113ปี'กรมแพทย์ทหารบก'มุ่งสู่ผู้นำ

113ปี'กรมแพทย์ทหารบก'มุ่งสู่ผู้นำด้านเวชศาสตร์ทหาร : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

             กรมแพทย์ทหารบก เป็นหน่วยงานสำคัญที่ก่อตั้งขึ้นมากว่า 113  ปี ปัจจุบันมี พล.ท.ภานุวิชญ์ พุ่มหิรัญ เป็นเจ้ากรมการแพทย์ทหารบก โดยภารกิจกรมแพทย์ทหารบกได้มีการศึกษาวิจัย และฝึกอบรมบุคลากรเหล่าทหารแพทย์เพื่อให้บริการแก่กำลังพลของกองทัพบก และครอบครัว รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยให้บริการในโรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก จำนวน 37 แห่ง

             นอกจากนี้ กรมแพทย์ทหารบกยังมีภารกิจสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกทั้งในภาวะปกติ ภาวะสงคราม หรือแม้แต่ในยามเกิดภัยพิบัติ ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีพิพาทบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหาร และการปฏิบัติการภารกิจสันติภาพร่วมกับสหประชาชาติในหลายภูมิภาคทั่วโลก

             สำหรับยุทธศาสตร์กรมแพทย์ทหารบกในปี 2556 คือ การเป็น "ผู้นำด้านเวชศาสตร์ทหาร" ในภูมิภาคอาเซียน และภาคพื้นเอเชียแฟซิฟิก โดยได้ดำเนินการประสานความร่วมมือทางวิชาการ และการปฏิบัติงานในหลายด้าน ทั้งการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแพทย์ทหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือการจัดการประชุมสมาคมแพทย์ทหารโลกภาคพื้นเอเชียแฟซิฟิก

             พ.อ.ปราโมทย์ อิ่มวัฒน์ ผู้อำนวยการกองยุทธการ และการข่าว กรมแพทย์ทหารบก อธิบายถึงยุทธศาสตร์ดังกล่าวว่า ปี 2556 กองทัพบกกำหนดนโยบายให้เป็นปีแห่งการพัฒนาการบริหารการจัดการ และการฝึกโดยมุ่งเอาผลสัมฤทธิ์เป็นที่ตั้ง โดยมีภารกิจหลักอยู่ 2 ประการ คือ การบริการแพทย์ในที่ตั้งปกติ คือโรงพยาบาลทหารบกทั่วประเทศ และการบริการแพทย์ในสนาม

             ทั้งนี้ การปฏิบัติการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จะต้องบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ โดยแต่ละกองทัพภาคจะมีแพทย์ใหญ่ประจำอยู่ เพื่อบูรณาการทรัพยากรทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่อย่างจำกัด จึงจะต้องใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งหน่วยในสนาม และหน่วยในที่ตั้งปกติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุด

             ยกตัวอย่างเช่น เครื่องตรวจเอกซเรย์ เมื่อมีการจัดซื้อมาถ้าทิ้งไว้ให้หน่วยกำลังรบก็จะทำให้สูญเปล่า เพราะไม่ได้ประโยชน์ แต่เมื่อมีการจัดซื้อไว้ที่โรงพยาบาล และให้กำลังพลในส่วนกำลังรบเข้ามาทดลองใช้ในยามปกติก็จะสามารถฝึกใช้งานกับคนไข้ได้จริง และเมื่อถึงเวลาออกภาคสนามก็จะสามารถใช้เครื่องมือดังกล่าวได้อย่างเชี่ยวชาญ

             หรือในกรณีที่ทหารได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในช่วง 5-10 นาทีแรก ไม่มีใครช่วยเหลือได้ นอกจากตัวเขาเอง ดังนั้น ในพื้นที่ภาคสนามทหารทุกคนจะต้องมีสายรัดห้ามเลือด และทุกคนจะต้องได้รับการฝึกให้รัดช่วยเหลือตัวเองได้ เมื่อเวลาถูกข้าศึกยิงก็จะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ถ้ารอให้แพทย์สนามเข้ามาช่วยเหลือก็จะเสียเลือดมาก และอาจเสียชีวิตได้

             พ.อ.ปราโมทย์ ระบุว่า ในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กรมแพทย์ทหารบกที่มีความใกล้ชิดกับประเทศพม่าได้มีการแลกเปลี่ยนการดูงาน และมีการพัฒนา "ภาษาอังกฤษ" เพื่อให้กำลังพลสามารถสื่อสารได้ และในอนาคตจะมีการฝึกร่วม หรือวิจัยทางการแพทย์ร่วมกัน เช่น การวิจัยไข้มาลาเรียที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-พม่า ซึ่งในอดีตไม่สามารถเข้าไปทำวิจัยได้

             "ส่วนแพทย์ที่ลงไปปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องมีการพัฒนาร่วมกับพลเรือน เพราะเป็นการปฏิบัติการที่ไม่มีแนวรบที่ชัดเจน และในพื้นที่ดังกล่าวเราไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นพื้นที่แนวรบ แต่ทุกจุดอันตรายหมด"

             พ.อ.ปราโมทย์ ขยายความว่า ในการปฏิบัติงานจะต้องประสานประโยชน์กับโรงพยาบาลพลเรือน โดยในอดีตโรงพยาบาลพลเรือนในพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลนราธิวาส และโรงพยาบาลปัตตานี ขาดศัลยแพทย์ กรมแพทย์ทหารบกจึงได้จัดแพทย์ลงไปช่วย โดยได้ปฏิบัติงานในพื้นที่มานานกว่า 4-5 ปีแล้ว

             ทั้งนี้ กรมแพทย์ทหารบกได้ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยแพทย์ไปอยู่ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น แพทย์ศัลยกรรมทรวงอกที่ จ.ยะลา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกที่ จ.ปัตตานี นอกจากนี้ ยังส่งแพทย์ทั่วไปเข้าไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของหน่วยทหารเพื่อดูแลกำลังพลอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่

             พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ในการปฏิบัติงานจะต้องใช้ "ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง" เพราะที่ผ่านมามีทหารเสียชีวิตจากโรคร้ายแรง เช่น ภาวะหายใจล้มเหลว ไตวาย กรมแพทย์ทหารบกจึงได้จัดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงไปในพื้นที่เพื่อดูแลกำลังพล รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ด้วย

             "เราจะเอามาตรฐานการแพทย์ในที่ตั้งปกติไปสู่ในพื้นที่สนามให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่การรบ หรือพื้นที่ภัยพิบัติ มาตรฐานการแพทย์จะต้องไม่ต่ำกว่าในที่ตั้งปกติ กรมแพทย์ทหารบกจะมุ่งไปสู่จุดนั้น” ผู้อำนวยการกองยุทธการ และการข่าว กรมแพทย์ทหารบก กล่าวด้วยความมุ่งมั่น


......................

(หมายเหตุ : 113ปี'กรมแพทย์ทหารบก'มุ่งสู่ผู้นำด้านเวชศาสตร์ทหาร : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)


เปิดอ่าน