกกลุ่ม "นก" มหวรรณ กะวัง เพื่อนสมัยมัธยมของ "ยิ่งลักษณ์" แกนนำกลุ่มคนรักทักษิณ ที่แยกออกมาจากรักเชียงใหม่ 51 ประธานสหกรณ์สามล้อเครื่องล้านนา ก็เป็นอีกแขนขาให้กลุ่มเพื่อไทย มีคลื่นสายธารแห่งศรัทธามหาชนคนเชียงใหม่ 105.50 เมกะเฮิรตซ์ เป็นช่องทาง
 
               นี่ยังไม่นับรวมข้าราชการระดับชั้นผู้ใหญ่ ทั้งฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลายระดับ ล้วนมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับพรรคเพื่อไทย
 
               คงจำกันได้ การเลือกตั้งปี 2554 หมอไกร ดาบธรรม อดีตส.ส.-ส.ว.เชียงใหม่ ที่เคยได้คะแนนมาเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ดีกรีอดีตผอ.โรงพยาบาลแม่อาย ที่ทำงานอุทิศตนพื่อคนชายขอบนานกว่า 20 ปี ยังปราชัยให้แก่ ประสิทธิ์ วุฒินันท์ชัย ในเขต 5 ชนิดหักปากกาเซียน หรือ นรพล ตันติมนตรี อดีต ส.ส.เชียงใหม่ หลานชาย "หนุ่มดอยเต่า" อำนวย ยศสุข ที่ผละจากพรรคเพื่อแผ่นดิน มาอาสาปักธงพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังพ่ายแพ้นักการเมืองหน้าใหม่ อย่างกำนันศรีเรศ โกฏคำลือ เจ้าของบ่อกำจัดขยะ อ.ดอยเต่า-ฮอด ขณะที่ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น ว่ากันว่าผู้สมัครรายใด ไม่เอี่ยวเพื่อไทย-เสื้อแดง สอบตกไปครึ่งตัว
 
               นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า พื้นที่ จ.เชียงใหม่ ผูกขาดโดยตระกูลชินวัตรมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะพื้นที่เขต 3 ครอบคลุม อ.สันกำแพง อ.แม่ออน และ อ.ดอยสะเก็ด แต่จากการที่ลงพื้นที่ล่าสุดกระแสคนเสื้อแดงไม่พอใจนักที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจส่งนางเยาวภา หากแต่ต้องการระบบไพรมารีโหวตมากกว่า
 
               "เชื่อว่าการที่พรรคเพื่อไทยส่งนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ลงเลือกตั้งซ่อม ก็น่าจะชนะอย่างแน่นอน แต่คะแนนเสียงที่ได้นั้นยังน่าเป็นห่วง อาจจะน้อยกว่านายเกษม นิมมลรัตน์ เมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2555 ก็เป็นไปได้ เพราะคนรู้สึกเฉยๆ ไม่ออกมาโหวต แต่ก็ไม่หันไปเลือกตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะประชาชนมองว่าพรรคเพื่อไทยหรือแม้แต่ตัวนางเยาวภาเอง อหังการมากเกินไป สำคัญตัวเองผิดไปว่าในพื้นที่นี้ยังไงก็ได้แน่นอน เข้าทำนองจากบทเรียนของพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทย ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ" นายชำนาญ กล่าว
 
               ขณะที่นายสวิง ตันอุด ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการทางสังคม กล่าวว่า ดูจากสถานการณ์ตอนนี้เข้าใจว่าพื้นที่แถบนั้นเป็นพื้นที่เพื่อไทย กดปุ่มได้ว่าจะเอาแบบไหน แต่ตอนนี้ต้องดูว่าคนในพื้นที่เห็นด้วยกับสถานการณ์หรือไม่ เพราะเพิ่งมีการเลือกตั้งซ่อมในเขตดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา เชื่อว่ามีคนจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นคนชั้นกลาง มีความคิดทางการเมือง ไม่เห็นด้วย ไม่พอใจกับเรื่องนี้ อาจลงคะแนนสวนทางกับที่ควรจะเป็น ไปใช้สิทธิ์ไม่ออกเสียง คะแนนเสียงอาจลดลง 10-15% ของจำนวนเสียงทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้หันเหไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะในพื้นที่แถบนั้นประชาธิปัตย์เองก็ทำงานไม่ได้ ขณะที่ตัวคู่แข่งเองก็ขายไม่ได้ บางคนอาจไม่ชอบใจวิธีการนี้ แต่ไม่ถึงขั้นพลิกสถานการณ์คู่แข่งชนะ

 

......................................................................... 

(หมายเหตุ : 'เสาไฟฟ้า พท.'ชนะแน่แต่'เยาวภา'ต้องแข่งกับตัวเอง : ขยายปมร้อน โดยศูนย์ข่าวภาคเหนือ สำนักข่าวเนชั่น )


เปิดอ่าน