กลับหน้าแรก
ด้านภาษา วรรณกรรม และศิลปวัฒนธรรม
ทรงพระปรีชาสามารถด้านการประพันธ์ ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง สมกับทรงสืบขัตติยกวีจากสมเด็จพระบรมราชบุพการี นอกจากนี้ยังตั้งพระราชปณิธานที่จะทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อสืบสานสมบัติทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ
พระราชนิพนธ์ร้อยแก้ว เช่น
ข้อความในภาพฝีพระหัตถ์พระราชทานแก่ประชาชนเพื่อขอบคุณและทรงแสดงพระราชปณิธานการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษ 83 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2558 และข้อความเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2558

พระราโชวาทในพระราชพิธีต่างๆ เช่น พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทุกปี และแต่ละแห่งมีจำนวนหลายวัน เป็นต้นว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2549 (ภาคบ่าย) ความตอนหนึ่งดังนี้

“...การนิยมไทย เช่น การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง การปฏิบัติตนตามขนบประเพณีอันดีของไทย การใช้สินค้าไทย การศึกษาและรักษาสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เป็นต้น เป็นวิถีทางสำคัญทางหนึ่งที่จะดำรงความมั่นคงและความเป็นชาติไทยไว้ได้ บัณฑิตเป็นผู้ที่สังคมนิยมยกย่อง จึงควรปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการนิยมไทย...”

พระราชนิพนธ์บทความ น้องน้อยของพี่ชาย
น้องน้อยของพี่ชาย เป็นบทความที่ทรงพระราชนิพนธ์ถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาทรงเจริญพระชนมพรรษา 3 รอบ วันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2534 ทรงบรรยายถึงพระราชจริยวัตรครั้งทรงพระเยาว์ได้ซาบซึ้ง ด้วยภาษาที่เรียบง่าย แฝงพระอารมณ์ขัน ขอเชิญเพิ่มเติมจากหัวข้อพระราชจริยวัตรครั้งทรงพระเยาว์ ตอนต้นของหนังสือนี้ว่า

“...ขณะนั้นพี่ชายอายุประมาณ 3 ปีก่อนน้องน้อยเกิด พี่ก็เริ่มจำความได้บ้าง บัดนี้เราได้พ้นจากความเป็นลูกคนเล็กแล้ว ซึ่งก็ได้มีน้องน้อยเพิ่มขึ้นในครอบครัว พี่จำได้ว่า ขณะนั้นพี่กำลังนอนเล่นอยู่ก็มีคนมาบอกว่า สมเด็จแม่ได้ทรงมีพระประสูติการแล้ว เป็นองค์หญิง พี่ก็ยังจำอะไรไม่ได้มากในตอนนั้น เพียงแต่มันรู้สึกเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ได้เห็นเด็กตัวเล็กๆ นอนอยู่ในเตียง พี่ได้มาดูน้องตัวเล็กๆ ที่นอนอยู่ในเตียงเสมอ เมื่อน้องน้อยโตขึ้น เราก็เล่นกันเรื่อย...”

พระราชนิพนธ์บทร้อยกรอง
สนพระราชหฤทัยในบทร้อยกรองมาแต่ทรงพระเยาว์ ส่วนใหญ่ทรงพระราชนิพนธ์บทกลอน เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

บทพระราชนิพนธ์ในโอกาสที่ทรงเข้าศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อยดันทรูน ประเทศออสเตรเลีย เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2515 ความตอนหนึ่งดังนี้

เมื่อสิบสองมกรา หนึ่งห้า ลูกคราคลาด
ต้องนิราศ จากไป ไกลหนักหนา
จำใจจาก แม่พ่อ คลอน้ำตา
นึกขึ้นมา คราใด ใจอาวรณ์
ลูกจากไป ครานี้ มีจิตมั่น
จะขยัน และทำตาม คำพร่ำสอน
ถึงลำบาก อย่างไร ไม่อุทธรณ์
สู้ทุกตอน ตามประสงค์ จำนงใจ
ห้าอาทิตย์ เข้าเรียนใหม่ ไร้ญาติมิตร
ทรมานจิต ทรมานกาย ไม่แจ่มใส
ตื่นตีห้า ฝึกหนัก งานมากมาย
ความสบาย ไม่เคยพบ สบอารมณ์

บทพระราชนิพนธ์ถวายพระพรในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2515 ความตอนหนึ่งดังนี้
วันเฉลิม สมเด็จแม่ ได้แต่คิด
ขอน้อมจิต รำลึกถึง คนึงหา
พระคุณแม่ มากล้น เหลือคณนา
ลูกเกิดมา โชคดี มีแม่งาม
ไปเมืองไหน ถูกถาม ถึงนามแม่
ว่าสวยแท้ ราชินี แห่งสยาม
ควีนสิริกิติ์ จำขึ้นใจ ในพระนาม
ชมว่างาม เพริดพริ้ง ยอดหญิงไทย
แม่รักชาย ห่วงชาย ชายก็รู้
ชายจะสู้ สุดชีวา อย่าสงสัย
จะทำตัว ให้สม แม่วางใจ
จะรักไทย กู้ศักดิ์ศรี จักรีวงศ์...

บทพระราชนิพนธ์ถวายพระพรในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2515 ความตอนหนึ่งดังนี้
ขอน้อมกราบ พระบาทมา บูชาพ่อ
พ่อเพียรก่อ ชายมา จนกล้าแข็ง
พ่อรักชาย ห่วงชาย ไม่แสดง
พ่อคอยแจ้ง ทิศทาง ให้สร้างตน
ชั่วชีวิต ที่ผ่านมา จนบัดนี้
เข้าใจดี ชายผิดพลาด ดื้อสับสน
เคยสร้างความ ยุ่งยาก ให้กังวล
พ่อสู้ทน ให้อภัย แก้ไขมา
วันเวลา ผ่านไป ให้สำนึก
ให้ส่วนลึกของพ่อ ปรารถนา
ยากจะหา พ่อใด ในโลกา
ที่เมตตา รักลูก อย่างถูกทาง...

บทพระราชนิพนธ์จารึกบนแผ่นเงิน ประดิษฐาน ณ ฝาผนังพระตำหนักสิริยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา
พระตำหนักแห่งนี้มีความหมาย
พ่อกับชายสร้างถวายให้กับแม่
วิมานทองแห่งนี้คือดวงแด
ลูกกับแม่ผูกพันนิรันดร
อานุภาพแห่งความรักสลักจิต
เนรมิตเรือนไทยอนุสรณ์
ครบหกสิบพรรษามารดร
ประชากรแซ่ซ้องพระบารมี
ขอบูชาจารึกด้วยชีวิต
ชายอุทิศกายใจไว้ที่นี่
เพื่อถวายความจงรักและภักดี
อีกหมื่นปีไม่มีคลายจากชายเอย

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2560 พระราชทานพรแก่ประชาชนชาวไทย เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ความตอนหนึ่งว่า
“...ในปีใหม่นี้ ขอให้ชาวไทยทุกคนตั้งใจให้แน่วแน่ที่จะรักษาคุณสมบัตินี้ให้เหนียวแน่น และทำความคิด จิตใจให้แจ่มใส ด้วยปัญญาที่กระจ่าง พิจารณาทุกสิ่งที่เกิดมีขึ้นตามความเป็นจริงโดยปราศจากอคติ ให้มีความมุ่งมั่น มีกำลังใจ ในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติสรรพกิจน้อยใหญ่ในภาระ หน้าที่ ตามแนวพระบรมราโชบายที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ ให้งานทุกอย่างสำเร็จผล เป็นความดี ความเจริญ ทั้งแก่ตนเอง แก่ส่วนรวม และประเทศชาติ เป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในการนี้ ข้าพเจ้าขอปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชนชาวไทยโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานเช่นกัน

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวไทย อีกทั้งพระบารมีแห่งสมเด็จพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นอาทิ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และประสบแต่สิ่งที่พึงปรารถนาตลอดศกหน้านี้ โดยทั่วกัน”

ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงและทรงดนตรี
อาลัยครวญ เป็นบทเพลงซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื้อร้องพรรณนาถึงความรัก ความว่า

อาทิตย์ตกบนเขาเปล่าเปลี่ยวรัก ยากจะหักห้ามใจไม่หวนหา
ก็เพราะเจ้าพี่จึงต้องหมองอุรา สิ้นชีวาก็ไม่วายคลายรัญจวน
สีท้องฟ้าแดงแซมเหมือนแก้มเจ้า สุดจะเศร้าหมองอุราพาใจหวน
ถ้ามีเจ้าข้างพี่ได้ชี้ชวน ไม่ต้องครวญ เรียกหาด้วยอาลัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยด้านดนตรีตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยโปรดทรงแซกโซโฟนมากเป็นพิเศษ และทรงดนตรีร่วมกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลายครั้ง นอกจากนี้ยังโปรดขับร้องเพลง ด้วยพระองค์ไม่ทรงแสดงพระอัจฉริยภาพทางดนตรีให้ประชาชนชาวไทยได้เห็นมากนัก ส่วนใหญ่จะทรงดนตรี หรือทรงขับร้องเพลงในงานส่วนพระองค์หรือภายในพระตำหนักเท่านั้น ด้วยความสนพระราชหฤทัยด้านการดนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ ไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อพ.ศ.2525