22 พ.ย.2555 ประกาศิต นายกฯ ปู! สั่งคุมม็อบ อพส.
แม้ว่าวันนั้น ประกาศิตของนายกฯ ปู จะช่วยให้จบความวุ่ยวายได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่หมอกควันความวุ่นวายยังคงสุมรุมประเทศไทยไม่จบ!
วันนี้เมื่อ 5 ปีก่อน ขณะที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของคนไทย หรือน้องสาวของคนดังที่ชื่อว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เพิ่งทำงานในหน้าที่ได้ไม่นานนัก ก็ต้องมาสู้ม็อบด้วยกฎหมายความมั่นคงเสียแล้ว!
เพราะได้เกิดกระแสการต่อต้านรัฐบาลของเธอ จนเกิดเป็นความขัดแย้งทางการเมือง นำโดย “องค์การพิทักษ์สยาม" ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน ที่มี พลเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ (เสธ.อ้าย) ประธานศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) เป็นประธาน
สำหรับจุดมุ่งหมายของกลุ่ม คือเพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้พ้นจากตำแหน่ง โดยมีเหตุผลหลัก คือ รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้มีการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล เป็นต้น
แน่นอนสำหรับมวลสมาชิก เป็นคนหน้าเดิมๆ ที่เคยชุมนุมขับไล่ ดร. ทักษิณ ชินวัตร กับ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และยังมีแนวร่วมเช่น กลุ่มสันติอโศก และเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (กลุ่มเสื้อหลากสี) ฯลฯ
งานนี้ เสธอ้ายได้ประกาศเป้าหมายของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามว่า ต้องการ "แช่แข็งประเทศเป็นเวลา 5 ปี" หมายถึง การที่จะให้นักการเมืองหรือภาคการเมืองต่าง ๆ หยุดเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี เพื่อที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศ
และมีการนัดชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า
ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะต้องทำหน้าที่ป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงได้ออกชี้แจงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ในช่วงเย็นของวัน 22 พฤศจิกายน 2555 หรือวันนี้เมื่อ 5 ปีก่อน
เกี่ยวกับ การที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ตั้งแต่วันที่ 22-30 พฤศจิกายน เพื่อคุมสถานการณ์ชุมนุมดังกล่าวนั่นเอง
โดยรายละเอียด คือ ครม. มีมติให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22-30 พฤศจิกายน 2555 ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตดุสิต และเขตพระนคร เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า
ขณะที่เวลานั้นทางด้านของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขณะนั้น แสดงความกังวลเรื่องข่าวที่จะมีการจับตัวนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ว่าเป็นข่าวที่ให้ความกังวลมาก และคาดว่าผู้เข้าชุมนุมจะมีประมาณ 50,000 คนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 1 ล้านคน ส่วนการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์จะพิจารณาจาก อุปกรณ์ในการชุมนุม รวมถึงท่าทีอื่น ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้เช่นกันว่า การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จะไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาการประกาศควบคุมสถานการณ์แต่ละครั้ง ก็ไม่สามารถควบคุมม็อบได้ อีกทั้งยังเหมือนเป็นการท้าทายให้มีการร่วมชุมนุมมากขึ้นด้วย
แต่ที่สุด ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม หรือ อพส. ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมคนมารวมตัวขับไล่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
ซึ่งแน่นอนที่การกระทำดังกล่าว เป็นความผิดฐาน ฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานที่ห้ามบุคคลเข้าออกในพื้นที่ซึ่งกำหนด ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ฯ และเกิดการปะทะระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมกลุ่มพิทักษ์สยาม จึงมีการจับกุมตัวดำเนินคดีหลายคน
โดยในส่วนของแกนนำ หลังการชุมนุมยุติ ตำรวจออกหมายเรียก พล.อ.บุญเลิศ และแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมดังกลาวไปรับทราบข้อหามาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา, มาตรา 215 ประมวลกฎหมายอาญา, อื่นๆ (พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 )
ทั้งนี้ ก่อนยุติการชุมนุม หากใครจำได้ เสธ.อ้าย ยังประกาศบนเวที ว่า
“เสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา เราชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่ยึดทำเนียบสภา ทั้งที่ตำรวจรักษาการฝั่งสภาบางมาก ถ้าจะบุกสภาก็ทำได้ แต่ไม่ทำ และยังมีการปิดกั้นคนต่างจังหวัดไม่ให้มาชุมนุม”
“ตนไม่มีเงินไปจ้างใครมาชุมนุม แต่ทุกคนที่มาชุมนุม ล้วนแล้วแต่รักชาติเทิดทูนราชบัลลังก์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่น่าจะทำกับประชาชนมือเปล่า มีการทำร้ายร่างกายหลายคนและจับไปอีกหลายคน ผมไม่อยากให้พ่อแม่พี่น้องเสียชีวิต ถึงจะมีการสะกัดกั้น คนก็มาเกิน 5 หมื่น แต่ก็ ไม่ถึง 1 ล้าน เพราะถูกสะกัดกั้น ขอกราบแทบเท้าทุกท่านที่ให้เกียรติ ขอประกาศยกเลิกการชุมนุมเพียงเท่านี้”
ขณะที่ต่อมาในวันที่ 26 พ.ย. 2555 ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามประกาศยกเลิกการใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ใน 3 เขตของ กทม. คือเขตพระนคร เขตดุสิต และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
จริงอยู่ที่แม้ว่าวันนั้น ประกาศิตของนายกฯ ปู จะช่วยให้จบความวุ่ยวายได้ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่มีการสูญเสียอย่างรุนแรง
ทว่า กลุ่มควันที่ถูกสุมขอนรอวันปะทุเพื่อล้มล้างรัฐบาลที่พวกเขาเชื่อว่ามาจาก “ระบอบทักษิณ” ไม่ได้ดับหายไป ตรงกันข้าม กลับลุกโชนจนเผาไหม้เป็นความวุ่ยวายต่อเนื่องมาไม่หยุด
และในที่สุด เสธ.อ้าย คนเดิม ที่เพิ่มเติมคือเอาด้วยกับ “กปปส.” เพราะในวันที่ 12 ธันวาคม 2556 เขาได้เปิดหน้าออกมาอ่านแถลงการณ์สนับสนุนการชุมนุม ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)
หรือ "ลุงกำนัน" ของใครหลายล้านคน!
พร้อมร่วมกันกดดันรัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณให้หมดไปจากประเทศไทย!
จะบอกว่าในที่สุดก็บรรลุเป้าหมาย แต่จะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า “ประสบความสำเร็จ” หรือไม่นั้นต้องคิดกันเอง!!



