1 พ.ค.2559 "วันนี้ขออนุญาตเขียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"
ดิฉันเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ต้องเป็นฝ่ายอดทนมาโดยตลอด ย่อมเข้าใจความรู้สึกท่านดี เพียงแต่ดิฉันไม่สามารถที่จะออกกฎหมายหรือคำสั่งการใดๆ ให้เป็นกฎหมายได้
สีสันของวันนี้ในอดีตทางการเมือง ยังพอมีมาเล่าสู่กันฟัง
หลายคนอาจลืมไปแล้ว ว่าวันนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ที่หน้าเฟซบุคของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ยังอยู่ในประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึง นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทำเอาแฟนคลับเชียร์ลั่นว่า พูดได้ดีพูดได้ถูก!!
โดยเนื้อหานั้น ทางยิ่งลักษณ์ กล่าวประมาณว่าตนนั้นเข้าใจความรู้สึกของ พล.อ.ประยุทธ์ ดี เพราะเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน แต่ที่มาต่างกัน และการที่เคยร่วมงานกันมา ยามถูกต่อว่าต่างๆ นานา แต่เป็นบุคคลสาธารณะต้องเปิดใจรับฟังทั้งดีและลบ แถมยังแนะ พล.อ.ประยุทธ์ให้นึกถึงคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ในอดีตเมื่อ 2 ปีก่อน ที่เคยให้ข้อคิดว่ายามบ้านเมืองแตกแยก คิดแต่จะเอากฎหมายมาปลดเพราะคนไม่สนองนโยบาย หรือยิ่งใช้กฎหมายบังคับคน ให้ทำงานตามคำสั่ง สถานการณ์จะยิ่งเลวร้าย
ว่าแล้วมาอ่านข้อความทั้งหมดกันเลยดีกว่า
วันที่ 1 พ.ค.2559 เวลา 15.00 น. ได้โพสต์ข้อความถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ดังนี้
"วันนี้ขออนุญาตเขียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หน่อยนะคะ เพราะแม้ว่าวันนี้สถานะเราจะต่างกัน แต่เมื่อก่อนเราก็เคยร่วมงานกัน และดิฉันก็เคยอยู่ในสถานะเช่นท่านมาก่อน แม้ว่าที่มาที่ไปของเราจะต่างกัน จึงเข้าใจความรู้สึกของท่านเวลาถูกต่อว่าต่างๆนานา ในฐานะที่เป็นผู้นำถือเป็นบุคคลสาธารณะ ที่ต้องพร้อมเปิดใจรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในด้านดีและด้านลบ ที่มีต่อตัวเอง หรือรัฐบาล”
“เพราะดิฉันเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ต้องเป็นฝ่ายอดทนมาโดยตลอด ย่อมเข้าใจความรู้สึกท่านดี เพียงแต่ดิฉันไม่สามารถที่จะออก กฎหมายหรือคำสั่งการใดๆให้เป็นกฎหมายได้เช่นท่าน”
“ซึ่งเมื่อก่อนท่านก็เคยพูดกับดิฉันว่า ยามบ้านเมืองแตกแยก ถ้าคิดแต่เอากฎหมายมาปลดคนนั้นคนนี้ออก เพียงเพราะ ไม่สนองตอบนโยบาย หรือเอากฎหมายมาใช้บังคับคน ให้ทำงานตามคำสั่ง จะยิ่งทำให้สถานการณ์มันแย่และเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ซึ่งดิฉันก็พูดมาโดยตลอดว่าคนที่มีความคิดเห็นต่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้บ้านเมืองแตกแยก แต่จะเป็นการดีที่จะได้ช่วยกันแสดงความคิด ความเห็นในการพัฒนาประเทศมากกว่า”
“วันนี้ดิฉันจึงอยากจะขอฝากสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ หวังว่าท่านคงจะไม่ลืม และนำไปใช้เช่นเดียวกัน ตามที่เคยบอกกับดิฉันเมื่อสองปีที่แล้วนะคะ”
โพสต์จบ เกิดเป็นข่าวทันทีรุ่งขึ้น และหลายคนก็วิเคราะห์กันไปว่า สิ่งที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์กล่าวไปก็คงสืบเนื่องมาจากช่วงนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ค่อนข้างมีการใช้มาตรการทางกฎหมายเข้มงวดดำเนินคดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกลุ่มแนวร่วม นปช. 8 รายที่ทำเฟซบุ๊กเพจล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
โดยนายกฯ กำชับต้องใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการกับพวกบิดเบือนทั้งหมด ทั้งนี้ “บิ๊กตู่” กล่าวช่วงเช้าของวันที่ 1 พ.ค. ที่ท้องสนามหลวง ในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 59 ว่า
“สิ่งที่รัฐบาลและ คสช.ทำวันนี้เหมือนหัวขบวนที่คอยขับเคลื่อนประเทศที่หยุดนิ่งมานาน แรงเดินหน้าน้อยเต็มที ต้องช่วยกันเข็น อย่าเป็นรถที่สวนขบวนมา อยากให้ชาติสงบเรียบร้อยอยู่แบบนี้ เพื่อเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ไม่ใช่มาทะเลาะกัน ขอแค่ 5 ปี ให้มั่นใจสิ่งที่ได้ทำมาไม่ล้มเหลว”
“วันนี้มีคนอยู่หลายคนมาแกว่ง พี่น้องแรงงานต้องอย่าให้เขามาใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนต่างๆ เพราะมันทำให้การทำงานของตนยากขึ้นทุกวัน เสร็จแล้วก็มีการบังคับใช้กฎหมาย ตำรวจก็โดนด่า วนกันอยู่อย่างนี้ เราต้องอดทนมองไปข้างหน้าด้วยกัน ถ้าใครมีคำถามอะไรให้ไปถามในทีวีวันศุกร์หรือไปอ่านหนังสือพิมพ์ที่เขาเอาไปลง”
"วันนี้เราอยู่ใกล้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผมไม่พูดอะไรที่โกหกหลอกลวงท่าน ผมเป็นทหารถวายสัตย์ปฏิญาณทุกปี ฉะนั้นคงไม่ทำอะไรผิดๆ ผมจะทำตามโรดแม็ปถึงปี 2560 เลือกตั้ง และอะไรที่ทำได้จะทำเลย อะไรที่ส่งต่อก็ต้องส่งรัฐบาลหน้า ถึงจำเป็นต้องมีบทเฉพาะกาล ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อพวกท่าน เพื่อให้ทุกคนทำงานให้ท่านได้ แต่แค่นี้ยังไม่รับเลย ผมจะเชื่อมั่นได้อย่างไร”
“ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน วันนี้กำลังดำเนินการอยู่ อย่าต่อต้านมากนัก ที่ผ่านมาอยากทำอะไรก็ทำ เขาเขียนกฎหมายมายังไม่รู้เลยว่าการพูดจาเป็นเท็จคืออะไร การใช้ความรุนแรง การพูดจาหยาบคายไม่รู้ ไม่เข้าใจหรือ ต้องมาแปลอีกหรือ ถ้าแปลอย่างนี้เป็นอย่างนี้ แสดงว่าการเรียนรู้ทำไม่ได้ เรียนมาสูงเสียเปล่า”
“ขณะเดียวกันเราต้องทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยมีแต่รอยยิ้ม ที่ผ่านมามีแต่แยกเขี้ยวตีใส่กันทุกวัน หลายคนจะกลับไปที่เก่าอีก ต้องช่วยกันอย่าไปร่วมมือแบบนี้ เรื่องประชาธิปไตยก็ว่าไป ตนไม่ขัดแย้งด้วย แค่อยากให้เป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง ไม่เอียงไปเอียงมาจนเกือบจะล้ม และล้มไปแล้ว ที่เข้ามา ไม่ได้ยึดอำนาจนายกฯ แต่เพราะไม่มีนายกฯ ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ใช้งบประมาณไม่ได้ จึงต้องเข้ามา ไม่เช่นนั้นวันนี้จะล้มทั้งหมด เข้าใจหรือยัง รวมถึงยิงโน้น ยิงนี่ วัดพระแก้วยังโดน ใครทำมันทำได้อย่างไร หัวใจคนไทย ศาสนาพุทธ ส่วนใครทำไปหามา บิดเบือนกันอยู่นั่นทุกวัน แล้วจะให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการทั้งหมด ตนไม่ทะเลาะด้วย”
ก็เป็นสีสันการเมืองช่วงนั้น ที่หยิบยกนำมาเล่าสู่กันฟังพอให้หายคิดถึงในช่วงนี้เบาๆ หลังจากที่ลูกหลานเมื่อวานพากันโพสต์ภาพ “พ่อ-อา” ถือถ้วยกาแฟ แถมยังแซวว่า “กาแฟร้อนต้องใช้หลอดดูด”
ก็ถือว่าสนุกสนานเป็นสีสันหน้าร้อน แต่ฝนตก รับวันหยุดวันแรงงานแห่งชาติ!!
///////////////////
ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุค Yingluck shinnawatra
และ ทวิตเตอร์ oak_ptt



