วันนี้ในอดีต

ระเบิดอะไรเอ่ย? ตั้ง 23 ลูก!!

ระเบิดอะไรเอ่ย? ตั้ง 23 ลูก!!

22 ม.ค. 2561

    ส่วนที่ฟังแล้ว คิดเยอะ พยายามหาทฤษฎีต่างๆ มาขบคิดเข้าด้วยกัน อาจยังงงว่า แบบนี้ก็ได้เหรอ!!

                คนไทยจำข่าวนี้ ได้หรือไม่ ที่วันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน อยู่ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยก็สามารถจับระเบิดและอาวุธสงครามได้จำนานมาก!! และจับได้ในใจกลางกรุงเทพแถว ซ.พหลโยธินนี้เอง แถมตอนนั้น คนร้ายยังบอกว่า จะเอาไปส่งคนที่ย่านสะพานใหม่

                เรื่องนี้ ฟังผ่านๆ นอกจากตกใจหนักมากแล้ว ยังแทบจะต้องปรบมือให้กับความสามารถของตำรวจไทยอีกด้วย ลองคิดดูว่า ถ้าวันนั้นคนร้ายลอยนวลได้ไปทำภารกิจลุล่วง บางทีบ้านเมืองเราอาจเกิดการสูญเสียอีกเท่าไหร่!!

                ส่วนที่ฟังแล้ว คิดเยอะ พยายามหาทฤษฎีต่างๆ มาขบคิดเข้าด้วยกัน อาจยังงงว่า แบบนี้ก็ได้เหรอ!!

                ย้อนข่าวเล่าให้ฟังอีกที เรื่องนี้เกิดขึ้นราว เวลา 01.30 น. ของวันที่ 22 ม.ค. 2557 ที่ สน.บางเขนได้มีการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน อายุ 27 ปี และอายุ 18 ปี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 35 นัด และขนาด .45 จำนวน 3 นัด มีดพับ 1 เล่ม สนับมือ 1 อัน และจักรยานยนต์ 1 คันและที่น่าตกใจคือ ยังมี “วัตถุระเบิดแบบจุดชนวน จำนวน 23 ลูก”!!!

                โดยขณะนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันนั้นเอง ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนกำลังขี่จักรยานยนต์ผ่าน บริเวณด้านหน้าวัดราษฎร์นิยมธรรม (หนองผักชี) ซ.พหลโยธิน 52

                ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกตรวจท้องที่ พบผู้ต้องหาทั้งสองคน จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบของกล่าวดังกล่าว จึงได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด และพกพาอาวุธปืนฯ ฝ่าฝืนคำสั่งตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จึงควบคุมตัวส่ง สน.บางเขนดำเนินคดี

                กระทั่งช่วงเช้าของวันนั้นเอง ที่หน้าข่าวมีการพาดหัวกันใหญ่โต ถึงเหตุการณ์นี้ ต่อมาช่วงสาย มีรายงานข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่าได้รับว่าจ้างจากชายคนหนึ่งในราคา  5 ,000 บาท ให้นำอาวุธทั้งหมดไปวางไว้ในย่านสะพานใหม่  แล้วจะมีคนมารับของเอง โดยพวกตนไม่ทราบว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

                แน่นอนเวลานั้น ตำรวจจะระบุว่า จากคำให้การของผู้ต้องหายังไม่ปักใจเชื่อ จึงต้องขยายผลเพิ่มเติมต่อไป ซึ่งคงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานอีกสักระยะจะมีความชัดเจนมากขึ้น

                โดยเฉพาะ เพื่อให้ทราบเบื้องหน้าเบื้องหลัง และแหล่งที่มาของอาวุธเหล่า นี้ว่าจะมีการนำไปก่อเหตุที่ใดและเชื่อมโยงกับการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้หรือไม่

                กระทั่งช่วงวันที่ 23 มกราคม 2557  เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา มายื่นคำร้องฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.- 3 ก.พ. เนื่องจากการสอบสวนพยานไม่เสร็จสิ้น และรอผลตรวจลายนิ้วมือ รวมทั้งผลการตรวจวัตถุระเบิดและของกลางอื่น

                ขณะที่พนักงานสอบสวนยังได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากพฤติการณ์มีความร้ายแรง เกรงว่าหากได้ปล่อยชั่วคราวจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานศาลพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตฝากขังได้

                ที่น่าสนใจคือ ภายหลังผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ถูกคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยไม่ปรากฏว่ามีญาติมายื่นคำร้องขอประกันตัวแต่อย่างใด

                และแน่นอนที่ข่าวนี้จะเงียบหายไป เพราะหากมองสภาพบ้านเมืองไทยเวลานั้นแล้ว ยังมีสิ่งอื่นที่ประชาชนคนไทยให้ความสนใจอยู่มาก ทั้งๆ ที่หากคิดอีกมุมหนึ่ง ก็อดที่จะสองเรื่องนี้มาโยงกันไม่ได้

                กล่าวคือ ช่วงนั้น อย่างที่รู้กันว่าบ้านเมืองเรากำลังอยูในโหมดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ต่อเนื่อมาจากปี 2556

                “วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 เป็นวิกฤตการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2556 ถึงพฤษภาคม 2557 โดย กปปส. มีสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำ การประท้วงนี้ลงเอยด้วยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง รัฐประหารและการสถาปนาคณะทหารผู้ยึดอำนาจการปกครอง” (วิกิพีเดีย)

                ฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงตอบโต้การชุมนุมครั้งนี้ ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน ระหว่าง 22 มกราคม 2557 ถึง 18 มีนาคม 2557 และออก พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม ถึง 19 พฤษภาคม 2557 ให้เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

                แต่ดูเหมือนว่า กฎหมายเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยทำให้เรื่องร้ายๆ ลดลงไป

                เพราะ นับแต่วันที่ 13 มกราคม 2557 กปปส.นัดชุมนุมปิดถนนสายหลักในกรุงเทพ เพื่อกดดันรัฐบาล ระหว่างที่นำผู้ชุมนุมไปปิดกระทรวงพลังงาน ก็มีเหตุปาระเบิด จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในวันที่ 21 มกราคม 2557 หรือก่อนที่ตำรวจจะพบระเบิด 23 ลูกตามรายงานข้างต้นเพียงวันเดียว!

                กระทั่ง ต่อมาช่วง วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 คนร้ายปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่จังหวัดตราด มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 33 รายตามมาด้วยวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 คนร้ายปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมผู้ได้รับบาดเจ็บ 22 คน เสียชีวิต 2 คน เหตุเกิดบริเวณห้างบิ๊กซี ถนนราชดำริ

                เหตุการณ์ร้ายเหล่านี้ ลองวิเคราะห์กันดูว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่ ในท่ามกลางการประกาศชัตดาวน์กรุงเทพของกลุ่ม กปปส.

                ดังนั้นที่ต้องถามว่า ระเบิดอะไรเอ่ย? จึงยังคงต้องถามกันต่อไป เพราะดูเหมือนว่า จะไม่มีใครออกมาให้คำตอบที่แท้จริงว่า สุดท้ายแล้วที่มา และที่ที่ระเบิดและอาวุธเหล่านั้นกำลังจะไปนั้น คือที่ใด

                จะมีก็แต่คำคาดการณ์ของคนละฟากฝั่ง ที่ต่างโยนความผิดให้กันว่า หากเป็นระเบิดของฝ่ายตรงข้ามรัฐ ก็คือความพยายามสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง เพื่อการออกมาปราบล้างของเจ้าหน้าที่ จะทำให้รัฐบาลขาดความชอบธรรมที่ออกมาจัดการกับประชาชน

                ขณะที่หากเป็นการกระทำของฝ่ายสนับสนุนรัฐ ก็คือความพยายาม สร้างความชอบธรรมในการปราบปรามประชาชน  เพราะพล๊อตเรื่องทำนองนี้ คนไทยอ่านเกมออกหมดแล้ว!!

                หรือแท้ที่จริงแล้วจะเป็นระเบิดของผู้เสียประโยชน์กลุ่มอื่นอีกนอกเหนือจากนี้!!

                สุดท้ายแล้วใครให้คำตอบได้ว่ามันคือ ระเบิดอะไร!!               

               

"}])